โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"แพทองธาร" บนทางสองแพร่ง ลาออก -ยุบสภา เดิมพันอนาคตประเทศไทย

PostToday

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 17.03 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเดินเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญและเปราะบางอย่างยิ่ง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องพิจารณาคุณสมบัติของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำให้รัฐบาลต้องเผชิญหน้ากับ "60 วันอันตราย" และทางเลือกอันหนักอึ้งระหว่างการลาออก หรือการยุบสภา ซึ่งแต่ละเส้นทางล้วนมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

ทางเลือกที่ 1: การลาออกของ "แพทองธาร" และคำถามถึงผู้สืบทอด

หากนายกรัฐมนตรีแพทองธารตัดสินใจลาออกก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ เธอจะยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมในฐานะรักษาการต่อไป อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่ตามมาคือใครจะเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจให้ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนต่อไปจากพรรคเพื่อไทย

นายชัยเกษม นิติสิริ: ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับสามของพรรคเพื่อไทย นายชัยเกษมถูกมองว่าเป็นตัวเลือกแรกที่น่าจะได้รับการเสนอชื่อ แต่มีความเสี่ยงสูง ที่พรรคร่วมรัฐบาลอาจไม่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ ทำให้การลงมติในสภาอาจเสียงแตก และด้วยเสียงข้างมากของรัฐบาลที่มีเพียง 14 เสียงในปัจจุบัน ยิ่งทำให้การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของนายชัยเกษมเป็นไปได้อย่างยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่อาจไม่ให้การสนับสนุน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา: แม้จะเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี แต่ พล.อ.ประยุทธ์ยังคงมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครวมไทยสร้างชาติ การที่ พล.อ.ประยุทธ์จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งนั้น มีความเสี่ยง ที่จะต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากพรรคเพื่อไทย ซึ่งอาจต้องอาศัย "ดีลใหญ่" คล้ายกับการจัดตั้งรัฐบาลในปี 2566 เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านหลักอย่างพรรคก้าวไกลไม่น่าจะลงคะแนนให้

ทางเลือกที่ 2: การยุบสภา - เดิมพันสูงกับอนาคตประเทศ

การตัดสินใจยุบสภาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะจากกลุ่มการเมืองที่มุ่งเน้นกระบวนการประชาธิปไตยอย่าง "พรรคประชาชน" (ซึ่งหมายถึงพรรคก้าวไกล หรือพรรคที่สืบทอด) เพื่อเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งใหม่ อย่างไรก็ตาม ตัวเลือกนี้มาพร้อมกับความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนหลายประการ:

โอกาสชัยชนะของพรรคประชาชน: จากการวิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน พบว่าคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง และพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ก็ยังไม่มีผลงานโดดเด่นเป็นรูปธรรม ขณะที่พรรคฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ยังขาดผู้นำที่แข็งแกร่งและชัดเจน ทำให้พรรคประชาชนมีแนวโน้มที่จะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งครั้งใหม่สูงขึ้น

การเกิดพรรคใหม่และคะแนนเสียงแตก: การยุบสภาอาจกระตุ้นให้เกิดพรรคการเมืองใหม่ๆ ขึ้นมาอีก เช่น พรรค "โอกาสใหม่" ที่กำลังได้รับความสนใจ ซึ่งจะยิ่งทำให้คะแนนเสียงแตกกระจายออกไป และอาจทำให้การรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลภายหลังการเลือกตั้งมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น

"ดีล" ของพรรคเพื่อไทยอาจล่ม: หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถกวาดที่นั่งได้ตามเป้าหมาย (เช่น ต่ำกว่า 100 ที่นั่ง) ในการเลือกตั้งใหม่ "ดีล" ที่พรรคได้ทำไว้กับพรรคต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสมก็อาจล่มสลายลงได้ ซึ่งจะส่งผลให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปอย่างยากลำบาก หรืออาจนำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจ: การยุบสภาย่อมส่งผลกระทบเชิงลบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเจรจาการค้าที่สำคัญที่กำลังดำเนินอยู่ (เช่น กับสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของทรัมป์) ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภา หากเกิดสุญญากาศทางการเมือง อาจทำให้ประเทศไทยตกอยู่ในสถานะที่ต้องตั้งรับและไม่สามารถแข่งขันในเวทีเศรษฐกิจโลกได้อย่างเต็มศักยภาพ

การเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน: จับตาพันธมิตร "น้ำเงินกับส้ม"

ในขณะที่รัฐบาลต้องเผชิญกับทางตันและทางเลือกที่ยากลำบาก ฝ่ายค้านก็กำลังวางแผนกลยุทธ์เพื่อใช้โอกาสนี้สร้างความได้เปรียบ โดยมีการพูดถึงความเป็นไปได้ในการจัดตั้งพันธมิตรใหม่ที่น่าจับตา นั่นคือการรวมตัวกันของกลุ่ม "น้ำเงินกับส้ม" ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงขั้วอำนาจทางการเมืองครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้

ช่วงเวลา 60 วันอันตรายนี้จึงเป็นการเดิมพันครั้งสำคัญสำหรับอนาคตของประเทศไทย โดยทุกการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีแพทองธารและพรรคเพื่อไทย รวมถึงความเคลื่อนไหวของทุกภาคส่วนทางการเมือง ล้วนมีความเสี่ยงและผลกระทบที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเดิมพันของเกมชิงอำนาจครั้งนี้ คือทิศทางและอนาคตของประเทศชาติ.

ที่มาประกอบเนื้อหาข่าว เนชั่นอินไซต์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...