โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทูน หิรัญทรัพย์’ เปิดเหตุปะทะวัยรุ่นคลองถม จนถูกทำร้ายร่างกาย

The Bangkok Insight

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 01.44 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 01.44 น. • The Bangkok Insight

‘ทูน หิรัญทรัพย์’ เปิดเหตุปะทะวัยรุ่นคลองถม จนถูกทำร้ายร่างกาย ผ่านทางรายการ คุยแซ่บ show

เปิดใจครั้งแรก “ทูน หิรัญทรัพย์” หลังขึ้นโรงพักเคลียร์ใจ 2 วัยรุ่น กรณีทำร้ายร่างกายกลางตลาดคลองถม เผยอีกด้านของชีวิตที่ดวงตามองเห็นเพียงข้างเดียวจนเกือบคิดสั้นมาแล้ว พร้อมเปิดใจเรื่องงานในวงการว่าจะยังได้เห็นในหน้าจออีกไหม ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ช่อง One31 ที่มี พุฒิ พุฒิชัย และ เบนซ์ พรชิตา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ทูน หิรัญทรัพย์

‘ทูน หิรัญทรัพย์’ เปิดเหตุปะทะวัยรุ่นคลองถม จนถูกทำร้ายร่างกาย

จากกรณีทะเลาะวิวาทกับเด็กวัยรุ่นจนถูกทำร้ายร่างกายจนนำไปสู่การแจ้งความ อัปเดตล่าสุด?

“เรื่องราวผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งสองฝ่ายเมื่อเวลาผ่านไปก็มีจิตใต้สำนึก ถ้าปล่อยให้เหตุเกิดขึ้นเรื่อย ๆ ความคิดเห็นทางโซเชียลต่าง ๆ ที่เป็นสิทธิส่วนบุคคลของทุกคนอยู่แล้ว มันไม่เป็นผลดีที่ปล่อยให้คนวิจารณ์หรือตั้งศาลเตี้ยว่าคนนี้ผิดคนนี้ถูก ทั้งสองฝ่ายทั้งน้องที่อายุ 17-19 และเราก็ได้มีข้อคิดว่าถ้ามีวันหนึ่งที่คุยกันได้ สื่อสารกันให้ดี เรื่องราวทั้งหมดก็จะจบลง ไม่ต้องใช้ความรุนแรงหรือสงครามปาก ทางน้องและญาติติดต่อมาที่สน.เพื่อพูดคุยเราก็ได้ไม่มีปัญหา เพื่อความยุติธรรมทั้งสองฝ่ายก็มีทนาย พอคุยกันเสร็จก็ไม่มีอะไร มันไม่เหลืออะไรเลยเหลือแต่ความรู้สึกว่าตอนนั้นคืออารมณ์ชั่ววูบ เราด้วยเจตนาที่เคยอบรมเยาวชนมาเยอะ ๆ เพื่อที่จะบอกว่าทำอย่างนี้หรือควรจะเป็นอย่างนั้น

แต่การตีความของน้องเขาอาจจะไปอีกทางหนึ่ง แต่ไม่เป็นไรทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ ก็เลยกลายเป็นว่าเกิดเรื่องขึ้นมา เราที่เป็นผู้สูงอายุ(หัวเราะ) และเป็นผู้พิการทางด้านสายตามองไม่เห็นว่าอะไรลอยมา ตอนนี้คุยได้ยิ้มได้เพราะผ่านมาแล้ว เราเป็นคนไม่เก็บอะไรไว้นาน คำว่าทะเลาะวิวาทมันคือสองฝ่ายชกตีกันแต่อันนี้คือไม่ใช่ อันนี้คือการเข้าใจผิดเจตนาไม่สอดคล้องกันทำให้น้องเขาไม่สบายใจ ตัวเราเองก็เคยอบรมเยาวชนมา ลืมไปว่านี่ไม่ใช่ลูกไม่ใช่หลาน ไม่ใช่เยาวชนที่มาอบรม แต่ด้วยเจตนาสามัญสำนึกว่าน้องตรงนี้ต้องทำดี ๆ นะ ตั้งใจทำงาน อนาคตจะได้ไปไกล ก็ไม่เป็นไรจบเรื่องราวตรงนั้นไป ก็เลยตกลงกันด้วยดี”

วันที่เคลียร์น้องอายุ 17-19 พูดอะไรด้วยบ้าง?

