Spotlight: ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้นบ้างในสัปดาห์นี้ [2-6 มิถุนายน 2568]
สัปดาห์นี้ประเด็นพิพาทระหว่างไทยและกัมพูชาร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง กระแสชาตินิยมแจ่มชัดเป็นที่ถกเถียงกันตลอดทั้งสัปดาห์ ท่ามกลางความท้าทายทางการเมือง มีอีกหลายเรื่องที่อาจเลือนหายไปตามจังหวะข่าว เราจึงขอหยิบยกมาทบทวนอีกครั้งในที่เดียว
ไทย-กัมพูชา จากข้อพิพาทสู่การปลุกกระแสชาตินิยม
ตลอดทั้งสัปดาห์ประเด็นพิพาทไทย-กัมพูชา ที่มีสาเหตุมาจากการปะทะกันในพื้นที่บริเวณช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง หลังจากมีการยืนยันว่ากัมพูชาล้ำเข้ามาในพื้นที่ 200 เมตร
ด้าน ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ระบุว่ามีการล้ำเข้ามาในพื้นที่ 200 เมตรจริง แต่สถานการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่เรียกว่า ‘no man's land’ ซึ่งเป็นบริเวณชายแดนที่มีจุดทับซ้อนและยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าเป็นของฝ่ายใด ฝ่ายกัมพูชาได้เข้ามาในจุดนี้โดยเชื่อว่าเป็นพื้นที่ของตน ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่าละเมิดข้อตกลงของคณะกรรมการชายแดนร่วม (JBC) ข้อ 5
ภูมิธรรม กล่าวต่อว่าถึงแม้จะเป็นการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว แต่ยังไม่ใช่เรื่องของการบุกรุกแผ่นดินไทยโดยตรง เนื่องจากเป็นปัญหาชายแดนที่ยังคงต้องมีการถกเถียงและพูดคุยกันอยู่ เพราะยังไม่มีข้อสรุปว่าจุดดังกล่าวเป็นของใคร ดังนั้นให้รอข้อสรุปทั้งหมดจากการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ แม้ว่าทางฝั่งกัมพูชายืนยันว่าจะไม่ใช้เวที JBC ในการแก้ปัญหา 4 พื้นที่พิพาท แต่จะหันไปใช้กลไกศาลโลกก็ตาม โดยภูมิธรรมเน้นย้ำว่าอย่างไรไทยก็จะเริ่มต้นจากสันติวิธี
นอกจากนี้ ยังระบุอีกด้วยว่ามีข้อมูลข่าวสารที่ออกมาบางส่วนมีการบิดเบือน ดังนั้นจึงต้องระมัดระวัง เช่น มีการขุดระเบิดแล้วมาวางไว้ แม่ทัพภาคที่สองยืนยัน เรื่องนี้ไม่เคยมีทุ่นระเบิดมารุกล้ำบริเวณจุดนั้น ภาพนั้นถือเป็นภาพเก่าทางฝั่งขวาของปราสาทพระวิหาร ซึ่งถือว่าเป็นเขตที่มีทุ่นระเบิด แต่ทางการไทยก็พยายามตรวจค้นและดำเนินการจับกุมอยู่แล้ว ดังนั้นกระแสข่าวที่บอกว่ามีการบุกเข้ามานั้น แล้วมีการวางทุ่นระเบิด ขณะที่ประเทศไทยยังนิ่ง ถือเป็นการสร้างความสับสนและทำลายศรัทธาความร่วมมือของประชาชน ซึ่งไม่เป็นผลดี
อย่างไรก็ตาม ตลอดทั้งสัปดาห์นี้จะเห็นว่ากระแสชาตินิยมด้วยกลไกต่างๆ ทั้งจากกองทัพบกที่เชิญชวนให้ประชาชนติดแฮชแท็ก ‘ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด’ หรือการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนหลายสำนักก็เป็นไปในทิศทางปลุกจิตสำนึกความเป็นชาติเช่นเดียวกัน ทำให้มวลรวมของสังคมตอนนี้มีการโต้แย้งกันระหว่างกลุ่มที่ไม่สนับสนุนการทำสงคราม เพราะยึดมั่นในหลักการว่าสงครามย่อมไม่ส่งผลดีกับใคร และกลุ่มที่สนับสนุนทหารด้วยเหตุผลในนามความเป็นชาติ
จากเหตุปะทะกันบริเวณช่องบก และข้อถกเถียงเรื่องเขตแดนที่ยังไม่มีข้อยุติ ไม่ได้ถูกสื่อสารในฐานะปัญหาทางเทคนิคของรัฐต่อรัฐอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่กำลังถูกแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องของ ‘ศักดิ์ศรีแห่งชาติ’ ผ่านถ้อยคำอันเข้มข้น แฮชแท็กเร้าใจ และข่าวเชิงอารมณ์ที่อัดแน่นด้วยภาพทหารไทยยืนเฝ้าชายแดนท่ามกลางแสงแดด ปลุกความฮึกเหิมของคนห่างไกลชายแดน
