โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นิ้ง-เจได” คบ 2 เดือน วิวาห์ฟ้าแลบ! แชร์ดีเทลคำถามวัดใจจากผู้เชี่ยวชาญ หากจมน้ำช่วยสามีหรือลูก! “วู้ดดี้” อึ้ง ร่ำไห้

Manager Online

อัพเดต 12 ก.ค. 2568 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 11 ก.ค. 2568 เวลา 17.48 น. • MGR Online

ทัวร์อย่าเพิ่งลง “นิ้ง โศภิดา” ตอบจมน้ำเลือกช่วยสามีหรือลูก ที่แท้เป็นคำถามสุดโหดจากผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ หลับคบ “เจได” ได้เพียง 2 เดือน ตอนนั้นยังไม่มีลูก แต่ตอนนี้มีลูกแล้ววัย 5 ปี ด้าน “วู้ดดี้” ถึงกับร้องไห้กับคำตอบที่ตรงไปตรงมาของนิ้ง ลั่นบางคนไม่กล้าตอบแบบนี้

เพราะไม่ง่ายที่จะตอบ เส้นทางก้าวข้าม Comfort Zone สู่บทบาทคู่ชีวิตของ “นิ้ง โศภิดา กาญจนรินทร์” และ “เจได ไตรนุภาพ จิระไตรธาร” ควงคู่กันมาเปิดใจแบบลึกซึ้ง! ในรายการ WOODY FM ถึงความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นอย่างรวดเร็ว เบื้องหลังรักสายฟ้าแลบ 2 เดือนขอแต่งงาน! พร้อมแชร์ประสบการณ์การเข้ารับการปรึกษาถึงก่อนแต่งงาน ทั้งการวางแผนก่อนแต่งทั้งการเงิน แนวทางเลี้ยงลูก พร้อมแชร์สิ่งที่ตัดสินใจเลือกในช่วงเวลาวิกฤต การทำงานร่วมกันในความสัมพันธ์สามี-ภรรยา จนตอนนี้มีลูกวัย 5 ปีแล้ว

คนยังพูดถึงและเอ็นจอยโมเมนต์วลีชุด แดงไหน?

นิ้ง โศภิดา : “ตั้งแต่ประกวด Miss Universe Thailand ปีนั้นเป็นเจ้าภาพด้วยค่ะ แล้วก็มีวลี แดงไหน ชุดเพชร Swarovski ปักทั้งตัวเลย พอเดินออกมาก็คือสะท้อนแสงไฟเวที แล้วก็เป็นสีแดง คนอาจจะไม่ชินในตอนนั้น ด้วยลุคด้วย ด้วยความที่ตอนนั้นคาดหวังว่าชุดเดรสของนางงามจะต้องเป็นแบบไหน แต่ของพี่หมูอาซาวา คือเขาจะมีความเป็นแฟชั่นใส่เข้าไป ก็เลยเป็นวลี แดงไหน”

ถ้าให้ย้อนกลับไปสิ่งที่คุณได้รับคืออะไร?

นิ้ง โศภิดา : “เป็นสิ่งที่เรา Out Of Comfort Zone ตัวนิ้งเองเป็นคนอินโทรเวิร์ตอยู่สายไฟแนนซ์ อยู่แต่กับคอมบ์ฯ แต่ว่าด้วยความที่ว่าเห็นนางงาม ผู้หญิงทุกคนก็อยากมีโมเมนต์ที่ได้มงกุฎ เราก็เลยแบบศึกษาตรงนี้เป็นแฟนนางงามมาเวลานาน จนกระทั่งอยากจะลองทำในสิ่งที่เรากลัวมันโดยตลอด กล้าแสดงออกสักเรื่องหนึ่งได้ไหม

เพราะว่าทุกครั้งก็คือจะทำอะไรเป็นคนที่ขาดความมั่นใจ ก็เลยมองว่าไหนจะลองสักตั้ง ทำในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต แบบยืนพูดกลัวกล้องทำอะไรไม่ถูก กลายเป็นว่าทุกคนมองเราแบบคนนี้ดูไม่เฟรนด์ลี่เลย ดูแบบตาโหด เพราะว่าเราไม่รู้จะทำยังไงกับกล้องกับคนทั่วไป การคุย เพราะว่าเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีเพื่อนเท่าไหร่ มันสาย introvert อยู่ด้วยตัวคนเดียวแต่พอ ณ วันนั้นที่ได้มงกุฎ Miss Universe แล้วก็ได้มา enjoy กับการที่เหมือนแบบเป็นโอลิมปิก มันทำให้เราแบบฝึกความอดทน กลายเป็นว่าเราจากเดิมที่ชอบทำอะไรที่ตัวเองชอบ กับกลายเป็นว่าเราต้องทำในสิ่งที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เราต้องเตรียมยังไงให้ตัวเองพร้อม ยิ่งกว่าสอบตอนนั้น เป็นการทำให้เราเติบโตไปเรื่อย ๆ ค่ะ”

เล่าความรู้สึกที่คบกันมา 2 เดือนแล้วถูกขอแต่งงาน?

