โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐบาลสอบตกสื่อสารวิกฤต

เดลินิวส์

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 00.00 น. • เดลินิวส์
ขณะนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างกัมพูชาและไทย ดูจะมีความสับสนหลายอย่าง เพราะทั้งไทยทั้งกัมพูชาให้ข่าวกันไปคนละทิศ แถมในประเทศไทยเอง ก็ให้ข่าวกันไปคนละทาง ทหารก็ทาง นายกฯ หรือรัฐมนตรีอื่นที่เกี่ยวข้องก็ทางหนึ่ง จนไม่รู้ว่า ข่าวสารฝั่งไหนจริงกันแน่ “ความอึมครึม”นี้ จะทำให้เกิดความไม่ไว้ใจรัฐบาล

โดยเฉพาะข้อครหาว่า“พวกชินวัตรสนิทกับตระกูลฮุน” เมื่อข่าวไม่ชัด ทำให้เกิดข่าวปล่อย หรือเกิดการจินตนาการไปได้ในแง่ร้ายทั้งหมดว่า “ที่ทางไทยไม่เด็ดขาด ปล่อยให้เขมรให้ข่าวในเชิงลบหลายวัน เพราะรัฐบาลจงใจไม่ทำอะไรให้นำหน้าเขมรหรือเปล่าอดีตนายกฯแม้ว “ทักษิณ ชินวัตร ที่เรียกตัวเองว่า “สทร.”สุดที่รักของฮุนเซ็น ก็ดันเงียบ

จนตอนนี้คนมองว่า อดีตนายกฯแม้วกลับมาก็เป็นตาแก่ขี้โม้ จะทำโน่นจะทำนี่ แต่ยังไม่เห็นอะไรเป็นรูปธรรม แล้วยังพารัฐบาลงานเข้าเรื่อยๆ เช่น หลอกด่าพรรคร่วมรัฐบาลเวลาไปหาเสียงช่วย อบจ. หรือไปปาฐกถาอะไรต่างๆ ที่ไหน พอมาเรื่องกัมพูชากลับนิ่ง “นายกฯอิ๊งค์”แพทองธาร ชินวัตร ก็พูดได้แค่ว่า“เรากำลังคุยกันอยู่” แต่ไม่ทราบว่า ผลเป็นอย่างไร ?

สำหรับการประชุมนัดพิเศษเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. รัฐบาลก็ได้ขยับตัวเสียที่ แม้ว่าดูจะเป็นฝ่ายตั้งรับ นายกฯอิ๊งค์”บอกว่าได้ตั้งทีมทำงานว่าเราจะปกป้องและตั้งรับอย่างไร และหาข้อมูลต่างๆว่าจะสามารถปกป้องประเทศหรือตอบโต้อะไรยังไงบ้าง เราต้องมีกรอบในการทำงานนี้ตอนนี้เราศึกษาในเรื่องของกฎหมายและประวัติความเป็นมา มีข้อมูลครบแล้ว

ยุคนี้เป็นยุคที่คนเสพสื่อ การทำสงครามข้อมูลข่าวสารเป็น จึงสำคัญมาก ข้อมูลที่สับสนนอกจากจะทำให้ทำงานกันไม่ได้ ยังเกิดความโกลาหลในหมู่ประชาชน ก็ท่าทีไทยมันดูตามหลังกัมพูชาเสียขนาดนั้น มันย่อมมีคนคิดแง่ร้ายได้ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว.อดีตอาจารย์วิทยาลัยสื่อสารการเมือง ม.เกริก มองว่า รัฐบาลไทยสื่อสารสอบตก

“ตั้งแต่เริ่มมีข้อพิพาท รัฐบาลสื่อสารช้าเกินไป น้อยเกินไป ขาดเอกภาพ ขาดประสิทธิภาพ เห็นได้ชัดจากการสื่อสารที่ไม่รู้ว่าจะฟังใคร เพราะมีทั้งกระทรวงการต่างประเทศและแถลงการณ์ของ รมว.กลาโหม และแถลงการณ์ของทหาร รวมทั้ง X ของนายกฯ จนไม่รู้ว่า อันไหนคือสื่อสารทางการ ไม่เห็นการบูรณาการความร่วมมือ รัฐบาล ทหาร กระทรวงต่างประเทศ”

