โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคนยากไร้" บุก จี้ บอร์ด กสทช. ตรวจสอบ รก.เลขาธิการ ชี้ ทีมบริหารไม่โปร่งใส

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 08.47 น.

"ชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคนยากไร้" บุก จี้ บอร์ด กสทช. ตรวจสอบ รก.เลขาธิการ ชี้ ทีมบริหารไม่โปร่งใส-เอื้อประโยชน์-นำภาษีของประชาชนไปให้กลุ่มทุน มอง มีเหตุภัยพิบัติก็ไม่มีการแจ้งเตือนจาก กสทช. พร้อมเรียกร้อง สรรหาเลขาธิการใหม่

วันที่ 23 มิ.ย. 68 ที่ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายเชิดชัย กัลยาวุฒิพงศ์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) , ดร.พงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี อดีตประธาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ทีโอที และชมรมสันติประชาธรรม เดินทางยื่นหนังสือเพื่ออยากให้ กสทช. พิจารณาหยุดการประมูลคลื่นในวันที่ 29 มิ.ย. 68 เพราะคลื่นที่จะประมูลมีทั้งคลื่น 850 MHz 1500 MHz 2100 MHz และ 2300 MHz ซึ่งจริงๆแล้วใบอนุญาตของโทรคมนาคมแห่งชาติ( NT) จะหมดในวันที่ 3 ส.ค. 68 แต่วันนี้ทาง กสทช. ได้นำขึ้นคลื่นความถี่เหล่านี้มาเปิดประมูล

โดยชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเพื่อคนยากไร้ เข้ายื่นหนังสือถึงกรรมการ กสทช. เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายไตร วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการรักษาการเลขาธิการ กสทช. โดยเรียกร้องให้บอร์ด สรรหาผู้มีคุณสมบัติและเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งเลขา กสทช. คนใหม่ กล่าวว่า เรามาเพื่อยื่นหนังสือให้กับคณะกรรมการกสทช. ให้ทราบพฤติการณ์ของเลขา กสทช. กับพวกทีมบริหารชุดนี้ ไม่โปร่งใส เอื้อประโยชน์ เอาเงินภาษีของประชาชนไปให้กลุ่มทุน และพวกพ้องของตนเอง ให้ได้รับผลประโยชน์ในการประมูลคลื่นความถี่และความถี่ต่างๆ

พร้อมย้ำว่า นายไตรรัตน์ ทำหน้าที่บริหารงานมาเป็นระยะเวลา 5 ปีแล้ว องค์กรเกิดความแตกแยก ร้าวฉาน และมีการฟ้องร้องบอร์ดบริหารที่มีความเห็นต่าง และดำเนินคดีกับผู้เห็นต่างไป 2 คดี แต่ศาลท่านยกฟ้อง ทั้ง 2 คดี นายไตรรัตน์ ยังมีหน้าที่บริหารงานใน กสทช. อีก โดยโทรศัพท์ที่พวกตนและประชาชนคนทั่วไปในประเทศนี้ ใช้คลื่นความถี่ของบางบริษัทสัญญาณเกิดความขัดข้องแล้วขัดข้องอีก และไม่สามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างสะดวก

อีกทั้งมองว่าทำให้บางธุรกิจเกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก ในขณะมีเหตุภัยพิบัติเกิดขึ้นก็ไม่มีการแจ้งเตือนมาจาก กสทช. ได้ทันถ่วงที สมควรแล้วหรือยังที่คณะกรรมการหรือบอร์ดบริหาร ทั้ง 7 ท่าน จะต้องตัดสินใจพิจารณาและคัดเลือกหาบุคคลที่มีคุณภาพและความสามารถมากกว่าเลขากับพวกคนปัจจุบัน เพื่อมาทดแทนเลขากับพวกคนปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการองค์กรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถเป็นที่พึ่งของประชาชนได้ต่อไป

นายเชิดชัย กล่าวต่อว่า การที่จะเปิดประมูลคลื่นในครั้งนี้ จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ธุรกิจในส่วนของโทรคมนาคมในเรื่องของการสื่อสารไร้สาย หรือการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ จะเกิดตลาดแบบกึ่งผูกขาดหรือผูกขาด เนื่องจากชัดเจนว่าวันนี้ผู้ประกอบการที่ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ในประเทศไทยมีเพียง 2 รายใหญ่เท่านั้น

โดยสิ่งที่กังวลคือประกาศของกสทช. มีการปรับประกาศในการจะนำคลื่นมาประมูลทั้งหมด โดยไม่มีการที่จะทยอยประมูล เพราะฉะนั้นถ้าหากนำคลื่นมาประมูลพร้อมกัน ก็จะทำให้เกิดการสมยอมราคา เนื่องจากผู้ประกอบการก็จะสามารถตกลงกันได้ว่าจะใช้คลื่นความถี่อะไร เพื่อไปประกอบกิจการของตนเอง

