โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

หมู ไทยส่อวิกฤต : ภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 36% กระทบกว่า 1 แสนล้านบ. สะเทือนห่วงโซ่อุปทานหมูทั้งระบบ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 15.28 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 08.26 น.

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุ หากไทยเปิดให้ หมู สหรัฐฯราคาถูกเข้ามาตีตลาด จะกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทาน หมู ไทย โดยเฉพาะเกษตรกรที่จะถูกบีบให้เลิกกิจการมากขึ้น รวมถึงมูลค่าตลาดเนื้อหมูที่อาจสูญเสียไปราว 112,330 ล้านบาท

11 ก.ค. 68 ลัดดาวัลย์ เฉลิมแสนยากร เจ้าหน้าที่วิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุในบทความ หากไทยเสนอเปิดตลาดรับเนื้อหมูและเครื่องในจากสหรัฐอเมริกา จะเกิดอะไรขึ้นกับวงจรตลาดหมูไทย? ว่า

เนื้อหมูและเครื่องใน อาจตกเป็นหนึ่งในข้อเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนภาษีทรัมป์ที่ไทยโดน 36%

  • เนื้อหมูและเครื่องใน เป็นหนึ่งในรายการสินค้าเกษตรอันดับต้นๆที่ถูกนำมาใช้ต่อรองเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ หลังจากในวันที่ 7 ก.ค. 2568 สหรัฐฯได้ประกาศใช้อัตราภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ฉบับใหม่ โดยไทยโดนเก็บ 36% มีผลบังคับใช้ 1 ส.ค. 2568
  • สหรัฐฯมีแนวโน้มกดดันให้ไทยนำเข้าเนื้อหมูและเครื่องในที่ Made in USA เนื่องจากเป็นรายการสินค้าเกษตรเข้าข่ายที่สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (United States Trade Representative: USTR) ได้ประเมินไว้ให้ไทยต้องเปิดตลาดและเพิ่มการนำเข้าจากสหรัฐฯมากขึ้น ด้วยเหตุที่ไทยเก็บภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มนี้จากสหรัฐฯสูง ในขณะที่ไทยนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯในสัดส่วนน้อย

ศักยภาพการผลิตหมูไทยแข่งขันกับหมูสหรัฐฯได้ยากในทุกมิติ

ภาษี 36%

ราคาขายหมูไทยแพงกว่าหมูสหรัฐฯกว่า 1.3 เท่า

ศักยภาพหมูสหรัฐฯที่แข็งแกร่งและมีต้นทุนการผลิตต่ำ ทำให้สหรัฐฯสามารถขายหมูได้ในราคาต่ำ (รูปที่ 2) โดยในช่วงปี 2563-2567 ราคาขายหมูสหรัฐฯเฉลี่ยที่ 1.7 ดอลลาร์ฯต่อกก.[1] ขณะที่ราคาขายหมูไทยเฉลี่ยที่ 2.3 ดอลลาร์ฯต่อกก.[2]

[1] เป็นราคา USA - Iowa/Minnesota - LM_HG206 - Carcass จากข้อมูลของ Professional Pig Community ทั้งนี้ ราคาขายหมูสหรัฐฯต่ำในระดับใกล้เคียงกับผู้ผลิตหลักของโลกอย่างบราซิล เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และสเปน ที่รวมมีราคาขายเฉลี่ยราว 1.5 ดอลลาร์ฯต่อกก.

[2] เป็นราคาหมูมีชีวิตพันธุ์ลูกผสม น้ำหนัก 100 กก.ขึ้นไป ที่เกษตรกรขายได้ที่ฟาร์ม จากข้อมูลของ OAE

หากไทยยอมเปิดตลาดให้หมูสหรัฐฯเข้ามาตีตลาด จะส่งผลกระทบทั้งห่วงโซ่อุปทานหมูไทย

เนื้อหมูและเครื่องในราคาถูกจากสหรัฐฯที่จะทะลักเข้ามายังไทย จะกระทบต่ออุตสาหกรรมหมูไทยที่ใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content)เป็นหลัก ซึ่งแต่ละผู้เล่นต่างมีความเชื่อมโยงและจะกระทบต่อเนื่องกันเป็น Domino Effect ดังนี้

  • เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู จำนวน 1.49 แสนราย ที่เกือบทั้งหมดเป็นรายย่อยกว่า 97% จะได้รับผลกระทบโดยตรงให้ว่างงานและขาดรายได้ ซ้ำเติมเดิมที่ผู้เลี้ยงลดลงไปแล้วกว่า 21% ในช่วงปี 2564-2567 จากภาวะขาดทุนสะสมจนต้องเลิกกิจการไป
  • เกษตรกรผู้ปลูกพืชอาหารสัตว์อย่างรำสด ข้าวโพด ปลายข้าว (วัตถุดิบหลักในประเทศที่ใช้เลี้ยงหมู) รวมราว 5 ล้านครัวเรือน จะมีผลผลิตเหลือ และกดดันราคาให้ตกต่ำ กระทบรายได้เกษตรกรกลุ่มนี้ให้ลดลง
  • โรงชำแหละ อาจถูกตัดวงจรขั้นตอนนี้ไป จนต้องเลิกกิจการในที่สุด
  • เขียงหมู ถูกกดดันรายได้บางส่วนจากเนื้อหมูและเครื่องในหมูสหรัฐฯที่ทำการแยกชิ้นส่วนสำเร็จพร้อมบริโภคมาบ้างแล้ว
  • มูลค่าตลาดเนื้อหมูไทยคาดสูญเสียเบื้องต้นราว 112,330 ล้านบาท ในกรณีที่ไทยเปิดตลาดให้เนื้อหมูสหรัฐฯเข้ามาอย่างเสรี 100% ทั้งนี้ การประเมินดังกล่าวยังไม่นับรวมความสูญเสียในกรณีที่ไทยนำเข้าเครื่องในหมูด้วย
  • ผู้บริโภคและร้านอาหาร แม้จะสามารถซื้อเนื้อหมูและเครื่องในหมูสหรัฐฯได้ในราคาถูก ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการผลิตอาหารได้ แต่ในระยะยาว สารเร่งเนื้อแดง[1] ในหมูสหรัฐฯ จะทำให้ผู้บริโภคอาจเกิดอาการข้างเคียงต่อสุขภาพได้หลากหลาย[2]

[1] สารเร่งเนื้อแดง เป็นสารในกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ (B-agonist) ที่ใช้ในปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มปริมาณเนื้อแดงและลดไขมัน ทั้งนี้ ไทยห้ามใช้สารเร่งเนื้อแดงในหมู (ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์)

[2] อาจส่งผลต่อระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดหัว วิงเวียนศีรษะ และหัวใจเต้นผิดปกติ นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกในระบบสืบพันธุ์สตรี และในบางกรณีอาจเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โดยกลุ่มเสี่ยงที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงมีครรภ์ และผู้ป่วยโรคหัวใจและเบาหวาน (ข้อมูลจากกรมอนามัย)

(เพิ่มเติม…)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...