โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอยเพื่อตั้งหลัก? กลุ่มทุนยักษ์ยื่นซื้อ 'สตาร์บัคส์จีน'

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 11 ก.ค. 2568 เวลา 01.08 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น.

กลยุทธ์ใหม่ในตลาดจีนของเชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง 'สตาร์บัคส์' (Starbucks) เริ่มปรากฎภาพชัดเจนมากขึ้นทุกขณะ ไม่ใช่เรื่องการจัดแคมเปญโปรโมชั่นหรือเปิดตัวเครื่องดื่มซีรีส์ใหม่ ๆ แต่เป็นการแสวงหา 'พันธมิตรเชิงกลยุทธ์' (strategic partner) ในแบบหุ้นส่วนทางธุรกิจ หวังกอบกู้สถานการณ์ในตลาดกาแฟแดนมังกรซึ่งมีผลประกอบการลดลงหลายปีติดต่อกัน

กระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่มีกูรูผู้รู้พยายามคาดการณ์ว่าสตาร์บัคส์เตรียมขายกิจการหรือโบกมือลาธุรกิจในจีน ก็เป็นอันว่าจบข่าวไป ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

เพราะล่าสุดมีการเปิดเผยออกมาแล้วจากสื่อใหญ่อเมริกันอย่างซีเอ็นบีซีว่า ขณะนี้มี 'กลุ่มทุนชั้นนำ' จากจีนและต่างประเทศอย่างน้อย 30 ราย เสนอตัวเข้ามาเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ ผ่านทางการร่วมถือหุ้นธุรกิจของสตาร์บัคส์ในจีน

เรียกว่าแม้ธุรกิจในจีนไม่ประสบความสำเร็จเหมือนยุคก่อน ๆ แต่ก็ถือว่ายัง'เนื้อหอม' มีผู้สนใจซื้อจำนวนมากทีเดียว

สตาร์บัคส์มีร้านสาขาในจีน 7,750 แห่ง ในภาพเป็นสาขาที่ถนนอี้เทียน เมืองหยางซั่ว กุ้ยหลิน หนึ่งในร้านสตาร์บัคส์ที่ได้รับการยกย่องในด้านความสวยงาม (ภาพ : about.starbucks.com)

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า มูลค่าการขายหุ้นในดีลนี้ อาจสูงถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 320,000 ล้านบาทไทย สำหรับเครือขายร้านสาขาจำนวน 7,750 แห่ง ของสตาร์บัคส์ในแดนมังกร

ขณะที่โฆษกของสตาร์บัคส์ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เรากำลังมองหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่มี 'ค่านิยม' และมี 'วิสัยทัศน์' ตรงกัน ในเรื่องการมอบประสบการณ์ร้านกาแฟระดับพรีเมียม ขณะเดียวกัน เรายังคงมุ่งมั่นในตลาดจีนและต้องการรักษาส่วนแบ่งที่สำคัญในธุรกิจนี้เอาไว้

สื่ออเมริกันบางรายประเมินมูลค่าธุรกิจในจีนของสตาร์บัคส์ ไว้ดังนี้ครับ แบรนด์กาแฟดังมี 'มาร์เก็ตแคป' หรือมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ประมาณ 108,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ธุรกิจในจีนมีส่วนแบ่งรายได้ทั่วโลกมากกว่า 8% ดังนั้น มูลค่าที่สมเหตุสมผลน่าจะอยู่ในราว 9,000 ล้านดอลลาร์

ตามรายงานข่าวนั้น คาดว่าสตาร์บัคส์จะใช้เวลาพิจารณาข้อเสนอและรายละเอียดต่าง ๆ ไม่เกิน 2 เดือนนับจากนี้ไป ซึ่งในขั้นตอนการประเมินข้อเสนอนั้น กลุ่มทุนต่าง ๆ จะต้องจัดทำกลยุทธ์ 'สร้างมูลค่า' ทางธุรกิจหลังจากร่วมเป็นหุ้นส่วนกันแล้วมาให้พิจารณาด้วย

ยูโรมอนิเตอร์ ให้ข้อมูลว่า ส่วนแบ่งการตลาดของสตาร์บัคส์ในจีนลดลงจาก 34% ในปี 2019 เหลือเพียง 14% ในปี 2024 (ภาพ : Starbucks China from Weibo)

ดังนั้น มีความเป็นไปได้ว่า การบรรลุข้อตกลงแบบ 'ปิดดีล' น่าจะยังไม่เกิดขึ้นภายในปีนี้ ก็มีผู้ยื่นข้อเสนอเข้ามาถึงเกือบ 30 รายด้วยกัน คงต้องใช้เวลานานนิดนึงแหละครับท่านผู้อ่าน

ในเนื้อข่าวยังบอกว่า สตาร์บัคส์อาจเลือกถือหุ้นธุรกิจในจีนเอาไว้ราว 30% นั่นก็หมายความว่าหุ้นในสัดส่วน 70% น่าจะตกเป็นของกลุ่มทุน 3 ราย ไม่เกินไปกว่านี้ เนื่องจากเชื่อว่าสตาร์บัคส์ต้องการรักษาสถานการณ์เป็น 'ผู้ถือหุ้นใหญ่'เอาไว้

