โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปฏิทินราคา 50 ล้าน : สัญลักษณ์ของความไม่คุ้มค่า ที่ผู้ประกันตนท้วงถาม

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 29 พ.ค. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.01 น.

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

ปฏิทินราคา 50 ล้าน

: สัญลักษณ์ของความไม่คุ้มค่า

ที่ผู้ประกันตนท้วงถาม

ต้องบอกว่าประเด็นปฏิทินประกันสังคมที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของกระดาษพิมพ์ราคาแพงที่ห้อยอยู่ตามฝาผนัง แต่มันคือภาพสะท้อนของวิธีคิดในการบริหารจัดการเงินมหาศาลที่ผู้ประกันตนกว่า 24.6 ล้านคนฝากไว้ให้ดูแล

แม้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรื่องปฏิทินประกันสังคมถูกตั้งคำถาม

แต่ในยุค Social Media เข้มข้นต้องให้เครดิตจาก “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ส.ส.กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ที่กล้าเปิดเผยข้อมูลจากงาน “Hack งบประกันสังคม” ว่าสำนักงานประกันสังคมได้ใช้งบประมาณจัดทำปฏิทินไปแล้วกว่า 450 ล้านบาทใน 8 ปีที่ผ่านมา หรือเฉลี่ยปีละ 50-70 ล้านบาท

ตัวเลขนี้อาจดูเล็กเมื่อเทียบกับกองทุนประกันสังคมที่มีเงินหมุนเวียนนับล้านล้าน

แต่มันเป็นภาพสะท้อนของความไม่คุ้มค่าที่เกิดขึ้นในระบบ ทั้งที่เงินทุกบาททุกสตางค์มาจากหยาดเหงื่อแรงงานของผู้ใช้แรงงานและผู้ประกอบการทั่วประเทศ

น่าขันที่ว่าในแต่ละปีมีการผลิตปฏิทินมากถึง 4.1 ล้านฉบับ แบ่งเป็นแบบแขวน 3.7 ล้านฉบับ และแบบตั้งโต๊ะ 4 แสนฉบับ โดยที่ต้นทุนการผลิตจริงๆ สำหรับปฏิทินตั้งโต๊ะอยู่ที่ราว 40 บาทต่อชิ้น และปฏิทินแขวนราว 20 บาทต่อชิ้น

นอกจากความพ้นสมัยของปฏิทิน ยังมีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าว่ากระบวนการผลิตโปร่งใสเพียงใด

คำตอบส่วนหนึ่งอาจอยู่ที่วิธีการจัดซื้อจัดจ้าง ที่ใน 5 ปีหลังนี้ มีเพียง 1 ปีเท่านั้นที่ใช้วิธี E-Bidding ส่วนที่เหลือเป็นการใช้วิธีกรณีพิเศษ 2 ปี และวิธีเฉพาะเจาะจงอีก 2 ปี

และน่าแปลกที่ปีที่ใช้ E-Bidding กลับเป็นปีที่มีงบประมาณน้อยที่สุด ซึ่งบ่งชี้ว่าการเปิดให้มีการแข่งขันอย่างโปร่งใสอาจทำให้ราคาถูกลงได้

ข้ออ้างที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.แรงงาน ใช้ในการแก้ตัวคือ ปฏิทินเหล่านี้จำเป็นสำหรับผู้ประกันตนในพื้นที่ห่างไกลที่เข้าไม่ถึงอินเตอร์เน็ต ต้องใช้ปฏิทินในการสื่อสารข้อมูลสิทธิประโยชน์ต่างๆ

แต่ในยุคที่แทบทุกคนมีสมาร์ตโฟน คำอ้างนี้ฟังดูขัดแย้งกับความเป็นจริง และที่น่าขันกว่านั้นคือ ผู้ที่อยู่ห่างไกลกลับเป็นกลุ่มที่มักจะไม่ได้รับการแจกปฏิทินเหล่านี้เสียด้วยซ้ำ

แรงกดดันจากสังคมทำให้รัฐมนตรีต้องออกมาประกาศว่าจะทำประชาพิจารณ์ว่าจะยกเลิกหรือดำเนินการจัดทำปฏิทินต่อไป