นอกจากนี้ กลไกชาตินิยมยังมีผลต่อการจำกัดพื้นที่การวิพากษ์วิจารณ์ของสังคม เมื่อคำว่า ‘รักชาติ’ กลายเป็นกรอบที่ถูกตีความอย่างคับแคบ อาจทำให้การตั้งคำถามในเรื่องอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน เช่น ความโปร่งใสของกองทัพ หรือกระบวนการแก้ปัญหาชายแดนอย่างยั่งยืน ถูกผลักให้ไกลออกไปกว่าเดิม
พ.ร.บ.สรรพสามิต ฉบับใหม่ ‘ปลดล็อก’ สุราชุมชนและคราฟต์เบียร์
พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2568 นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะเข้ามาปลดล็อกข้อจำกัดในการขอใบอนุญาตผลิตสุรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย สุราชุมชน และคราฟต์เบียร์
ภายใต้ พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถขอใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อจำหน่ายได้โดยไม่ต้องเผชิญกับกฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดแบบแต่ก่อน รวมถึงความสามารถในการผลิตเหล้าสี และสร้างโรงเบียร์ขนาดเล็ก กฎหมายระบุอย่างชัดเจนว่า กฎกระทรวงที่จะออกมาภายหลังจะต้องคำนึงถึงมาตรฐานการผลิตสุรา และต้องสนับสนุนให้สหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย สามารถขอรับใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้า โดยนำสินค้าเกษตรในประเทศมาผลิตเป็นสุราทุกประเภท
จุดเด่นที่สำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้คือ การบัญญัติไม่ให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ใดในการพิจารณาออกใบอนุญาตที่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือผูกขาดทางเศรษฐกิจโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระเกินสมควร เว้นแต่จะเป็นการกำหนดสัดส่วนความเป็นเจ้าของของบุคคลซึ่งมิใช่บุคคลสัญชาติไทย หรือเป็นการผลิตสุราของรัฐวิสาหกิจ การแก้ไขกฎหมายนี้มีขึ้นเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและจัดระเบียบการประกอบอาชีพการผลิตสุราให้เป็นธรรมยิ่งขึ้น
แม้กฎหมายจะเริ่มบังคับใช้แล้ว กรมสรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องออกกฎหมายลูกหรือประกาศเพิ่มเติม เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายใหม่ภายใน 180 วัน นับจากวันที่ พ.ร.บ. มีผลบังคับใช้ อย่างไรก็ตาม กฎหมายลูกและประกาศที่เคยใช้ไปก่อนหน้านี้ก็ยังคงให้บังคับใช้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. ใหม่นี้
การประกาศใช้ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 นี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับวงการคราฟต์เบียร์ และสุราชุมชน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายย่อยมีโอกาสเติบโตและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์สุราจากวัตถุดิบในประเทศได้หลากหลายยิ่งขึ้น
จุลพันธ์ตอบ ถ้าไม่มี ‘กาสิโน’ จะไม่มีใครลงทุนในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง ยืนยันความจำเป็นของโครงการเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ มูลค่าการลงทุนกว่า 100,000 ล้านบาท โดยระบุชัดว่า หากไม่มี 'กาสิโน' เอกชนจะไม่ยอมลงทุนในโครงการนี้เลย ทั้งยังมั่นใจว่า ร่าง พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องจะสามารถผ่านสภาฯ ได้ภายในอายุของรัฐบาลนี้ และไทยมีศักยภาพจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางความบันเทิงอันดับ 3 ของโลก