“วันที่เคลียร์เขาก็บอกว่าเสียใจ เหตุการณ์มันเกิดด้วยอารมณ์ชั่ววูบและบางทีการรับฟังเวลามีอารมณ์เราจะฟังลบ ๆ มันไม่ถูกต้อง ฟังแล้วมันขึ้นไปหมด ของขึ้นอะไรแบบนี้ ส่วนเราเองก็บอกว่าทางฝ่ายเราถ้าทำให้ไม่สบายใจเราต้องขอโทษด้วย เราไม่มีอะไรนะมีเจตนาอย่างเดียว น้องเขาบอกว่าที่ขอโทษ เขาก็ชั่ววูบ เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เขาก็ทำงาน ไม่เป็นไร มันก็เกิดขึ้นแล้วมันก็ผ่านไปแล้ว เราก็คิดว่าทุกคนเริ่มต้นใหม่ได้หมด แต่ที่สำคัญก็คือวิธีการคิด มานั่งปรึกษาคุยกัน ทำอย่างไร หาข้อยุติ ไม่เช่นนั้นเราก็จะเป็นจำเลยสังคม (หัวเราะ)”

เห็นว่าตอนแรกที่นัดกันทางน้องเขามีขอเลื่อนไปก่อน?

“น่าจะเป็นเพราะว่ายังไม่พร้อม และน้องเขาอายุ 17 ก็ยังไม่รู้เรื่องของกฎหมาย เลยอาจจะมีความกังวล เราก็เป็นผู้ใหญ่แล้ว เขาเลยบอกว่าขอเวลาหน่อย เขาก็ให้คุณน้าเขาอะไรต่าง ๆ ก็มาด้วย คุณน้าเขาก็ไปเชิญทนายที่รู้จักกันมาด้วย ก็เลยกว่าจะนัดได้ต้องเลื่อนจากวันจันทร์ไปเป็นวันเสาร์”

มีกลัวไหมว่าน้อง ๆ เขาจะไม่มาตามนัด?

“จากประสบการณ์ที่เราคุ้นเคยและทำงานกับเยาวชนมา เราต้องให้เวลาเขานิดนึง ให้เวลากลั่นกรองอะไรที่มันเกิดขึ้น แล้วถ้าเขาไม่สะดวกจริง ๆ เราก็จะไปบังคับเขาไม่ได้ เราจะไปขู่เข็ญเขาก็ไม่ได้ เราต้องให้สิทธิ์เขา ไม่เป็นไร เหรียญมันมีสองด้าน มีด้านบวกก็มีด้านลบ ไอด้านลบเราก็ต้องคิดว่าด้านบวกมันมีไหม ด้านดีมันมีไหม ถ้าคิดด้านดีอย่างเดียวก็ไม่ได้ ก็ต้องคิดว่าด้านลบมีอะไรบ้าง มันก็เป็นอะไรที่สัจธรรม ยอมรับได้หมด”

บางคนอาจจะตามไม่ทัน สามารถเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังอีกทีได้ไหม?

“ได้เหมือนกันครับ อาจจะเป็นเล่าแบบสรุป ๆ วันนั้นเจตนาคือไปซื้อของพวกโซลาร์ไฟ เราก็ไปเดินข้าง ๆ ตึกที่คลองถมก็เจอว่าตรงนี้ของถูกกว่าข้างในอีก ก็เดิน ๆ เห็นป้ายอันหนึ่งที่เป็น USB เห็นว่าเดี๋ยวนี้มีลดหลั่นเยอะถ้าเมมโมรี่เยอะหน่อยก็แพงขึ้นหน่อย แต่ก็ยังถูกกว่าไปซื้อตามห้าง เราเลยลองดูว่ามันดีไหม มันแค่ร้อยกว่าบาท นั่นคือช่วงที่เกิดขึ้น ผู้หญิงที่เป็นคนขายเขาก็บอกว่าหน้าตาเหมือนดารา เขาก็เสียงดังขึ้นมาแล้วถามน้อง ๆ วัยรุ่นว่า ‘นี่รู้จักหรือเปล่าดารา’ ก็กลายเป็นว่าเด็กเขาตอบมาว่า ‘ไม่รู้จักหรอกดารงดาราอะไร’ ประมาณนั้น เราก็เจอเหตุการณ์นี้เยอะ เราไม่ได้ไปด้วยเจตนาที่จะให้คนรู้จักเรา เราใส่หน้ากาก ใส่แว่นตาดำ ใส่หมวกแก๊ป ไม่ใช่อำพรางนะแต่เป็นอะไรที่ปกติของเราเวลาไปที่สาธารณะ”

ทูน หิรัญทรัพย์

ก็ฟังดูไม่เห็นมีอะไร?

“ไม่มีอะไรครับ ตอนน้องเขาออกมาเขาก็ยังพูด ๆ อยู่ เราก็แบบน้องอย่างนี้ พอในคลิปที่ออกมาเราไม่เข้าใจว่าคนดูคลิปเขาตีความไปอีกแบบหนึ่ง เขาก็มีสิทธิ์นะ”

นี่คือคลิปที่ทุกคนเห็นกัน?