โดยสำนักงานประกันสังคมได้เริ่มสำรวจความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 1-30 เมษายน 2568 ผ่านแบบสอบถามออนไลน์

หากผลสำรวจบ่งชี้ว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการปฏิทินอีกต่อไป ก็จะยกเลิกการพิมพ์ในปี 2570

ล่าสุด ผลประชาพิจารณ์เบื้องต้นปรากฏว่ามีผู้ให้ความเห็นไม่ต้องการปฏิทินมากถึง 60% สะท้อนเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นว่าเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า

แต่ดูเหมือนว่าการยกเลิกเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะเป็นเพียงงบประมาณราว 0.1% จากงบฯ บริหารสำนักงานก็ตาม

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหนียวแน่นของระบบราชการที่มักจะยึดติดกับแนวทางเดิมๆ

หรืออาจมีผลประโยชน์บางอย่างที่ไม่อยากให้หลุดลอยไป

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีได้ตั้งเกณฑ์ไว้ล่วงหน้าว่า หากมีคนประมาณร้อยละ 30-40 เห็นว่ายังจำเป็น ก็จะยังทำปฏิทินต่อไป

นั่นหมายความว่าแม้มีคนเกินครึ่งไม่เห็นด้วย แต่ถ้ามีคนราวหนึ่งในสามเห็นด้วย ก็อาจใช้เป็นเหตุผลในการดำเนินการต่อได้

ซึ่งขัดกับหลักการปกครองแบบเสียงส่วนใหญ่โดยสิ้นเชิง

อนุกรรมการประชาสัมพันธ์สัดส่วนผู้ประกันตนพยายามผลักดันการตัดงบประมาณที่ไม่คุ้มค่า ไม่โปร่งใส และเดินหน้าสู่การประชาสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงผู้คนได้มากขึ้น เข้าใจผู้คนได้มากขึ้น

แต่ดูเหมือนทางสำนักงานจะพยายามยื้อเวลาออกไป รวมถึงกลุ่มผลประโยชน์ที่เกี่ยวพันกับการผลิตปฏิทินที่พยายามโยงประเด็นเรื่องยกเลิกการผลิตปฏิทินเข้าสู่ประเด็นทางการเมืองเพื่อโจมตีกลุ่มประกันสังคมก้าวหน้าอันเป็นคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งทางตรงครั้งแรก

ประเด็นปฏิทินประกันสังคมนี้อาจดูเป็นเรื่องเล็กในสายตาคนบางกลุ่ม และหากมองเป็นสัดส่วนของงบประมาณทั้งหมดก็เพียง 0.1% เท่านั้น

แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของการตรวจสอบถ่วงดุลที่สำคัญในสังคมประชาธิปไตย

เมื่อประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงเริ่มตั้งคำถามกับการใช้เงินกองทุนที่ตนเองมีส่วนร่วม

นี่คือก้าวย่างสำคัญของการมีส่วนร่วมและความโปร่งใสที่ควรเกิดขึ้นในทุกมิติของการบริหารเงินของผู้ประกันตน

งบประมาณการบริหารจึงควรถูกจัดเพื่อกิจการของประกันสังคมมากกว่าการเป็นโครงกดารกระเป๋าซ้ายกระเป๋าขวาของกระทรวงแรงงานว่าหากไม่รู้จะนำงบประมาณจากตรงไหนก็หันเข้าหาประกันสังคม ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ผิดวัตถุประสงค์ของงบประมาณประกันสังคม

สุดท้าย คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลประชาพิจารณ์อย่างเป็นทางการจะออกมาอย่างไร

และจะมีการปรับเปลี่ยนการบริหารงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ประกันตนอย่างที่ควรจะเป็นหรือไม่

งบประมาณกว่า 50 ล้านบาทต่อปีที่ใช้ทำปฏิทิน แม้จะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของงบฯ ทั้งหมด

แต่หากนำไปใช้ในการพัฒนาสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้และส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตของผู้ประกันตน

ก็จะเกิดคุณค่ามากกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฏิทินราคา 50 ล้าน : สัญลักษณ์ของความไม่คุ้มค่า ที่ผู้ประกันตนท้วงถาม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...