อ้อ…ดีลนี้มีโกลด์แมน แซคส์ วาณิชธนกิจชื่อดังแห่งตลาดวอลล์สตรีท เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับสตาร์บัคส์

ก็ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจแต่ประการใดนะครับ เพราะก็มีข่าวหลุดออกมานานแล้วพอสมควรแล้วว่า เชนร้านกาแฟยักษ์ใหญ่แดนพญาอินทรีรายนี้ กำลังมองหาพันธมิตรทางธุรกิจมาร่วมด้วยช่วยกันบริหารธุรกิจในจีนให้กลับมามีผลกำไรอีกครั้ง หลังจากสูญเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับร้านกาแฟสัญชาติจีนอย่าง 'ลัคอิน คอฟฟี่' และ'คอตติ คอฟฟี่' ที่เน้นกลยุทธ์ขายตัดราคาคู่แข่ง จนส่งผลให้สตาร์บัคส์มียอดขายในจีนย่ำแย่หลายปีติดต่อกัน

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของลัคอิน คอฟฟี่ คือ เซ็นจูเรียม แคปิตอล ยื่นข้อเสนอซื้อหุ้นสตาร์บัคส์ในจีนด้วย (ภาพ : facebook.com/luckincoffee.msia)

ยูโรมอนิเตอร์ ผู้ให้บริการวิจัยตลาด ระบุว่า ส่วนแบ่งการตลาดของ'สตาร์บัคส์' ในจีนลดลงจาก 34% ในปี 2019 เหลือเพียง 14% ในปี 2024

การดึง 'ไบรอัน นิคโคล' ผู้บริหารไฟแรงเข้ามาดำรงตำแหน่งซีอีโอบริษัทเมื่อกลางปีที่แล้ว เป้าหมายสำคัญที่สุดก็คงไม่พ้นไปจากเรื่องการหาแนวทาง 'พลิกฟื้น' ธุรกิจในตลาดอเมริกาเหนือและตลาดจีน

ในสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นสำนักงานใหญ่และบ้านเกิด ไบรอัน นิคโคล ประกาศแผน'Back to Starbucks' หวนคืนสู่ธุรกิจร้านกาแฟหลัก ลดรูปแบบร้านฟาสต์ฟู้ดลง เดินหน้ากำจัดจุดอ่อน ทั้งราคาสูง เมนูซับซ้อน และบริการล่าช้า ส่วนในจีน เลือกใช้วิธี 'strategic partner' หาพันธมิตรมาช่วยกันบริหาร

แม้จะเพลี่ยงพล้ำให้กับสงครามตัดราคาที่แข่งกันดุเดือดในจีน แต่ก็ชัดเจนว่า สตาร์บัคส์ไม่ยอม 'ถอดใจ' ง่าย ๆ ยังคงเห็นความสำคัญของตลาดกาแฟแดนมังกร เมื่อเดือนที่แล้วนี้เอง สตาร์บัคส์ได้ประกาศลดราคาเครื่องดื่มที่ไม่ใช่กาแฟบางรายการลง ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสตาร์บัคส์เลยก็ว่าได้ที่มีการหั่นราคาเครื่องดื่มในตลาดจีน

แมคโดนัลด์เคยขายหุ้นใหญ่ของธุรกิจในจีนและฮ่องกง เมื่อปี 2017 ก่อนกลับมาซื้อหุ้นคืนอีกครั้ง หลังธุรกิจไปได้สวย (ภาพ : instagram.com/mcdonalds.china/)

อันที่จริงยังไม่มีใครทราบแน่ชัดแบบเป๊ะ ๆ นะครับว่า สัดส่วนหุ้นธุรกิจในจีนที่สตาร์บัคส์เตรียมขายนั้นมีจำนวนเท่าไร แต่กระนั้นสื่ออเมริกันก็รายงานว่าข้อเสนอยื่นซื้อมีมูลค่าตั้งแต่ 5,000 ล้านดอลลาร์ ไปจนถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

ในบรรดาบริษัทที่ยื่นข้อเสนอลงทุนในธุรกิจสตาร์บัคส์ในจีนเกือบ 30 รายนั้น ปรากฎชื่อในข่าวเพียง 4 รายเท่านั้น แต่ก็เป็นรายใหญ่ในธุรกิจไพรเวทอิควิตี้ด้วยกันทั้งสิ้น คือ 'เซ็นจูเรียม แคปิตอล','ฮิลล์เฮาส์ แคปิตอล','คาร์ไลล์ กรุ๊ป' และ'เคเคอาร์ แอนด์ โค'

-เซ็นจูเรียม แคปิตอล มีสำนักงานใหญ่ในกรุงปักกิ่ง ปัจจุบันเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของลัคอิน คอฟฟี่ คู่แข่งตัวฉกาจของสตาร์บัคส์ในตลาดจีนนั่นเอง

- ฮิลล์เฮาส์ แคปิตอล เป็นกลุ่มทุนรายใหญ่ที่เข้าไปลงทุนในบริษัทสตาร์ทอัพของจีน เชี่ยวชาญธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม มีสำนักงานใหญ่อยู่ในสิงคโปร์

- คาร์ไลล์ กรุ๊ป บริษัทจัดการลงทุนยักษ์ใหญ่ มีสำนักงานใหญ่อยู่ในวอชิงตัน ดี.ซี.

