โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เศรษฐกิจผันผวน ภาษีทรัมป์ซ้ำเติม การเมืองเดือด ศึกแดง-น้ำเงิน

PostToday

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.

ศึกสองทิศ: เศรษฐกิจไทยเผชิญนโยบายภาษีสหรัฐฯ และความขัดแย้งการเมืองภายใน
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ นโยบายภาษีนำเข้าใหม่ของสหรัฐอเมริกา และ ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ที่เปรียบเสมือนศึก "แดง" ปะทะ "น้ำเงิน" ซึ่งส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทั้งภาคเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางการเมืองของชาติ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: ภาษี 36% จากสหรัฐฯ
นับตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมนี้ สหรัฐอเมริกาจะเริ่มบังคับใช้อัตราภาษีสำหรับสินค้านำเข้าจากไทยที่ 36% ซึ่งสูงกว่าอัตราภาษีที่เรียกเก็บจากประเทศคู่แข่งในภูมิภาคอย่างเวียดนาม (20%) และมาเลเซีย (25%) อย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าอัตราภาษีนี้จะยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการเจรจา แต่ก็นับเป็นสัญญาณที่น่ากังวลต่อผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ส่งออกสินค้าหลักอย่าง ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยางรถยนต์ และอาหาร

นักเศรษฐศาสตร์ต่างมองว่าอัตราภาษีที่สูงถึง 36% นี้จะ บั่นทอนความสามารถในการแข่งขันของไทย ในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคู่ค้าที่สำคัญ สหรัฐฯ อ้างเหตุผลในการปรับขึ้นภาษีครั้งนี้ว่ามาจากประเด็นการขาดดุลการค้าและความมั่นคง นอกจากนี้ยังมีข้อสังเกตว่ามาตรการดังกล่าวอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการกดดันประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทย โดยคุณพิชัย กำลังเร่งเจรจาและวางแผนสำรองเพื่อรับมือกับสถานการณ์นี้ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องจับตาดูผลลัพธ์ของการเจรจาอย่างใกล้ชิด

ความขัดแย้งการเมืองภายใน: ศึก "แดง" ปะทะ "น้ำเงิน"
นอกเหนือจากวิกฤตเศรษฐกิจภายนอกแล้ว ประเทศไทยยังคงเผชิญกับ ความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ ที่ถูกเปรียบเปรยเหมือนการต่อสู้ระหว่างฝ่าย "แดง" (รัฐบาล) และ "น้ำเงิน" (ฝ่ายวุฒิสภาและฝ่ายค้าน) ซึ่งแต่ละฝ่ายต่างเปิดศึกโต้ตอบกันอย่างดุเดือดผ่านประเด็นต่างๆ

สถานการณ์ล่าสุดแสดงให้เห็นถึงการเดินหมากที่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ

  • ฝ่าย "แดง" เสียเปรียบ จากกรณีที่ สว. ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. และศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคุณสมบัติรัฐมนตรี
  • ฝ่าย "น้ำเงิน" ถูกโต้กลับ เมื่อ DSI รับเรื่องวัว สว. เป็นคดีพิเศษ
  • การโจมตีฝ่าย "แดง" ยังคงดำเนินต่อไปเมื่อ สว. เรียกร้องให้คุณแพทองธารลาออกจากตำแหน่งจากคลิปเสียงฮุนเซน
  • ฝ่าย "แดง" สู้กลับ ด้วยพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้นายกฯแพทองธารควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นเมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นายกฯแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่

  • ฝ่าย "น้ำเงิน" เริ่มหยั่งเชิง ด้วยการพูดคุยถึงประเด็นนายกรัฐมนตรีชั่วคราว
  • ฝ่าย "แดง" โต้กลับด้วยประเด็นที่ดินเขากระโดง เพื่อสร้างแรงกดดัน
  • นายกฯแพทองธารยืนยันจุดยืน จะไม่ลาออก ไม่ยุบสภา และจะสู้คดีในศาล

สงคราม "แดง-น้ำเงิน" นี้ยังไม่สิ้นสุด และมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเสถียรภาพรัฐบาล ความเชื่อมั่นของนักลงทุน และบรรยากาศทางการเมืองโดยรวม

ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การรับมือกับแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากภายนวกกับการจัดการความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศ
จึงเป็นความท้าทายใหญ่ที่รัฐบาลและทุกฝ่ายต้องร่วมกันฝ่าฟัน เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านช่วงเวลาที่เปราะบางนี้ไปได้

ข้อมูลที่มา ประกอบเนื้อหาข่าว Nation Insight (คลิ๊กชม)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...