นายกฯอิ๊งค์ สั่ง เกาะติด 'อิสราเอล-อิหร่าน' เตรียมอพยพคนไทยกลับประเทศ
นายกฯอิ๊งค์ ลั่น พร้อมอพยพคนไทยในอิสราเอลกับประเทศ เผย แจ้งเตือนแรงงาน-จนท. รอพร้อมก่อนส่งกลับ
เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 17 ที่ทำเนียบรัฐบาลน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึง สถานการณ์สู้รบในอิสราเอลและอิหร่าน ซึ่งเวลานี้หลายประเทศสั่งอพยพพลเมืองของตัวเองแล้ว ตรงนี้ไทยจะพิจารณาอย่างไร ว่า เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศกระทรวงแรงงาน และกองทัพได้ประสานความพร้อมทั้งหมดที่จะอพยพคนไทยออกมา ขณะที่กองทัพอากาศได้เตรียมความพร้อมของเครื่องบินในการอพยพคนไทยเช่นกัน และมีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือแรงงานและติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูลต่างๆ ทั้งนี้จากการเปิดลงทะเบียน ทำให้ทราบว่าเรามีแรงงานไทยอยู่เกือบ 40,000 คน และทุกที่ได้ประสานกันหมดแล้ว ขอย้ำว่าทุกมาตรการรัฐบาลเตรียมพร้อมในการรับมือเรื่องนี้อย่างครบถ้วนและเต็มที่
ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานการณ์ถึงขั้นไหน จึงจะสั่งอพยพ นายกฯกล่าวว่า ขณะนี้มีสหรัฐอเมริกาและจีนสั่งอพยพแล้ว และเรากำลังดูว่าคนไทยที่อยู่ตรงนั้นมีความพร้อมแค่ไหน เราพร้อมแล้วแต่ต้องประสานกับหน้างาน ถ้าพร้อมเช่นกันก็สามารถสั่งอพยพได้ทันที
เมื่อถามว่าได้แจ้งเตือนแรงงานที่อยู่ในอิสราเอลแล้วใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ได้แจ้งเตือนเรียบร้อยแล้ว โดยประสานกับเอกอัครราชทูตไทยไว้ตลอด
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รายงาน ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์คนไทยในประเทศอิสราเอล และอิหร่าน ว่ากระทรวงแรงงาน ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตทั้ง 2 ประเทศ ดูแลและเตรียมความพร้อมในทุกมิติ หากมีความจำเป็นต้องอพยพ โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมไว้ตลอดเวลา โดยคนไทยใน 2 ประเทศ ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บต่อการโจมตีแต่อย่างใด แต่ให้เตรียมการไว้ให้พร้อมตลอดเวลา
ขณะที่พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม รายงานว่าในการแก้ไขปัญหา ทั้งระดับหน้างาน หรือชายแดนที่นายกฯเคยมอบหมายให้กองทัพที่รับผิดชอบดำเนินการต่อไป ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค.ทั้งหน้างานชายแดน ยังมีส่วนของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ที่ต้องประชุมเพื่อขออนุมัติดำเนินการต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์เป็นไปอย่างรวดเร็วมากขึ้นตามสถานการณ์ทุกวัน จึงได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา (ศบ.ทก. )ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ขึ้น เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา โดยมุ่งหมายที่จะแก้ไขความตึงเครียดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชาอย่างมิตรประเทศ ที่ใฝ่สันติจะพึงปฏิบัติต่อกัน บนหลักการทวิภาคีและด้วยสันติวิธีเคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค และบูรณภาพแห่งดินแดน รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นต่อสาธารณชน
โดย “ศบ.ทก.” ประกอบด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ,เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ,ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ,ปลัดกระทรวงมหาดไทย,ปลัดกระทรวงกลาโหม,ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม,ปลัดกระทรวงพาณิชย์,ปลัดกระทรวงแรงงาน,เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ,เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ,ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ,ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ,ผู้บัญชาการทหารบก,ผู้บัญชาการทหารเรือ,ผู้บัญชาการทหารอากาศ,ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ,อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์,อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย,อธิบดีกรมสารนิเทศ,อธิบดีกรมเอเชียตะวันออก,โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี,พลเรือตรี สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย,นายวรณัฐ คงเมือง รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ,ผู้แทนหน่วยงานของรัฐ หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่พิจารณา ,ผู้ช่วยเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ,เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร,ผู้แทน กระทรวงการต่างประเทศ
โดยมีหน้าที่และอำนาจติดตาม ตรวจสอบ วิเคราะห์ กลั่นกรอง และประเมินสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา อย่างใกล้ชิด ทุกเวลาและให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับมาตรการที่จำเป็นเพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหาร สถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรีแล้วแต่กรณี และร่วมกันบูรณาการการปฏิบัติงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ให้มีความเป็นเอกภาพ และเป็นศูนย์กลางในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ต่อสาธารณชน
ทั้งนี้ ให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ คณะทำงาน หรือมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม และรายงานผลการปฏิบัติงานและการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย – กัมพูชา ต่อสภาความมั่นคงแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี เพื่อทราบเป็นระยะ
รวมถึงการดำเนินการอื่นใดตามที่นายกฯหรือครม. มอบหมายในการดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้คำนึงถึงความมุ่งหมายที่จะแก้ไขความตึงเครียดและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดนกับประเทศกัมพูชา ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติอย่างเช่นมิตรประเทศที่ใฝ่สันติจะพึงปฏิบัติต่อกันบนหลักการทวิภาคี อย่างเท่าเทียม และด้วยสันติวิธี เคารพซึ่งกันและกันในเอกราช อธิปไตย ความเสมอภาค บูรณภาพแห่งดินแดน และเอกลักษณ์ของทั้งสองประเทศ โดยปราศจากการแทรกแซงของประเทศที่สามหรือองค์กรระหว่างประเทศทั้งปวง ทั้งนี้ เมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ให้ผู้อำนวยการศูนย์รายงานต่อนายกฯเพื่อทราบ และมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งนี้ โดยคณะกรรมการ ศบ.ทก.จะประชุมนัดแรก วันนี้ เวลา 13.30 น.ที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯอิ๊งค์ สั่ง เกาะติด ‘อิสราเอล-อิหร่าน’ เตรียมอพยพคนไทยกลับประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th