- เคเคอาร์ แอนด์ โค รายใหญ่ในแวดวงธุรกิจบริหารสินทรัพย์ทางเลือก มีสำนักงานใหญ่อยู่ในมหานครนิวยอร์ค

ไบรอัน นิคโคล ซีอีโอสตาร์บัคส์ กับโจทย์ใหญ่สุดหิน พลิกฟื้นกำไรในตลาดอเมริกาเหนือและตลาดจีน (ภาพ : about.starbucks.com)

เมื่อเร็ว ๆ นี้ สตาร์บัคส์ ไชน่า ได้จัด 'โรดโชว์' ให้กับนักลงทุนที่สนใจเข้าซื้อหุ้นธุรกิจในจีน เปิดโอกาสให้เข้าไปเยี่ยมชมการดำเนินงานของสตาร์บัคส์ในจีนโดยตรง พร้อม ๆ กับปรากฎชื่อฮิลล์เฮาส์ แคปิตอล ที่ถูกจับตามองอย่างมีนัยยะสำคัญในฐานะตัวเลือกที่เหมาะสมกว่า

การขายหุ้นธุรกิจในจีนของสตาร์บัคส์ครั้งนี้ ผู้เขียนมองจากแผนการตลาดล่าสุดของเชนร้านกาแฟอเมริกันแห่งนี้, คำประกาศขยายเครือข่ายสาขาในจีนของซีอีโอบริษัทจาก 7,800 แห่งในปัจจุบันไปเป็น 20,000 แห่ง และความที่จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับสอง ขอฟันธงเลยว่า สตาร์บัคส์กำลังใช้กลยุทธ์ทางธุรกิจอย่างชาญฉลาดนั่นคือ 'ถอยเพื่อไปตั้งหลัก'

ประมาณว่า ตอนนี้สู้ไม่ได้ ก็ขอไปตั้งหลักก่อน แล้วค่อยมาสู้กันใหม่อีกที

กลยุทธ์ถอยเพื่อไปตั้งหลัก ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับกรณีของ'แมคโดนัลด์' เชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดรายใหญ่ของสหรัฐเช่นกัน ที่ขายหุ้นธุรกิจในจีนแผ่นดินใหญ่เมื่อปี 2017 หลังประสบปัญหาแบบเดียวกันกับสตาร์บัคส์ คือ เจอคู่แข่งท้องถิ่นแย่งลูกค้า จนยอดขายตก

แมคโดนัลด์ขายหุ้น 52% ของธุรกิจในจีนและฮ่องกง ให้กับ'ซิติก แคปิตอล' รัฐวิสาหกิจด้านการลงทุนของจีน และอีก 28% ให้กับ 'คาร์ไลล์ กรุ๊ป' ในข้อตกลงมูลค่า 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเชนฟาสต์ฟู้ดชื่อดังจากเมืองชิคาโก ยังคงถือหุ้นที่เหลืออีกประมาณ 20% ต่อมา แมคโดนัลด์ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นเป็น 48% และซื้อคืนหุ้น 28% จากคาร์ไลล์ กรุ๊ป ในปี 2023

สตาร์บัคส์ในจีน มาถึงจุดเปลี่ยน เมื่อต้องหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์มาร่วมบริหารธุรกิจร้านกาแฟ (ภาพ : starbucks.com.cn)

ปัจจุบัน แมคโดนัลด์ในจีนเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก มีสาขามากกว่า 6,000 แห่ง ทำให้จีนเป็นตลาดขนาดใหญ่เป็นอันดับสองและเติบโตเร็วที่สุดของบริษัท

แม้ในที่สุดแล้วสตาร์บัคส์จะมีหุ้นส่วนธุรกิจมาช่วยบริหารงาน แต่ 'โจทย์ใหญ่' ของสตาร์บัคส์ก็ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องเอาชนะให้ได้ แน่นอนว่า การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และความต้องการของผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คือ อุปสรรคสำคัญที่ท้าทายอนาคตของร้านกาแฟที่เต็มไปอย่างระเบียบแบบแผนอย่างสตาร์บัคส์

การหาพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของสตาร์บัคส์ไชน่า ถือเป็นดีลใหญ่มาก ๆ เพราะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากแวดวงธุรกิจทั่วโลก เพราะสตาร์บัคส์ถือเป็นหนึ่งในแบรนด์ร้านกาแฟต่างชาติที่เคยประสบความสำเร็จมากที่สุดในตลาดจีนมาก่อน

ท่ามกลางแรงกดดันหนัก ๆ จากตลาดจีน เชนร้านกาแฟต้นแบบเกรดพรีเมี่ยมหมายเลขหนึ่งของโลก เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนอีกคำรบหนึ่งแล้ว!

…………………………………

เขียนโดย : ชาลี วาระดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...