จุลพันธ์ชี้ว่า กาสิโนคือหัวใจสำคัญของโมเดลธุรกิจสำหรับเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ หากตัดกาสิโนออกจากแผน ก็จะไม่มีการลงทุนในองค์ประกอบอื่น เช่น สนามกีฬา ศูนย์ประชุม หรือฮอลล์คอนเสิร์ต เพราะนักลงทุนต้องการจุดดึงดูดหลักที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้และกระตุ้นการท่องเที่ยว การลงทุนต้องการความมั่นใจว่าโครงการจะมีคนมาเที่ยว ซึ่งกาสิโนเป็นแรงขับเคลื่อนหลักในเรื่องนี้
โครงการดังกล่าวจะใช้เงินลงทุนจากภาคเอกชนทั้งหมด 100% โดยรัฐบาลไม่ใช้งบประมาณแผ่นดิน และจะมีบทบาทหลักในการออกกฎหมาย จัดทำ TOR และกำกับดูแลให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและรอบคอบ โดยจุลพันธ์ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร จะถูกเสนอเข้าสภาฯ ในเดือนกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ทันสมัยประชุมปัจจุบัน หากร่างกฎหมายไม่ผ่าน ก็จะต้องกลับมาเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จุลพันธ์ยังมั่นใจว่า รัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาฯ เพียงพอที่จะผลักดันกฎหมายฉบับนี้ และพร้อมจะชี้แจงให้กับผู้ที่ยังไม่เข้าใจ พร้อมย้ำว่ากาสิโนภายใต้ระบบนี้จะไม่กลายเป็นพื้นที่มอมเมาประชาชน เพราะมีการวางกลไกควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการใช้กฎหมายการเงินเพื่อป้องกันการฟอกเงิน และการจำกัดกลุ่มนักลงทุนให้เป็นเฉพาะรายใหญ่ที่มีศักยภาพจริง ไม่เปิดกว้างให้เกิดการแข่งขันด้านสถานที่อย่างไม่เป็นธรรม
“หากโครงการสามารถเดินหน้าได้ภายใน 2 ปี ไทยจะสามารถขึ้นแท่นเป็นศูนย์กลางความบันเทิงอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกาและมาเก๊า และกลายเป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ด้วยศักยภาพที่ไทยมีอยู่แล้วในด้านวัฒนธรรม โครงสร้างพื้นฐาน และแหล่งท่องเที่ยว ผมเชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากทั่วโลก รวมถึงดูดซับเงินสีเทาที่เคลื่อนไหวตามแนวชายแดนให้เข้าสู่ระบบภายใต้การกำกับอย่างรัดกุม” จุลพันธ์กล่าว
ห้ามข้าราชการชาร์จ EV เพราะกินไฟหลวง
คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์และการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลกับประโยชน์ส่วนรวม กรณีเจ้าพนักงานของรัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยข้อเสนอแนะนี้มาจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)
สาระสำคัญของแนวทางและหลักเกณฑ์ที่ ครม. รับทราบ มีดังนี้:
ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐนำรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัวไปชาร์จฟรีตามเครื่องชาร์จของรัฐ หากไม่ได้รับอนุญาต
การกำหนดหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน: คณะรัฐมนตรีควรกำหนดหลักเกณฑ์หรือแนวทางการควบคุมและการปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ในเรื่องการนำรถยนต์ส่วนตัวมาประจุไฟฟ้าในสถานที่ทำการ เพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์ส่วนบุคคลและการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนรวม
สถานีชาร์จสำหรับราชการเท่านั้น: ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ต้องดำเนินการติดป้ายประกาศ ณ สถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าของรัฐว่าเป็นจุดที่จัดไว้เพื่อประโยชน์แก่ทางราชการเท่านั้น
