โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

2 โจทย์ “ระบบสุขภาพไทย” งบประมาณต่ำ-ต้นทุนพุ่ง จี้รัฐปรับโครงสร้างก่อนล่มสลาย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 20.52 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 22.00 น.

ปัจจุบันการบริหารจัดการกองทุนประกันสังคม ของสำนักงานประกันสังคม เกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ประกันตน และการจัดการกองทุนสุขภาพ ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ประสบปัญหาเรื่องรายจ่ายไม่สมดุลกับความเป็นจริง ถือเป็นความท้าทายสำคัญที่โรงพยาบาลรัฐและโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งในประเทศไทยที่กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี นายกโรงพยาบาลเอกชน เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า หากมองภาพรวมในกรณีของโรงพยาบาลเอกชน ส่วนใหญ่ไม่ร่วมอยู่ในโครงการบัตรทอง 30 บาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการดูแลผู้ป่วยสูงกว่าอัตรารายได้ที่ได้รับการชดเชย ทำให้บริหารจัดการยากและไม่เพียงพอต่อต้นทุน โดยเฉพาะโรคที่มีความรุนแรงซับซ้อน ขณะที่การเข้าร่วม กับระบบประกันสังคม อัตราการ จ่ายแบบเหมาจ่ายก็ยังไม่เพียงพอต่อต้นทุนจริงเช่นเดียวกัน

ส่วนโรงพยาบาลรัฐขนาดใหญ่และโรงเรียนแพทย์หลายแห่ง จะเห็นได้ว่าประสบปัญหาปัญหาการขาดทุนมหาศาลถึงหลักร้อยล้านบาท เพราะต้องแบกรับการรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก มีค่าใช้จ่ายที่สูง แม้โรงพยาบาลเหล่านี้จะอยู่ได้ด้วยเงินบริจากหรือเงินสนับสนุนจากกองทุนต่าง ๆ แต่หากมองในเชิงธุรกิจการดำเนินงานถือว่าไปต่อไม่ได้แล้ว

“สำหรับโครงการบัตรทอง 30 บาท เป็นโครงการที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ในข้อดีคือทำให้คนเข้าถึงการรักษาโรคด้วยบัตรประชาชนเพียงใบเดียวได้ สามารถผลักดันระบบสุขภาพของไทยให้เป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

แต่ข้อเสียคือเรื่องการจัดสรรค์งบประมาณไม่สอดคล้องและไม่เพียงพอต่อความต้องการจริง หากเป็นโรงพยาบาลรัฐขนาดเล็กจำนวนคนมาใช้บริการไม่มากอาจไม่มีปัญหา แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่และมีผู้ป่วยโรคร้ายแรงเป็นจำนวนมากค่าใช้จ่ายจะสูงมากเช่นกัน”

นพ.ไพบูลย์ กล่าวว่า การจำกัดงบประมาณ ควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคุมการบริการด้านสุขภาพอย่างเข้มงวด ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้บางครั้งบริการของโรงพยาบาลไม่ครบถ้วนตามความต้องการของผู้ป่วย เช่น การตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมหากไม่มีข้อบ่งชี้โรคที่ชัดเจน หากไม่ตรวจอาจทำให้เสียโอกาสในการรักษาและทำให้อาการป่วยที่ไม่ชัดเจนร้ายแรงขึ้น

ดังนั้น แรงกดดันของปัญหากองทุนประกันสังคม ปัญหากองทุน สปสช. ทำให้โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งไม่กล้ารับผู้ป่วยที่ถือสิทธิประกันสังคมและสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เพราะโรงพยาบาลต้องแบกรับภาระหนักขึ้นเรื่อย ๆ

จากข้อสังเกตจะเห็นว่า การสมทบเงินในกองทุนประกันสังคมของผู้ประกันตน ยังไม่เคยปรับขึ้นตามค่าแรงขั้นต่ำหรือค่าครองชีพเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คนมีกำลังจ่ายสูงไม่ได้ส่งเงินสมทบในสัดส่วนที่เหมาะสมกับรายได้ เกิดความไม่ยั่งยืนของกองทุนชราภาพในอนาตคอันใกล้ ที่อาจไม่เพียงพอ ต่อการจ่ายบำนาญ เพราะประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุแล้ว จำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จะทำให้เงินสมทบไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ

