โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"เล็บขบ" เกิดจากอะไร เปิด 7 สาเหตุหลัก รู้ทันรีบรักษา ปล่อยไว้เสี่ยงติดเชื้อ

Khaosod

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.03 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 11.03 น.

"เล็บขบ" เกิดจากอะไร มีอาการแบบไหน เปิด 7 สาเหตุหลัก หากเป็น 'เล็บขบ' แล้ว ต้องดูแลอย่างไร เป็นซ้ำได้ไหม เมื่อรู้ทันควรรีบรักษา ปล่อยไว้เสี่ยงติดเชื้อ

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 เล็บขบอาจเป็นปัญหากวนใจใครหลายคน บางส่วนเข้าพบปรึกษาแพทย์ บางส่วนปล่อยให้หายเอง แต่รู้หรือไม่ การเป็นเล็บขบอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะในผู้ป่วยเบาหวานต้องระวังเป็นพิเศษ

อ่านข่าวเพิ่มเติม : เล็บขบต้องระวัง! แพทย์ชี้มีโอกาสติดเชื้อ แมลงวันไปไข่เกิดหนอนไชได้

เล็บขบ คืออะไร

เล็บขบ คือ การที่ขอบหรือมุมเล็บมีการเจริญเติบโตลงไปแทงทะลุเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังบริเวณข้างนิ้ว ส่งผลให้เกิดการบวมแดง มีความรู้สึกปวด เจ็บเนื้อใต้เล็บ ส่วนใหญ่มักเกิดบนนิ้วหัวแม่โป้งเท้า

อาการปวดของเล็บขบนั้นมาจากการที่เล็บเจริญเข้าไปใต้ชั้นเนื้อเยื่อจนผิวหนังบริเวณขอบเล็บอักเสบ ในบางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย ดังนั้นหากปล่อยทิ้งไว้อาจทำให้เกิดการติดเชื้อและเพิ่มความรุนแรงของอาการได้ โดยเฉพาะกับ'ผู้ป่วยเบาหวาน' ที่จะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อมากกว่าปกติ

เล็บขบ เกิดจากอะไร

1.ตัดเล็บเท้าผิดวิธี

การตัดเล็บเท้าที่ไม่ถูกต้องนั้นจะทำให้มีโอกาสเกิดเล็บขบได้จึงไม่ควรตัดลึกหรือสั้นจนเกินไป รวมถึงไม่ตัดบริเวณข้างเล็บให้เป็นมุมแหลม

2.การใช้สารเคมีกับเล็บ

การทาเล็บหรือต่อเล็บ รวมถึงการติดเล็บปลอมที่มักจะกักเก็บความชื้นส่งผลให้เล็บเป็นเชื้อรา เกิดการติดเชื้อหรือระคายเคืองต่อสารเคมี

3.ใส่รองเท้าที่คับแน่น ไม่พอดี

การใส่รองเท้าที่คับเกินไปจะทำให้รองเท้าบีบบริเวณหน้าเท้ามากเกินไปจนเล็บเกิดการบีบตัวกดทับลงไปใต้ผิวหนัง

ภาพประกอบ

4.มีรูปร่างเล็บเท้าผิดปกติ

หากนิ้วมีการเบียดซ้อนกัน ส่งผลกับรูปทรงเล็บก็มีโอกาสเกิดเล็บขบได้ โดยเฉพาะรูปทรงเล็บที่งุ้มเข้าหากันผิดปกติ

5.เล็บไม่สะอาด

การไม่ดูแลและทำความสะอาดเล็บก็อาจเกิดให้มีแบคทีเรียสะสมบริเวณข้างเล็บ เมื่อเล็บมีการเจริญเติบโตเข้าชั้นผิวหนังจึงอาจเกิดโอกาสการติดเชื้อได้ง่ายกว่าปกติ

6.มีการกระทบกับวัตถุที่บริเวณนิ้วบ่อย ๆ เช่น เล่นกีฬา หรืออุบัติเหตุ

การที่นิ้วมีการกระทบกับวัตถุอื่นบ่อย ๆ อาจทำให้รูปร่างของเล็บเปลี่ยนไปจากแรงกระทบนั้น ๆ และเมื่อเล็บยาวขึ้นก็จะมีทิศทางการเติบโตตามรูปร่างจากการกระทบ ตัวอย่างกีฬาที่ใช้เท้า เช่น การเตะฟุตบอล เป็นต้น

7.อาการเท้าบวมจากผลข้างเคียงของโรค

ในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคไต หรือภาวะน้ำหนักเกินซึ่งอาจมีอาการเท้าบวม เล็บเจริญเติบโตเข้าเนื้อได้ง่ายกว่าปกติ จึงมีโอกาสเกิดเล็บขบได้

