โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

บัญชีม้าเศร้า ไปปอยเปตไม่ได้เงิน แต่ได้ 17 คดีติดตัว

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 14.33 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 14.33 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(12 ก.ค. 68) เวลา 14.00 น. พ.อ.ชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ) กองกำลังบูรพา , พ.อ.เมธี คำเต็ม ผู้บังคับชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 (ผบ.ชค.ทพ.12) สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1202 นำกำลังเดินเท้าลาดตระเวนจุดล่อแหล่มชายแดนไทย-กัมพูชา โดยได้ตรวจพบชายไทยต้องสงสัย 1 ราย ขณะกำลังเดินเท้าลัดเลาะตามป่าช่องทางธรรมชาติ มุ่งหน้าเข้าสู่ประเทศไทย ที่บริเวณ บ.ดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อคือ นายชนมภูมิ อายุ 37 ปี ชาวจังหวัดสมุทรปราการ โดยไม่พบหนังสือเดินทาง และให้การว่าได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปเปิดบัญชีและทำการสแกนใบหน้าทำธุรกรรมทางการเงิน โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงไว้ จึงได้พยายามหลบหนีกลับเข้าประเทศไทย

นายชนมภูมิ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 ตนได้เห็นโพสต์ "รับซื้อขายบัญชีทั่วไทย รับส่งเองแบบชนมือ" ในกลุ่มเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการหางาน จึงสนใจและติดต่อกับนายหน้าชาวไทย ซึ่งเสนอค่าตอบแทนให้สูงถึง 18,000 บาทต่อบัญชี หากสามารถหานายหน้ารับซื้อบัญชีได้ขั้นต่ำ 3 บัญชี แต่เมื่อตนหาบัญชีไม่ได้ จึงตัดสินใจจะขายบัญชีธนาคารของตนเองจำนวน 3 บัญชี (กรุงไทย กสิกร และไทยพาณิชย์)

ต่อมานายหน้าคนดังกล่าวได้จัดการหารถมารับนายชนมภูมิ จาก จ.สมุทรปราการไปยังชายแดน อ.อรัญประเทศ และลักลอบพาข้ามแดนไปยังกรุงปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยมีชายชาวจีน 2 คน คือ นายตงและนายเปา ทำหน้าที่ยึดโทรศัพท์มือถือ และบังคับให้สแกนใบหน้าเพื่อทำธุรกรรมกับบัญชีธนาคาร 3-4 ครั้งต่อบัญชี โดยอ้างว่าจะได้รับค่าตอบแทน 1,000 บาทต่อครั้ง

ทั้งนี้ภายหลังจากถูกควบคุมตัวและให้สแกนหน้าหลายครั้ง โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนตามที่ตกลงไว้ และบัญชีธนาคารไม่สามารถทำธุรกรรมได้อีก นายชนมภูมิฯ จึงตัดสินใจติดต่อว่าจ้างชายชาวไทยชื่อ "บอย" ที่ทำงานในกรุงปอยเปต ให้พาตนเองกลับประเทศไทย โดยโทรไปให้มารดาทำการโอนเงินค่าเดินทางจำนวน 10,000 บาท ให้กับนายปัญญา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการนำพา ก่อนที่จะถูกนายบอยฯ ชี้ช่องทางธรรมชาติให้เดินเท้าลัดเลาะและปีนข้ามลวดหนามกลับเข้าสู่ประเทศไทย จนกระทั่งมาพบเจ้าหน้าที่ทหารพรานและจับกุมตัว โดยขณะจับกุมไม่พบผู้นำพาแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าบัญชีธนาคารของนายชนมภูมิ สิงห์แฮด มีประวัติ ( CASE ID ) ถูกแจ้งความออนไลน์เกี่ยวกับคดีการโอนเงินที่ถูกหลอกลวงมากถึง 17 คดี

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทหารพรานได้นำตัวนายชนมภูมิ สิงห์แฮด ส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรคลองลึก เพื่อดำเนินการสอบสวนขยายผลและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เนื่องจากถือเป็นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และเชื่อมโยงกับการกระทำผิดเกี่ยวกับแก๊งบัญชีม้า ซึ่งกำลังเป็นภัยคุกคามในปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...