น.ส.นันทนา ชี้แนะว่า “นายกฯ ควรออกมาสื่อสารในฐานะผู้บัญชาการสถานการณ์ สื่อสารเป็นทางการมากกว่าโพสต์ X นี่คือการสื่อสารในสถานการณ์ในภาวะวิกฤต จึงควรสื่อสารผ่านสื่อกระแสหลัก โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ด้วยสคริปที่เรียบเรียงมาอย่างชัดเจน ไทยเรียกประชุมทูตานุทูตของทุกประเทศในไทย และสื่อสารให้ทราบว่าไทยจะทำอะไรกับสถานการณ์นี้ ชี้แจงกับทูตทั่วโลก ว่าทำไมประเทศไทยถึงไม่ยอมขึ้นศาลโลก สื่อสารกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) ที่เป็นเสาหลักของ UNให้รับทราบว่า กระบวนการในประเทศไทยกับกัมพูชาขณะนี้ ได้เดินตามหลักการที่ถูกต้องอย่างไร เพื่อให้ประชาคมโลกอยู่ฝั่งเรา ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาประชาคมโลกคนอยู่ฝั่งเดียวกับเรา

ภายหลังประชุมที่บ้านพิษณุโลก นายกฯอิ๊งค์ก็คงใช้วิธีสื่อสารผ่านช่องทางโซเชี่ยลฯ ของตัวเอง โดยโพสต์ข้อความว่า “ทุกหน่วยงาน ยึดหลักสันติวิธีในการแก้ปัญหา โดยการเจรจาตามกรอบทวิภาคี ดำเนินการทุกอย่างตรงไปตรงมาเพื่อรักษาบูรณภาพทางดินแดน ปกป้องอธิปไตย สร้างสันติภาพตามแนวชายแดน การเจรจาของรัฐบาลไทย เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติสากลผ่านช่องทางการสื่อสารทางการของรัฐ งดเว้นการสื่อสารรายวัน ไม่ยั่วยุหรือท้าทาย เพื่อให้เกียรติประเทศคู่เจรจา”

แต่ในขณะที่“ประเทศคู่เจรจา”ออกอาการรายวัน ฮุน เซ็น ประธานองคมนตรีกัมพูชา แสดงอาการแข็งกร้าว เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ก็เพิ่งออกมาพูดอีกว่า “จะไม่มีวันนั่งเจรจากับทางการไทยในประเด็นเกี่ยวกับข้อจำกัดบริเวณชายแดน เพราะเป็นฝ่ายไทยที่เริ่มดำเนินการก่อน กองทัพไทยที่เริ่มจำกัดพื้นที่ชายแดน แล้วพอกัมพูชาทำบ้าง กลับอยากเจรจาเพื่อรักษาหน้าตัวเองอย่างนั้นหรือ ? และ “เราจะไม่ยอมเอาศักดิ์ศรีของเรามาแลกกับความผิดพลาดของคนอื่น!”

ไม่ทราบว่า การที่นายกฯ“คุยกันอยู่”มีผลดีอะไรอย่างไรบ้าง คู่กรณีอยากได้ดินแดนไทยจะได้ผลการพูดคุยเมื่อไร ? เราต่างก็อยากใช้กลไกสันติภาพ แต่ต้อง“ถ้าพูดกันรู้เรื่อง” และสิ่งหนึ่งที่อยากฝากไว้ คือ“อย่าลืมศักดิ์ศรีของประเทศ” ในการเจรจาอะไรก็ตาม นายกฯอิ๊งค์คงจะจำแอคชั่นด่วนของอดีตนายกฯแม้วในคราวที่กัมพูชาเผาสถานทูตไทยได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...