ส่วนสถานการณ์ของโครงการบัตรทอง 30 บาท หรือสิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า อาจผู้ใช้สิทธิสูงถึง 75% จากสัดส่วนประชากร โดยไม่ต้องจ่ายเงินหรือสมทบหรือจ่ายค่ารักษาโดยตรง และเงินส่วนนี้มาจากภาษีของประชาชนทั้งหมด

“ผู้ที่จ่ายภาษีและเงินสมทบเงินกองทุนประกันสังคมคือ ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทเอกชน เป็นกลุ่มคนที่แบกรับภาระในระบบสุขภาพทั้งระบบ ดังนั้น ในอนาคตอาจมีความเสี่ยงที่ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าของไทยจะล่มสลายในฝั่งของโรงพยาบาลรัฐ”

เรื่องนี้รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขปัญหาและโครงสร้างในระบบสาธารณะสุขประเทศให้ได้ ต้องประเมินว่าจะแบบรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพของไทยได้มากน้อยแค่ไหน และจะคงไว้ได้นานเท่าไหร่

เพราะท้ายที่สุดหากรัฐบาลขาดเงินทุนในด้านนี้ ประเทศไทยจะประสบปัญหาคล้ายกับอาร์เจนตินาหรือกรีซที่ระบบสุขภาพล่มสลายไร้ประสิทธิภาพในะยะยาว เพราะรัฐบาลขาดแคลนงบประมาณทางการแพทย์

ด้าน ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า สำหรับโรงพยาบาลศิริราชในฐานะสถาบันการแพทย์ของแผ่นดิน ในแต่ละปี ได้งบประมาณแผ่นดินจากภาครัฐมาบริหารจัดการประมาณ 18% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ยอมรับกว่าการบริหารด้านงบประมาณถือเป็นหนึ่งในภารกิจใหญ่ เพราะต้องดูแลผู้ป่วยเต็ม 100% ทั้งสิทธิโครงการ 30 บาท สิทธิโครงการประกันสังคม รวมถึงสิทธิข้าราชการ ทำให้ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ต้องอาศัยเงินจากโรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์ ที่เป็นโรงพยาบาลเอกชนภายใต้การดูแลของศิริราช รวมทั้งกองทุนต่างๆ จากผู้บริจากมาช่วยสนับสนุน

“เรามีบุคคลากรในระบบของศิริราชทั้งหมด 2.2 หมื่นคน ต้องใช้งบประมาณสูงในการบริหารจัดการ รวมถึงค่าใช้จ่ายด้านการแพทย์ที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย 3 กลุ่มหลัก คือ

  • ผู้ที่ใช้สิทธิโครงการบัตรทอง 30 บาท
  • สิทธิข้าราชการ
  • ประกันสังคมและผู้ที่จ่ายเงินค่ารักษาเอง

โดยรับคนไข้ใน (IPD) จากโครงการ บัตรทอง 30 บาท ทั่วประเทศมากกว่า 42% ของคนไข้ที่จำเป็นต้องแอดมิด ซึ่งศิริราชขาดทุนมากกว่า 2,000 ล้านบาท ต่อเนื่องมา 2 ปีแล้ว”

ศ.นพ.อภิชาติ กล่าวว่า สิทธิประโยชน์จากโครงการ 30 บาท หรือ สิทธิหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าในประเทศไทย ช่วยให้คนไทยเข้าถึงการรักษาได้เป็นจำนวนมากในวงกว้างซึ่งเป็นเรื่องที่ดี

แต่ข้อเท็จจริงเรื่องงบประมาณและค่าใช้จ่ายเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องปรับแก้ เพราะค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะยารักษาโรคที่มีประสิทธิภาพสูง เครื่องมือจำเป็นในการรักษาคนไข้ที่สามารถตอบสนองต่อคุณภาพชีวิตที่ดี หลายอย่างอาจจะไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องในระบบสุขภาพของประเทศไทยต้องหาทางแก้ไขเรื่องนี้ให้ได้ เพราะงบประมาณในส่วนนี้จำเป็นสำหรับประชาชนคนไทยจำนวนมาก และเป็นเงินก้อนใหญ่ที่ต้องพูดคุยในระดับนโยบาย

แน่นอนว่าตอนนี้ได้มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ได้เข้าไปพูดคุยกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอยู่ และคาดหวังว่าอยากให้เพิ่มงบประมาณส่วนนี้อีกในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...