Alibaba ควบรวม “Ele.me-Fliggy” เข้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ย้ำทิศทางค้าปลีกทันใจ
Alibaba ควบรวม "Ele.me-Fliggy" เข้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซ หลังแผนแยกธุรกิจสะดุด และหวังสกัดคู่แข่ง-ย้ำทิศทางค้าปลีกทันใจ ท่ามกลางศึกเดือดราคาส่งอาหาร
วันที่ 23 มิถุนายน 2568 เวลา 13.46 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า Alibaba Group ประกาศควบรวมแพลตฟอร์มส่งอาหาร Ele.me และแพลตฟอร์มท่องเที่ยว Fliggy เข้ากับกลุ่มธุรกิจอีคอมเมิร์ซในจีน ถือเป็นการเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ หลังบริษัททยอยลดขนาดแผนแยกธุรกิจ (Spin-off) และหันมาให้ความสำคัญกับการส่งมอบสินค้าที่รวดเร็วมากขึ้น
Eddie Wu ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ของAlibaba กล่าวในจดหมายภายในถึงพนักงานบางส่วนว่า “นี่ถือเป็นการยกระดับเชิงกลยุทธ์ จากเดิมที่เราเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ สู่การเป็นแพลตฟอร์มผู้บริโภคที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น”
การควบรวมนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ Ele.me ตกเป็นที่จับตา หลัง Han Liu อดีต CEO ของ Ele.me วัย 37 ปี ซึ่งครั้งหนึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้บริหารระดับสูงที่อายุน้อยที่สุดในเครือ Alibaba ถูกตำรวจเซี่ยงไฮ้ควบคุมตัวในข้อหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชนของบริษัท
ก่อน Han Liu ร่วมงานกับAlibaba เขาเคยทำงานกับแพลตฟอร์มคู่แข่งอย่าง JD.com และเข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Ele.me เมื่อเดือนมีนาคม 2567 แต่ถูกลดตำแหน่งให้ดูแลด้านโลจิสติกส์ของแพลตฟอร์มในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ หลังมีรายงานว่าเขาถูกควบคุมตัวชั่วคราวในข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีทุจริตเมื่อปีที่แล้ว
โฆษกของAlibaba ปฏิเสธให้ความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ปลด Han Liu ออกจากตำแหน่งซีอีโอ แต่ยืนยันกับ Nikkei Asia ว่า บริษัทเป็นฝ่ายแจ้งเรื่องของ Han ต่อเจ้าหน้าที่เองหลังผลสอบสวนภายในพบว่าเขาอาจมีความผิดทางวินัยในที่ทำงาน Alibabaย้ำว่ามีนโยบาย “ไม่ยอมรับ” ต่อการกระทำผิดกฎหมายหรือระเบียบของบริษัท
ในจดหมาย Wu ระบุว่า “จากนี้ไปเราจะปรับรูปแบบธุรกิจและโครงสร้างองค์กรใหม่จากมุมมองของผู้ใช้งาน เพื่อสร้างประสบการณ์การบริโภคที่หลากหลายและมีคุณภาพยิ่งขึ้นสำหรับผู้บริโภคของเรา”
ทั้งนี้ Alibabaเข้าซื้อกิจการ Ele.me ในปี 2561 ส่วน Fliggy เป็นบริการท่องเที่ยวของAlibaba มาตั้งแต่ปี 2553 ปัจจุบันทั้งสองแพลตฟอร์มมีแอปพลิเคชันแยกจากกัน โดย Ele.me ได้ถูกบรรจุอยู่ในหมวด Instant Retail ของ Taobao ซึ่งเป็นบริการสั่งซื้อ จัดส่ง และส่งมอบภายใน 1-2 ชั่วโมง ส่วน Fliggy แม้ยังไม่อยู่ในหมวดดังกล่าว แต่ก็มีการเชื่อมต่อบริการกับแอป Taobao ในรูปแบบอื่น
ด้านพนักงานหลายคนของ Alibaba ให้สัมภาษณ์กับ Nikkei ว่ามองว่าการควบรวมครั้งนี้เป็นเรื่องดี เนื่องจากการเชื่อมโยงฐานลูกค้าในท้องถิ่นน่าจะช่วยเพิ่มยอดขายได้
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนถึงการถอยห่างจากแผนปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ที่ Alibabaประกาศไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ระบุว่าจะจัดองค์กรใหม่เป็น 6 กลุ่มธุรกิจหลัก และนำ 5 กลุ่มเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการนำบริษัทใดเข้าตลาด นอกจากนี้ บริษัทยังยกเลิกแผนแยกธุรกิจคลาวด์ Cainiao และซูเปอร์มาร์เก็ต Freshippo ออกเป็นบริษัทใหม่
นับตั้งแต่ Wu เข้ารับตำแหน่งแทน Daniel Zhang ในเดือนกันยายน 2566 Alibaba มีการเดินหน้ากลับลำแผนเดิม เน้นเสริมความแข็งแกร่งภายในองค์กร และลดกำแพงระหว่างแผนกต่าง ๆ ขณะที่การควบรวมธุรกิจอาหารและท่องเที่ยวเข้ากับกลุ่มอีคอมเมิร์ซ ยังเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันออนไลน์ในจีนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ซึ่งในภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคชะลอตัว ทำให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซหันมาเน้นดึงลูกค้าด้วยบริการส่งอาหารราคาถูก ส่งผลให้เกิดสงครามราคาอย่างหนัก ซึ่งท้ายที่สุดแล้วถือเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ยั่งยืน ปัจจุบันผู้เล่นในตลาดจึงหันไปให้ความสำคัญกับโมเดล ค้าปลีกทันใจ (Instant Retail) ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้บริโภควัยหนุ่มสาว
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คู่แข่งรายสำคัญอย่าง Meituan ใช้เครือข่ายส่งอาหารขนาดใหญ่ของตนเองบุกตลาดอีคอมเมิร์ซผ่านบริการ Flash Purchase ที่เสนอสินค้าหลากหลายหมวด ปัจจุบัน Meituan Flash Purchase มีพันธมิตรมากกว่า 30,000 รายทั่วประเทศ ถือเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อโมเดลอีคอมเมิร์ซแบบดั้งเดิมของAlibaba และ JD.com
เมื่อวันจันทร์ Meituan ประกาศขยายธุรกิจค้าปลีกทันใจ ด้วยการเพิ่มประเภทสินค้าและขยายคลังสินค้าไปทั่วประเทศ พร้อมเปิดตัวแบรนด์ค้าปลีกทันใจในต่างประเทศภายใต้ชื่อ Keemart เริ่มที่ซาอุดีอาระเบีย และเตรียมขยายไปยังฮ่องกง ตะวันออกกลาง และบราซิล
เพื่อรับมือกับ Meituan, Alibaba ได้ตั้งเป้าหมายให้ Taobao Instant Commerce เป็นเครื่องยนต์ใหม่ในการเติบโต โดยให้บริการจัดส่งสินค้าหลายหมวดหมู่แบบรวดเร็ว รวมถึงบริการจัดส่งจากร้าน Uniqlo ทุกสาขาทั่วประเทศจีน
ด้าน JD.com ก็เร่งลงทุนในโมเดลค้าปลีกทันใจเช่นกัน ด้วยการเปิดคลังสินค้าดำเนินการเองในหมวดสินค้าใหม่ เช่น กีฬาและความงาม ในเมืองใหญ่ เช่น ปักกิ่งและเซี่ยงไฮ้ และใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านการส่งอาหารเพื่อสนับสนุนธุรกิจใหม่นี้
อ้างอิง : asia.nikkei.com