การจัดสวัสดิการแยกต่างหาก: หากหน่วยงานของรัฐประสงค์จะจัดทำเป็นสวัสดิการให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน โดยอนุญาตให้สามารถนำรถส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าได้ จะต้องติดตั้งสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าที่เป็นสวัสดิการ แยกต่างหากอย่างชัดเจนจากสถานีหรือเครื่องอัดประจุไฟฟ้าซึ่งจัดไว้เฉพาะของทางราชการเท่านั้น
การจัดสวัสดิการนี้จะต้องมีระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่ชัดเจน ควบคุม กำกับ ดูแล และมีบทลงโทษสำหรับกรณีที่นำรถยนต์ส่วนตัวไปอัดประจุไฟฟ้าโดยมิได้รับอนุญาต
ในการดำเนินการนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดสวัสดิการภายในส่วนราชการ พ.ศ. 2547 หรือระเบียบสวัสดิการภายในของหน่วยงานนั้นๆ
อาจมีการกำหนดให้ชำระค่าบริการตามอัตราที่กำหนด เพื่อไม่ให้เป็นภาระค่าใช้จ่ายของหน่วยงานของรัฐ และจะต้องประชาสัมพันธ์ให้บุคลากรรับทราบและถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ทั้งนี้ที่ประชุม ครม. ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นหน่วยงานหลักรับเรื่องนี้ไปพิจารณาร่วมกับองค์กรกลางบริหารบุคคลประเภทต่างๆ ทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน สำนักงบประมาณ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อยุติ
โดยสำนักงาน ก.พ. มีหน้าที่สรุปผลการพิจารณา ผลการดำเนินการ และความเห็นในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับแจ้ง เพื่อนำเสนอต่อ ครม. ต่อไป
โอปอล-สุชาตา สร้างประวัติศาสตร์คว้ามงฟ้ามงแรกให้ไทย
การประกวดมิสเวิลด์ (Miss World) 2025 สิ้นสุดลงด้วยความภาคภูมิใจของเหล่าแฟนนางงามไทย เมื่อ โอปอล-สุชาตา ช่วงศรี สาวงามตัวแทนจากประเทศไทยคว้า ‘มงฟ้า’ มาครองได้สำเร็จ และเป็นประวัติศาสตร์นางงามไทยคนแรกที่สามารถคว้าชัยชนะบนเวทีมิสเวิลด์ได้
โอปอลสามารถฝ่าด่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้าย โดยมีผู้เข้าประกวดจากประเทศบราซิล มาร์ตีนีก เอธิโอเปีย นามิเบีย โปแลนด์ ยูเครน ฟิลิปปินส์ และไทย ซึ่งในรอบนี้เธอได้รับคำถามว่า“คุณคิดว่าคุณควรได้เป็นควีนเอเชียและโอเชียเนียหรือไม่?”
โอปอลตอบด้วยคำเปรียบเทียบที่น่าประทับใจว่า “ฉันมองว่ามันเหมือนกับการดูแลสวนดอกไม้ ใครๆ ก็สามารถรดน้ำต้นไม้ได้ แต่ถ้าจะทำให้สวนงดงามและยั่งยืนจริงๆ ต้องมีใครสักคนที่อยู่ดูแลมันอย่างต่อเนื่อง บทบาทของควีนทวีปเอเชียและโอเชียเนีย ไม่ใช่แค่การแนะนำตัวเองพร้อมตำแหน่งที่ได้รับ แต่คือการทำให้ผู้คนรู้สึกได้ว่า ฉันอยู่ตรงนี้เพื่อพวกเขา ยืนหยัดเคียงข้างพวกเขาจริงๆ ผ่านโครงการ Beauty with a Purpose ซึ่งฉันได้เรียนรู้ว่าการใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่าคือการมอบชีวิตและความฝันกลับคืนให้กับผู้ที่เคยสูญเสียมันไป และนั่นคือเหตุผลที่ฉันยืนอยู่ตรงนี้ในวันนี้ เพื่อเป็นแสงแห่งความหวัง และเพื่อทิ้งไว้ซึ่งร่องรอยของความหมายจนถึงลมหายใจสุดท้ายของชีวิต”
คำตอบดังกล่าวทำให้โอปอลผ่านเข้าสู่รอบ 4 คนสุดท้าย ร่วมกับตัวแทนจากมาร์ตีนีก เอธิโอเปีย และโปแลนด์ โดยคำถามในรอบนี้คือ “การเดินทางครั้งนี้สอนคุณอย่างไรเกี่ยวกับความจริง และความรับผิดชอบส่วนบุคคลในการกำหนดเรื่องราวที่ถูกเล่าขาน?”