ซึ่งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมาแข่งขันกันเองเพราะสามารถแบ่งกันเกันป็นสัดส่วนได้ เพราะฉะนั้นจะไม่เกิดการแข่งขันอย่างเสรี ซึ่งการที่เราตั้งใจไว้ว่าจะให้มีการแข่งขันเสรีแบบการประมูลคลื่นตามที่กำหนดไว้ว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ต้องใช้การประมูลแบบเสรี

พร้อมย้ำว่า หากคลื่นตกอยู่ในมือของกลุ่มทุน จะเกิดลักษณะคล้ายๆกับการกักตุนคลื่นความถี่ เพราะคลื่นความถี่ในใบอนุญาตจะมีอายุถึง 15 ปี เพราะฉะนั้นคลื่นความถี่เหล่านี้ถ้าหากถูกประมูลไปแล้ว ต่อไปผู้ประกอบการรายใหม่หรือผู้ประกอบการรายอื่นที่อยากจะเข้ามาเพื่อที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในส่วนของโทรคมนาคมสื่อสารไร้สายก็จะไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาในตลาด ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกฎหมายที่ทาง กสทช. หรือ พ.ร.บ.การจัดสรรคลื่นความถี่ ที่กำหนดว่าการจัดสรรคลื่นต้องใช้แบบเสรี ด้วยข้อจำกัดต่างๆจะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะกลุ่มทุนที่มีเงินทุนมากกว่าจะมีโอกาส และความสามารถในการที่จะเข้าถึงทรัพยากรเหล่านี้ได้โดยง่าย ส่วนกลุ่มทุนที่มีเงินน้อยก็จะไม่สามารถเข้ามาได้เพราะว่าติดเงื่อนไขที่ว่าเมื่อประมูลไปแล้ว จะต้องลงทุนในการที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ครอบคลุมทั่วประเทศตามระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนด

นายเชิดชัย ระบุว่า วิธีเดียวคือต้องมีเงินทุน ซึ่งคนที่มีเงินน้อยกว่าจะไม่สามารถเข้ามาประมูลได้และในอนาคตด้วย ปัจจุบันโลกเข้าสู่สังคมดิจิตอลซึ่งส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งโครงสร้างพื้นฐานไร้สายในอนาคตจะเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของแต่ละประเทศของประชาชนในประเทศไทย และอย่าลืมว่าเรามีนโยบายของการปฏิวัติอุตสาหกรรมในยุค 4.0 หรือไทยแลนด์ 4.0 เพราะฉะนั้นคลื่นความถี่ที่จะมาใช้ในการประกอบกิจการโทรคมนาคมโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็จะเป็นสิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องใช้

อย่างไรก็ตาม หากวันนี้คลื่นไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนก็จะไม่สามารถที่จะดำเนินการนโยบายได้ เพราะจริงๆแล้วรัฐวิสาหกิจหรือโทรคมนาคมแห่งชาติเป็นรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิตอลเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งชัดเจนว่ารัฐวิสาหกิจมีหน้าที่ในการวางโครงสร้างพื้นฐานวางรากฐานในการพัฒนากับประเทศที่เกี่ยวกับโทรคมนาคมของไทย

นายเชิดชัย ย้ำว่า ต้องการให้ทางคณะกรรมการ กสทช. หยุดการประมูลคลื่นในวันที่ 29 มิ.ย. 68 ออกไปก่อน และให้จัดสรรคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามมติ ครม. และตามNT ในการที่จะนำไปวางโครงสร้างพื้นฐานในการพัฒนาประเทศในอนาคตต่อไป

ขณะที่ ดร.พงศ์ฐิติ กล่าวเสริมว่า ในวันนี้สิ่งที่พวกเราเห็นและกำลังจะเกิดขึ้นก็คือ กสทช. เลือกใช้วิธีการประมูล ซึ่งตรงนี้เราเห็นว่าอาจจะไม่ถูกต้องเพราะถ้าผู้เล่นที่จะเข้าร่วมการประมูลมีเพียงแค่ 2 ราย ก็ไม่ใช่ตลาดแข่งขันอย่างเสรี ที่เราพูดกันว่าถ้าเกิดเปิดการประมูลแล้วใครจะมาแข่งขัน และใครที่ชนะคลื่นความถี่ก็จะได้สิทธิ์ในเรื่องของการใช้คลื่นความถี่ สำหรับความเป็นจริงแล้ว ถ้ามีผู้แข่งขันแค่ 2 รายจะเป็นตลาดเสรีได้อย่างไร เพราะถ้าไม่ใช่ตลาดแข่งขันอย่างเสรีก็จะเป็นการผูกขาดแข่งขันแบบผูกขาดและเรากำลังสร้างตลาดผูกขาดในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมและระยะยาว ที่ไม่ต่ำกว่า 15 ปี และเราจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลยจนกว่า 15 ปี ผ่านไป

ดร.พงศ์ฐิติ กล่าวต่อว่า กสทช. แม้ว่าเป็นองค์กรอิสระแต่ควรจะอยู่ภายใต้นโยบายของประเทศชาติเพราะเรามีนโยบายในเรื่องของยุทธศาสตร์แห่งชาติ,ดิจิตอลเศรษฐกิจและสังคมของรัฐบาลและ มติ ครม. ที่กำหนดให้ NT เป็นโทรคมนาคมแห่งชาติที่จะต้องสร้างโครงข่ายที่ไม่ใช่มิติในเรื่องของการแข่งขัน แต่เป็นมิติในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ เพราะเรามีมิติในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกคน

โดยมองว่า วันนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่แย่ลงเราจึงมาคัดค้านเพื่อที่จะท้วงติง และอยากให้ทบทวนดูว่าถ้าการประมูลคลื่นครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ให้กับประเทศชาติหรือธุรกิจโทรคมนาคมจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเรากำหนดราคาประมูลที่ต่ำลงใครจะได้ประโยชน์กันแน่ และเราจะประมูลคลื่นอย่างเดียวในราคาถูกเพื่อให้นายทุนไม่กี่รายไปกักตุนคลื่นความถี่ไว้ใช้งานอีก 15 ปี มันคุ้มหรือไม่กับสมบัติของชาติที่จะไปจัดสรรให้กับนายทุนไม่กี่คน

เมื่อถามว่าสาเหตุที่เดินทางมาวันนี้เพราะอะไร นายเชิดชัย กล่าวว่า วันนี้ที่เราเดินทางมาจุดประสงค์หลักคือ มายื่นหนังสือให้กับคณะกรรมการ กสทช. ในการที่จะขอให้พิจารณาทบทวนยับยั้งและหยุดการประมูลคลื่นความถี่ที่จะเปิดประมูลในวันที่ 29 มิ.ย. 68 ออกไปก่อน

ส่วนเป้าหมายของการร้องเรียนคืออะไรนั้น นายเชิดชัย กล่าวว่า ในส่วนของการประมูลในครั้งนี้มันไม่ได้ตอบโจทย์ในเรื่องของการแข่งขันเสรีเนื่องจากเป็นที่ชัดเจนแล้วว่ามีผู้ประกอบการเพียง 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มทุนที่เป็นผู้ให้บริการหลักของประเทศไทยและไม่ได้เกิดการแข่งขันเสรี ที่ให้กับโอเปอเรเตอร์ใหม่ๆที่เข้ามาได้ เพราะหากมีการประมูลคลื่นความถี่จะตกอยู่ในมือของเอกชน ทั้ง 2 ราย และถ้าตกไปแล้ว จะอยู่ที่ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 15 ปี

ถามต่อว่าอยากให้ภาครัฐจัดการเรื่องนี้อย่างไร นายเชิดชัย ระบุว่า กสทช.เป็นองค์กรอิสระ แต่ทั้งนี้ต้องดำเนินการกำกับดูแลในเรื่องของคลื่นความถี่ควรจะต้องเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีหรือในเรื่องของนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่จะต้องใช้ดิจิตอลในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นตอนนี้เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเป็นสาธารณูปโภคของไทย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีรัฐมนตรีกำหนดไว้ว่าNT Broaband เป็นสาธารณูปโภคของประเทศไทยแล้วด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ อยากให้ กสทช. ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างไรนั้น นายเชิดชัย ย้ำว่า อยากให้กสทช. ยุคปัจจุบัน ได้มองเห็นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ อย่าลืมว่าคลื่นความถี่เป็นสมบัติของชาติและประชาชนทุกคนเพราะฉะนั้นการจัดสรรคลื่น คือควรจะหาวิธีการที่จะทำอย่างไรในการจะจัดสรรคลื่นความถี่ไปให้กับโอเปอเรเตอร์รายอื่นๆ ที่มีลักษณะธุรกิจที่เป็นการดูแลประชาชนให้ได้ราคาและคุณภาพที่เป็นธรรม และให้ประชาชนได้เข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้อย่างเท่าเทียมทั่วถึง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...