โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไทยไม่ง้อกัมพูชา! พาณิชย์-วุฒิสภาเร่งกระจายผลไม้ 2,500 ตันรับมือปิดด่าน

The Better

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.41 น. • THE BETTER
กระทรวงพาณิชย์ลุยแก้เกมปิดด่าน! เร่งระบายผลไม้ 2,500 ตันทั่วประเทศ ผนึกห้างค้าส่งกระจายสินค้า พร้อมดันกิจกรรม “ไทยช่วยไทย” ในรัฐสภา เสริมพลังเกษตรกรฝ่าวิกฤต

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในกำกับติดตามสถานการณ์การค้าในภาคตะวันออก ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลไม้ โดยเมื่อวันเสาร์ ที่ 14 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา กรมการค้าภายในได้ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับพาณิชย์จังหวัดเพื่อติดตามการซื้อขายผลไม้ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี พบว่า การซื้อขายยังเป็นปกติ การส่งออกทุเรียนและมังคุดคัดเกรดไปยังประเทศจีนสามารถส่งออกไปแล้วในปริมาณเยอะ และขณะนี้ผลผลิตอยู่ในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งคาดว่าผลผลิตจะหมดภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ขณะนี้การใช้ด่านหลักสองแห่ง ได้แก่ จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต และจุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาต ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เป็นเพียงจุดกระจายผลไม้ไปสู่ประเทศเพื่อนบ้าน แต่เมื่อมีการปิดด่าน ผลไม้ไทยที่จะเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านมีปริมาณไม่มากนัก กรมการค้าภายในจึงได้เร่งเข้าไปประสานในพื้นที่ เพื่อนำออกกระจายนอกแหล่งผลิต ภายในประเทศ โดยตลาดภายในประเทศสามารถรองรับผลผลิตในส่วนนี้ได้เพื่อช่วยระบายผลผลิตและรักษาเสถียรภาพราคา

นายวิทยากร กล่าวต่อว่า กรมการค้าภายในจึงได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรภาคเอกชนหลากหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันผลไม้ภาคตะวันออกในช่วงปลายฤดูกาลนี้โดยตั้งเป้าไว้จำนวน 2500 ตัน โดยเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย. 68) กรมได้ร่วมกับ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ซื้อมังคุดคัดเกรดขนาดกลางในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 1,000 ตัน เพื่อจำหน่ายในห้างแม็คโครและโลตัสทั่วประเทศ และยังมีห้าง โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ซึ่งจะเข้ามารับซื้อผลไม้ในช่วงนี้ด้วย

"กรมการค้าภายในขอยืนยันว่า จากข้อกังวลของเกษตรกรหรือประชาชนจากเหตุการความไม่สงบบริเวณชายแดนของกัมพูชา กรมการค้าภายในได้มีการติดตามสถานการณ์การค้าขายอย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนรองรับผลผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพราคาให้พี่น้องเกษตรกร"

วุฒิสภาผุดไอเดียเปิด "รัฐสภาโมเดล" รับซื้อผลไม้ไทย

เวลา 14.00 น. ที่รัฐสภา วุฒิสภา จัดกิจกรรม "ไทยช่วยไทย ร่วมกันปกป้องผลประโยชน์ของชาติ" โดยนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ในฤดูกาลผลิตปีนี้สภาพดินฟ้าอากาศเอื้ออำนวย ทำให้ผลผลิตทางการเกษตรมีจำนวนมาก เช่น มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง มังคุด เงาะ ทุเรียน เป็นต้น ทำให้ผลไม้ตามฤดูกาลมีราคาตกต่ำ ประกอบกับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณ ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทางกัมพูชาได้ออกมาตรการงดนำเข้าสินค้าจากประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ที่อาจได้รับผลกระทบต่อเกษตรกรไทย

นายมงคล กล่าวว่า ทางวุฒิสภาพร้อมประสานความร่วมมือกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบหาทางระบายผลผลิตทางการเกษตรในราคาที่ยุติธรรม เนื่องจากรัฐสภามีสถานที่ขนาดใหญ่ มีบุคลากร รวมกว่า 5,000 คน สามารถรองรับช่วยเหลือได้ ซึ่งในวันนี้มีการนำมังคุด1,000 กิโลกรัม มะม่วงน้ำดอกไม้ 300กิโลกรัม และทุเรียน100กิโลกรัมมาจำหน่ายภายในพื้นที่รัฐสภา หากได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจะมีการขยายผลในระยะต่อไป

นายมงคล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้วุฒิสภายังเตรียมร่วมกับกลุ่มมิตรภาพ พร้อมประสานกับสถานทูตประเทศต่างๆ เพื่อมอบผลไม้ไทยเป็นของฝากและประชาสัมพันธ์คุณภาพผลผลิตของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ โดยอาศัยเครือข่ายกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาต่างประเทศเป็นตัวกลางเชื่อมโยง

"วุฒิสภาพร้อมเป็นสื่อกลาง และใช้สถานที่ภายในรัฐสภาซึ่งมีพื้นที่ขนาดใหญ่ ในการรองรับผลผลิตทางการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร เพราะนี่คือหน้าที่ที่เราต้องร่วมกันช่วยเหลือในช่วงเวลาวิกฤต และขอเชิญสื่อมวลชนและประชาชนร่วมเป็น กำลังใจและสนับสนุนสินค้าเกษตรไทยใน เพื่อยืนหยัดเคียงข้างเกษตรกรไทย เราจะจัดกิจกรรมดังกล่าวไปเรื่อยๆ เพื่อระบายสินค้าโดยเฉพาะสินค้า และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาไทย จะมีการจัดจำหน่ายสินค้าทุกเดือน โดยกรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา เป็นเจ้าภาพหลัก อย่าลืมว่าสว.มาจากทุกสาขาอาชีพ รวมถึงอาชีพเกษตรกรเกษตรกรด้วย" นายมงคลกล่าว

เมื่อถามว่า ขณะนี้กัมพูชาปิดกั้นการนำเข้าผัก ผลไม้จากประเทศไทยแล้วจะช่วยเกษตรกรอย่างไร นายมงคลกล่าวว่าหากที่ไหนถูกปิด ที่ไหนขายไม่ได้ ให้เอามาที่รัฐสภา เราขายแป๊บเดียวก็หมดแล้ว วันนี้ที่เอามาก็ไม่พอขาย

เมื่อถามว่าการปิดการปิดด่านในครั้งนี้ จะมีผลกระทบหรือไม่ ประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ตนได้สอบถามทางผู้ว่าราชการราชการจังหวัดในพื้นที่ติดชายแดนแล้ว พบว่ามีผลกระทบไม่มาก เพราะเกี่ยวข้องกับกำลังซื้อ ทางประเทศเพื่อนบ้านเอง ก็มีการผลิตผลผลิตทางการเกษตรเช่นกันเราจึงไม่ได้ส่งผลผลิตทางการเกษตรไปกัมพูชาเป็นหลัก เป็นเพียงแค่ตลาดท้องถิ่น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...