“เขาก็มีสิทธิ์นะ ไอ้การดันกลับผลักนี่เหมือนกันไหม ถ้าดันก็รุนแรงแต่รุนแรงเท่ากับผลักหรือเปล่า ไม่รู้สิเขาตีความกันยังไง กลายเป็นว่าเราเริ่มก่อน ทีนี้มันเหมือนดูหนังใบ้เราไม่รู้ว่าคำพูดที่สนทนากันมันคืออะไร แล้วน้องเขาเดินออกมาเนี่ยเขาพูดอะไรเราถึงได้บอกว่าอย่าเพิ่งไป คุยให้จบ คุยให้รู้เรื่องก่อน”

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในคลิปกล้องวงจรปิดและข่าวที่ออกมาทางแฟนของอาบ็อบก็ขวัญเสีย เหตุการณ์เป็นอย่างไรบ้าง?

“จะบอกว่า 70-80% ก็เป็นการให้กำลังใจ บอกอุ้ยตกใจนะได้ยินข่าวอ่านข่าวอะไรต่าง ๆ ก็ให้รักษาตัวให้ดีอะไรต่าง ๆ แต่อีก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ 20 กว่าเปอร์เซ็นต์ เขาจะมีความคิดของเขาเองเขาก็บอกว่ามันไม่ถูกต้องนะผู้ใหญ่ไปรังแกเด็ก แบบเห้ยมันใช่หรือเปล่า ก็เลยเพื่อน ๆ เข้าไปดูเลยรู้ว่าพวกนี้อวตาร เราแบบอย่างนี้ก็มีด้วยเหรอ เรามี FC เรามี Tiktok ของเรานะครับ เวลาเขาคอมเมนต์มาอะไรต่าง ๆ มันก็จะเห็นหน้าตัวจริง ไม่ใช่หน้าการ์ตูนหรือหน้าผู้หญิงแต่คอมเมนต์ ครับ ๆๆ เราก็ไม่รู้ตัวจริงตัวปลอม เหมือนทุกวันนี้เราใช้บัตร atm หรือว่าเราใช้ทำธุรการด้านธนาคารสถาบันการเงิน บางทีก็โดนดูดไปเราไม่รู้ไงครับ”

ตอนนี้กลัวโซเชียลไปเลยไหม?

“ใช่ กลัว ๆ เป็นห่วงมากกว่า ถ้ามนุษย์เราไม่ได้ดูภาพเป็นเรา ดูแค่จุดหนึ่ง มันอาจจะตีความได้อีกแบบหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็พยายามถ้าเป็นผู้ใหญ่แล้วมีการศึกษาที่ดีนะครับ มีเหตุและผลควรจะดูภาพเต็ม หนังไม่ใช่ดูแป๊บเดียวแล้วแบบโอ้โหแบบนี้แบบนั้นควรจะดูให้จบจะได้รู้ว่าเป็นยังไง”

อาการบาดเจ็บเป็นยังไงบ้าง?

“ภายนอกเราใส่แว่น แว่นก็แตก มีเลือดตรงโหนกแก้มและใต้ข้าง ๆ จมูก เราก็ไม่ได้อะไรตอนนั้นชา เราก็ไปหาหมอรพ.แรกรพ.กลางให้กินยา ทายา เอาน้ำแข็งประคบ พอวันรุ่งขึ้นเรารู้สึกร้าวมาที่กะโหลกด้านข้าง เราก็ไปหาหมอจักษุของเรา วัดความดันแล้วคุณหมอเปิดเปลือกตามันเหมือนอักเสบขึ้นมา มันไม่ใช่แผลแต่อักเสบบวมจากข้างใน เราก็แบบมีอย่างนี้ด้วยเหรอ ข้างขวาผมไม่เห็นแล้วนิ ผมก็ไม่เป็นมั้ง คุณหมอบอกว่าไม่ได้ ตาที่มองไม่เห็นข้างไหนข้างหนึ่งก็แล้วแต่ถ้าวันนึงลูกตามันเจอแบคทีเรีย เชื้อโรค มันอาจจะลามมาอีกฝั่ง ถามว่าเส้นประสาทไม่มีมองไม่เห็น ถ้ามันอักเสบขึ้นมาหนัก ๆ เข้าอาจจะเอาลูกกระตาจริงออกแล้วใส่ลูกตาลูกแก้ว”

อันตรายเหมือนกันนะ?

“นี่ก็เป็นความรู้ใหม่ของเรา”

ถ้าโดนต่อยข้างที่ไม่บอดก็มีสิทธิ์ที่จะอักเสบแล้วตาบอดได้เหมือนกัน?

“ใช่ครับผม”

ทูน หิรัญทรัพย์
ทูน หิรัญทรัพย์
ทูน หิรัญทรัพย์

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...