โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

กัมพูชา เปิดด่านช่องจวม 10 นาที ให้พลเมืองตกค้าง กลับประเทศ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 07.52 น.

ชายแดนไทย-กัมพูชา วุ่น หลังชาวกัมพูชาหลายร้อยชีวิตตกค้างแน่นหน้าด่านช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ เพราะฝั่งกัมพูชาปิดเงียบไม่ยอมเปิดด่านช่องจวมตามคำสั่งนายกฯ กัมพูชา จนเกิดความไม่พอใจอย่างหนัก ก่อนจะยอมเปิดด่านเพียง 10 นาที ให้พลเมืองตกค้างกลับประเทศ โดยไม่มีการแถลงหรือชี้แจงสาเหตุของการเปิด-ปิดชั่วคราวแต่อย่างใด

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชา ประจำด่านช่องจวม อำเภออัลลองเวง จังหวัดอุดรมีชัย ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด่านช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้เปิดประตูด่านในเวลาประมาณ 11.30 น. เพื่ออนุญาตให้ชาวกัมพูชาที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทยเดินทางกลับประเทศได้ โดยก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ฝ่ายไทยได้เปิดประตูข้ามพรมแดนตามปกติ แต่ทางฝั่งกัมพูชายังไม่เปิดด่าน โดยอ้างคำสั่งจาก สมเด็จฯฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่มีคำสั่งให้ปิดด่านช่องจวมเป็นการถาวรตั้งแต่คืนก่อนหน้า

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความเดือดร้อนให้แก่ชาวกัมพูชาหลายร้อยคนที่เดินทางเข้ามารักษาพยาบาลและซื้อสินค้าในประเทศไทย โดยทั้งหมดตั้งใจจะเดินทางกลับบ้านผ่านด่านช่องสะงำ แต่ต้องตกค้างอยู่หน้าด่าน เพราะฝั่งกัมพูชาไม่เปิดให้ข้าม จนเกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะเมื่อได้รับแจ้งว่า หากต้องการกลับประเทศจะต้องเดินทางอ้อมไปยังด่านช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งต้องใช้เวลาย้อนกลับไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง

กระทั่งเวลาประมาณ 11.30 น. เจ้าหน้าที่กัมพูชาจึงเปิดประตูด่านช่องจวมเป็นระยะเวลาสั้นๆ ประมาณ 10 นาที เพื่อให้ชาวกัมพูชาที่ตกค้างสามารถเดินทางกลับประเทศได้ ก่อนจะปิดด่านกลับเช่นเดิม โดยไม่มีการแถลงหรือชี้แจงสาเหตุของการเปิด-ปิดชั่วคราวแต่อย่างใด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กัมพูชา เปิดด่านช่องจวม 10 นาที ให้พลเมืองตกค้าง กลับประเทศ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...