โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เคสสยอง แม่ท้องแฝด 3 แต่คลอดออกมาเหลือ 1 เพราะ แฝด ‘กินพี่น้อง’ ในครรภ์

Thaiger

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 10.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 13.37 น. • Thaiger ข่าวไทย

สุดอึ้ง! แม่ตั้งครรภ์แฝด 3 แต่คลอดออกมาแค่คนเดียว – เผยลูกชาย “ดูดกลืน” พี่น้องในครรภ์

วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เว็บไซต์ต่างประเทศรายงานเรื่องราวสุดประหลาดของคุณแม่รายหนึ่งซึ่งใช้ชื่อใน TikTok ว่า @vfbabygirl28 เผยประสบการณ์ตั้งครรภ์ที่เหมือนนั่งรถไฟเหาะ มีความสุขมากก่อนทุกข์ทรมานสาหัส เพราะตอนแรกเข้าใจว่ากำลังตั้งครรภ์แฝด 3 แต่สุดท้ายกลับคลอดออกมาเพียงคนเดียว หมอเชื่อว่า “ลูกชายได้ดูดกลืนพี่น้องในครรภ์ไปแล้ว”

เธอเล่าว่า ในการอัลตราซาวด์ครั้งแรก แพทย์แจ้งว่ากำลังตั้งครรภ์แฝดสอง สร้างความตื่นเต้นให้ครอบครัวไม่น้อย กระทั่งการตรวจครั้งที่สองกลับพบว่าในครรภ์มีทารกถึง 3 คน ยิ่งทำให้เธอรู้สึกทั้งประหลาดใจ ยินดีมากกว่าเดิม

ภาพอัลตราซาวด์ลูกแฝด 3

แต่ฝันดีก็เปลี่ยนดเป็นฝันร้าย ในการตรวจครั้งที่ 3 แพทย์แจ้งว่า เหลือเพียงทารกคนเดียวในครรภ์ เธอกล่าวอย่างตกใจในคลิปว่า “หมอบอกว่าลูกชายของฉันกินพี่น้องไปแล้ว! พระเจ้!”

ท้ายคลิป เธอแชร์ภาพลูกชายแรกเกิดที่ดูแข็งแรงสมบูรณ์ ผิวหน้าแดงระเรื่อ ไม่มีปัญหาสุขภาพใด ๆ แต่จากแฝดสามในตอนต้น กลับเหลือเพียงคนเดียวเท่านั้น

網友分析胎兒被「吃掉」的可能原因。(圖/翻攝自vfbabygirl28 TikTok)

เรื่องราวของเธอสร้างความตกตะลึงให้กับผู้ชมจำนวนมาก หลายคนแสดงความคิดเห็นด้วยความสงสัยว่า “ทารกในครรภ์จะกินกันเองได้จริงหรือ?” ก่อนที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสูติกรรมจะออกมาชี้แจงว่า กรณีเช่นนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “ภาวะแฝดหาย” หรือ Vanishing Twin Syndrome (VTS)

ภาวะแฝดหาย เกิดขึ้นเมื่อมีการฝังตัวของตัวอ่อนหลายตัวในช่วงตั้งครรภ์แรก ๆ แต่ต่อมาหนึ่งในตัวอ่อนหยุดการเจริญเติบโต และร่างกายของแม่หรือแฝดที่เหลือจะดูดซึมตัวอ่อนนั้นไปโดยธรรมชาติ มักเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หากไม่ได้ตรวจอัลตราซาวด์บ่อยครั้ง ก็อาจไม่ทราบว่าเคยมีแฝดมาก่อน

อีกสาเหตุหนึ่งที่เป็นไปได้ แต่พบได้น้อยกว่ามาก คือ ภาวะมนุษย์เชมาไรด์ (Chimera) เกิดจากการที่ตัวอ่อน 2 ตัวรวมกันตั้งแต่ระยะเริ่มต้น แล้วกลายเป็นมนุษย์เพียงหนึ่งคนที่มี DNA 2 ชุด อาจส่งผลให้ร่างกายมีสองสีผิว สองกรุ๊ปเลือด หรือแม้แต่ DNA ที่ต่างกันในแต่ละอวัยวะ

แม้ฟังดูน่าทึ่ง ออกแนวเหนือธรรมชาติ แต่ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นจริงในทางการแพทย์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...