เธอตอบด้วยน้ำเสียงมั่นคงว่า “สิ่งหนึ่งที่ได้เรียนรู้คือ ความรับผิดชอบต่อวิธีที่ ‘ความจริง’ จะถูกถ่ายทอดออกไป… เชื่อมาเสมอว่า ไม่ว่าจะเป็นใคร จะอายุเท่าไหร่ มีบทบาทใดในชีวิต ก็ต้องมีใครสักคนหนึ่งที่มองขึ้นมาหาเรา และวิธีที่ดีที่สุดในการนำทางคนเหล่านั้น คือการเป็นผู้นำผ่านความอ่อนโยนและการกระทำ เพราะการกระทำของเรานั้นเสียงดังกว่าคำพูดเสมอ…”
จากการตอบคำถามและผลงานตลอดการประกวดทำให้โอปอลคว้าชัยชนะมาได้ในที่สุดอย่างไม่มีข้อกังขา
วิว-กุลวุฒิ ขึ้นแท่นแบดมินตันชายเดี่ยวมือ 1 ของโลก
สหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ประกาศอันดับโลกประจำสัปดาห์อย่างเป็นทางการ โดย วิว-กุลวุฒิ วิทิตศานต์ นักแบดมินตันชายเดี่ยวชาวไทยสามารถก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งมืออันดับ 1 ของโลก หลังจากที่เขาสามารถคว้าแชมป์สิงคโปร์ โอเพ่นมาได้
วิวได้เปิดใจกับ BWF ว่า “แน่นอนว่าผมยังอยากที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปในเส้นทางสายกีฬานี้ การขึ้นไปเป็นมือ 1 ของโลก ย่อมมีความกดดันเสมอ แต่ก็เป็นเรื่องดีเพราะมันทำให้ผมมีแรงจูงใจเพิ่มขึ้นที่จะคว้าชัยชนะในการแข่งขันที่ผมเข้าร่วมในทุกรายการ”
สำหรับเส้นทางต่อไป วิวมีกำหนดจะลงแข่งขันในรายการแบดมินตัน อินโดนีเซีย โอเพ่น 2025 ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 3-8 มิถุนายนนี้
4EVE-มิลลิ ศิลปินไทยบนเวทีระดับโลก Head In The Clouds
วงการ T-POP ของไทยกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างแท้จริง ล่าสุดก็ได้ตอกย้ำปรากฏการณ์นี้อีกครั้งกับเทศกาลดนตรีระดับโลก Head In The Clouds 2025 ที่จัดขึ้น ณ ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา โดยมีศิลปินดังจากหลากหลายประเทศมาร่วมขึ้นเวที ตัวแทนจากไทยอย่าง มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล และเกิร์ลกรุ๊ป 4EVE ก็ได้ขึ้นแสดงอย่างน่าประทับใจ
สำหรับ 4EVE นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเธอได้ขึ้นเวทีใหญ่ระดับนี้ แต่ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง เพราะโชว์จัดเต็มทั้งการร้อง การเต้น และการนำเสนอเพลงใหม่อย่าง Keep a Secret แบบสดๆ เป็นที่แรกในโลก เรียกเสียงกรี๊ดกระหึ่มลอสแอนเจลิส นอกจากนี้ยังมีเพลงฮิตอย่าง 4EVER, Hot2Hot และ Like You ที่ปลุกเวทีให้ลุกเป็นไฟ ขณะเดียวกัน พวกเธอยังสร้างหมุดหมายสำคัญด้วยการเป็นเกิร์ลกรุ๊ปไทยวงแรกที่ได้ร่วมงานกับทีม 88rising ผ่านซิงเกิลภาษาอังกฤษ boys love girls ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่ตลาดเพลงโลก
ด้าน มิลลิ ที่เคยสร้างตำนานกินข้าวเหนียวมะม่วงบนเวที Coachella มาแล้ว คราวนี้ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เธอกลับมาพร้อมโชว์ที่ผสานวัฒนธรรมไทยกับความร่วมสมัยได้อย่างมีพลัง โดยเฉพาะในเพลง One Punch ที่สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเชิญ บัวขาว บัญชาเมฆ ขึ้นเวที มวยไทยบวกแร็ปไทยบนเวทีอเมริกา กลายเป็นซีนเด็ดที่สื่อต่างประเทศให้ความสนใจ
สองโชว์ สองสไตล์ แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการผลักดัน T-POP ไทยให้คนทั่วโลกหันมามอง นี่คืออีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ที่ทำให้แฟนเพลงชาวไทยภูมิใจ และอดใจรอไม่ไหวว่า T-POP จะพาเราไปไกลได้ขนาดไหนในก้าวต่อไป
อ้างอิง:
thairath.co.th (1), thairath.co.th (2), thairath.co.th (3), thairath.co.th (4), thebangkokinsight.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath