นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ ปราบอาชกรรมออนไลน์ “ไม่จบ ไม่เลิก”
นายกฯ นำทีมไทยแลนด์ ปราบอาชกรรมออนไลน์ “ไม่จบ ไม่เลิก” ยกระดับมาตรการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทีมไทยแลนด์เดินหน้ารวมพลังทุกภาคส่วนปราบอาชญากรรมออนไลน์ ยกระดับมาตรการในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลจะติดตามงานนี้อย่างใกล้ชิด ปกป้องผลประโยชน์ของคนไทย
ที่ผ่านมาเราเดินหน้าปราบปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเป็นระบบ ทำให้ตัวเลขลดลงทุกมิติ ไม่จบไม่เลิก โดยเฉพาะมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่จะถูกยกระดับขึ้น ข้อมูลของสหประชาชาติ พบว่าประเทศกัมพูชาเป็นประเทศศูนย์กลางของเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ระดับโลก มีมูลค่าความเสียหายสูงกว่า 600,000 ล้านบาทต่อปี
มาตรการของไทยที่ผ่านมา (1 พ.ย.66 - 31 พ.ค.2568) ทั้งการทำงานที่เข้มข้นจากทุกหน่วยงาน รวมถึงมาตรการปิดด่าน ตัดอินเตอร์เน็ต ตัดไฟ เราระงับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงไปกว่า 686,515 บัญชี มูลค่าความเสียหาย 29,750 ล้านบาท
วันนี้ดิฉันประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและภาครัฐที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขให้เป็นระบบและเข้มข้นขึ้นค่ะ รวมทุกเครือข่ายทั้งการค้ามนุษย์ การพนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ หรือยาเสพติด โดยคณะทำงานมาจากทุกหน่วยงานสำคัญค่ะ ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม สำนักงานกสทช. สำนักงานปปง. สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ทุกหน่วยต่างพร้อมใจบูรณาการการทำงานร่วมกันในนาม #ทีมประเทศไทย
หลังจากนี้เราจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง
กำหนดมาตรการร่วมกัน ดังนี้ค่ะ
- ด้านความมั่นคง จะเพิ่มความเข้มงวดควบคุมการเข้าออกจุดผ่านแดน ทั้งการจำกัดเวลาเปิด-ปิดด่านชายแดน 7 จังหวัด ห้ามรถยนต์และบุคคลเข้าออก ยกเว้นในกรณีมีเหตุจำเป็นชัดเจน เช่น นักเรียน นักศึกษา และคนป่วย ห้ามให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไปเล่นการพนันในพื้นที่ชายแดน รวมถึงการเข้มงวดการเดินทางโดยเครื่องบินไปยังเสียมราฐเพื่อไปเล่นการพนัน
- ด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทรวง DE โดยศูนย์ AOC จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีม้า และเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซนเตอร์ข้ามชาติอย่างเข้มงวด ระงับการบริการอินเตอร์เน็ตและประตูอินเตอร์เน็ตใต้น้ำ ที่ไปยังหน่วยงานทางการทหาร และความมั่นคงของรัฐบาลกัมพูชาทั้งหมด นอกจากนี้จะต้องร่วมมือกับทางปปง. ในการสร้างมาตรการคว่ำบาตรผู้ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่พบว่ามีการฟอกเงิน รวมถึงการยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่โยกย้ายไปต่างประเทศด้วย
- ด้านการส่งออกไฟฟ้า น้ำมัน และสินค้าผ่านชายแดน ต้องระงับการส่งออกสินค้าที่เกื้อหนุนต่อกิจกรรมของกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพิจารณาถึงความเหมาะสมในการระงับการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังกัมพูชา ที่จะนำเอาไปใช้ในกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
- ด้านการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ มีมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร และ SME ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดน โดยขอความร่วมมือกับภาครัฐ และภาคเอกชนในการรับซื้อสินค้า
- ด้านการประสานความร่วมมือกับนานาชาติ กระทรวงต่างประเทศ จะประสานกับประเทศต่างๆ และองค์กรระหว่างประเทศ ในการปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางปฏิบัติการร่วมในภูมิภาค
โดยหลังจากนี้ ทุกแผนต้องมาพร้อมตัวชี้วัดที่ชัดเจนและรายงานความคืบหน้าอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะภายใน 3 เดือนนี้ สถิติการแจ้งความของคนไทยและความเสียหายจะต้องลดลงจากปัจจุบันให้ได้ 50% รวมถึงการยึดทรัพย์ การดำเนินคดีเครือข่าย และการจัดตั้งสถานที่ดำเนินธุรกิจ จะต้องเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรมค่ะ
รัฐบาลจะติดตามงานนี้อย่างใกล้ชิด ไม่มีคำว่า “ปล่อยผ่าน” สำหรับภัยคุกคามที่บ่อนทำลายชีวิตของประชาชน
สุดท้ายนี้ การสื่อสารกับพี่น้องประชาชนยังเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องพัฒนา ทุกนโยบายและทุกมาตรการของรัฐบาลจะต้องถูกสื่อสาร ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ทำลายข่าวปลอม ที่เน้นสร้างความแตกแยกของคนในชาติ เราจะเดินหน้าไปด้วยกัน ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวเพื่อประเทศไทย
ที่มา : Facebook : Ing Shinawatra