ภาพประกอบ

เล็บขบมีอาการอย่างไร

  • เจ็บเล็บนิ้วมือ หรือเล็บนิ้วเท้า
  • มีอาการปวดเล็บตุบ ๆ
  • เกิดการบวมแดงบริเวณข้างเล็บ
  • มีอาการเจ็บเวลาเดิน หรือเวลานิ้วกระทบวัตถุต่าง ๆ
  • กดบริเวณข้างเล็บแล้วมีหนองหรือเลือดไหลออกมา

ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากเล็บขบ

เล็บขบสามารถก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงโดยเฉพาะกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน สังเกตว่าในผู้ป่วยที่มีแผลเบาหวานที่เท้าจะไม่สามารถหายเองได้ เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวานจะมีภาวะการไหลเวียนเลือดผิดปกติ ส่งผลให้เส้นประสาทที่เท้าถูกทำลาย เมื่อเกิดแผลบริเวณเท้าจึงมีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายจากการที่แผลไม่สามารถบรรเทาเองได้

ดังนั้นการที่ผู้ป่วยเบาหวานมีอาการเล็บขบจึงควรรีบไปพบแพทย์ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้จนมีอาการปวดบวมรุนแรง เพราะอาจส่งผลให้เกิดการติดเชื้อ มีเลือดหรือน้ำหนองไหล รวมถึงระยะแผลแพร่กระจาย

ภาพประกอบ

วิธีการป้องกันเล็บขบ

  • ใส่รองเท้าที่พอดีกับรูปเท้า ไม่บีบหน้าเท้าจนเกินไป
  • ตัดเล็บเท้าเป็นแนวตรง ไม่ตัดให้เป็นมุมแหลมหรือโค้งตามรูปนิ้ว
  • หากเป็นคนที่เล่นกีฬา ควรใส่รองเท้ากีฬาที่มีคุณสมบัติปกป้องเท้า เพื่อป้องกันไม่ให้นิ้วเท้ากระทบกับวัตถุมากจนเกินไป
  • ไว้เล็บเท้าให้ยาวพอดี ไม่สั้นจนเกินไป เพราะหากเล็บสั้นกว่านิ้วเท้าจะทำให้นิ้วได้รับแรงกระทบกับวัตถุมากขึ้นและเกิดเป็นติ่งเนื้อ ซึ่งเมื่อเล็บยาวขึ้นอาจมีโอกาสยาวเข้าไปใต้บริเวณติ่งเนื้อได้
  • หากเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ควรมีการตรวจเช็กแผลบริเวณเท้าอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรีบรักษาเล็บขบทันทีเพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ

วิธีการรักษาเล็บขบ

  • ตัดเล็บเท้า
    สำหรับผู้ที่มีอาการบวมหรือปวดไม่รุนแรง สามารถทำการตัดเล็บด้วยตนเองได้ แต่สำหรับวิธีรักษาเล็บขบเป็นหนอง มีเลือดไหลและมีอาการปวดรุนแรงร่วมด้วย แพทย์อาจมีการใช้ยาชาก่อนทำการตัดเล็บขบออก
  • ตัดเนื้อเยื่อและถอดเล็บ
    การตัดเนื้อเยื่อและถอดเล็บจะเป็นการรักษาสำหรับผู้ที่มีการเกิดเล็บขบในบริเวณเดิมซ้ำ ๆ ซึ่งอาจเกิดจากการติดเชื้อที่เนื้อเยื่อ ทำให้อาการเล็บขบไม่หายขาดหรือหายช้า ในกรณีนี้แพทย์จะมีการใช้ยาชาก่อนทำการถอดเล็บและตัดเนื้อเยื่อเช่นกัน
  • เจาะหนองและตัดแต่งเล็บ
    ในบางกรณีที่เล็บขบเกิดขึ้นซ้ำบ่อย อาจเป็นเพราะมีหนองสะสมอยู่ภายใน กรณีนี้จะต้องทำการเจาะหนองออก ตัดแต่งเล็บ และทำการเย็บเนื้อผิวหนังป้องกันไม่ให้เล็บฝังลึกเข้าไปเพิ่ม

หลังจากการรักษาเล็บขบแล้ว การดูแลรักษาอาการบวมให้ลดลงหรือลดปวด สามารถใช้ประคบเย็นและยาบรรเทาอาการปวดได้ หลีกเลี่ยงการแช่น้ำเป็นระยะเวลานาน การเล่นกีฬาทางน้ำ และกีฬาที่ต้องใช้เท้าเป็นหลัก

ที่มา : สมิติเวช ไชน่าทาวน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : "เล็บขบ" เกิดจากอะไร เปิด 7 สาเหตุหลัก รู้ทันรีบรักษา ปล่อยไว้เสี่ยงติดเชื้อ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...