นิ้ง โศภิดา : “ตั้งแต่วันแรกที่เจอ เราเจอกันที่โบสถ์ค่ะ เขาก็เป็นนักเล่นกีตาร์ ไม่รู้ว่าเขาเป็น CEO หรืออะไรทั้งสิ้น แต่มันเหมือนถูกชะตาว่า ทำไมเขาเป็นคนเฟรนด์ลี่ เราก็เลยอยากที่จะเริ่มรู้จักเขาในการที่ครั้งแรกของผู้หญิงคนหนึ่งเข้าไป ทักทายก่อนนะคะ แล้วก็คุยกันมาเรื่อย ๆ ผ่าน IG Direct พอคุยกันเรื่อยๆ ก็รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนที่แบบเฟรนด์ลี่แล้วอบอุ่น แล้วก็ให้กำลังใจได้ดี เพราะช่วงนั้นอยู่ระหว่างการประกวดนางงามแล้วก็เข้ากองไปเรียบร้อย แต่เขาห่วงใยเราทุกรอบด้าน เป็นเหมือนที่ปรึกษารุ่นพี่ที่ดี

นิ้งก็มองว่าเจไดเป็นคนที่กล้าหาญและเป็นสายซัปพอร์ต และเข้าใจในหน้าที่ๆ เราทำอยู่ คือนิ้งไม่ใช่แค่นางงามอย่างเดียว แต่เราก็ชอบทำธุรกิจด้วย ก็เลยคุยกันรู้เรื่อง รู้สึกว่าเขาเป็นคนเก่ง เราชอบผู้ชายที่เก่งอบอุ่นก็เลยทำให้นิ้งตัดสินใจที่จะคบกับเขา และที่ตัดสินใจเร็วที่พ่อแม่ก็อึ้งเหมือนกัน รู้สึกว่าตอนนั้นก็ไม่ได้พลาดอะไร เพราะว่ารู้ว่านิ้งกับเจไดต่างคนต่างไม่เฟกตั้งแต่วันแรก นิ้งเป็นแบบนี้ เจไดเป็นแบบนี้ เห็นอารมณ์ เห็นสมาธิสั้น เห็นทุกอย่าง แต่เชื่อว่าอยู่ด้วยกันได้และเป็นคู่พระพรที่พระเจ้าให้มา

ดังนั้น คู่ชีวิตคือร่วมทุกข์และร่วมสุข มันไม่ใช่สุขอย่างเดียวมันต้องร่วมทุกข์ด้วย ในตอนนั้นก็เหมือนเขาโตกว่าเรา ถ้าย้อนกลับไปกับตอนนิ้งอายุ 20 กว่า นิ้งก็อารมณ์ร้อนเหมือนกัน แต่เหมือนเขาตอนนั้นเขา 32 ปี เขาเป็นพี่เราประมาณ 8 ปี วุฒิภาวะหลาย ๆ อย่าง เลยรู้สึกว่าไม่ต้องรอก็ได้

นิ้งเคยผ่านประสบการณ์มีแฟนคบประมาณ 5 ปีแต่สุดท้ายมันไปต่อไม่ได้ แต่กับเขากลับกลายเป็นว่าในเวลา 2 เดือนเราแทบไม่ทะเลาะอะไรกันเลย แต่มันคือการให้กำลังใจกัน แล้วก็มองในส่วนดีและส่วนที่ไม่ดีเอามาคุยกัน มาปรับปรุง จะไม่ยอมให้ปัญหาระหว่างเรามันคาราคาซัง จะต้องคุยกันตลอดค่ะ”

เจได ไตรนุภาพ : “ถ้าเขาเจอผม 10 ปีที่แล้ว ผมว่าเขาก็ไม่ชอบผมหรอก เพราะว่าผมไม่น่าคบ ที่มันไม่น่าคบก็เพราะว่าผมไม่ได้มีคุณลักษณะของคนที่จะเป็นพ่อคนได้ จะเป็นสามีที่ดีได้ เพราะการเป็นสามีกับการเป็นพ่อที่แท้จริงมันคือการที่ต้องเสียสละตัวเองก่อน ซึ่งผมเชื่อว่าหลาย ๆ ครอบครัวก็น่าเสียดายที่จะต้องแตกหักกันไป เพราะว่าความคิดที่คิดว่าฉันคิดว่าฉันถูกกันไปเรื่อย ๆ จนสุดท้ายวันหนึ่งมันก็แตกหัก เพราะว่าไม่มีใครยอมใคร ยิ่งถ้าเป็นคู่ที่เก่งทั้งคู่ มันก็ยิ่งท้าทายนะ แต่พอเราตัดสินใจมาอยู่ร่วมกัน เพราะเราเชื่อมั่นว่าทั้งคู่พร้อมที่จะเสียสละบางอย่างเพื่อกันและกัน แต่สิ่งที่เราได้มันมากกว่าที่เราเสียสละ”

คบกันผ่านมา 2 เดือนก็ตัดสินใจแต่งงานเลย?

นิ้ง โศภิดา : “ตัดสินใจเลย ด้วยความที่ว่าก็มั่นใจ และเราสองคนก็ทำงานด้วยกันด้วย ดังนั้นเวลาที่คบกันทำงานด้วยกัน อยู่ด้วยกันทุกวัน เห็นข้อเสียของเขาก็เห็นมาแล้ว แล้วก็เห็นข้อเสียในตัวเราด้วยที่จากการที่เขาแชร์มา เพราะว่านิ้งทำงานกับเขาทุกวัน ไปไหนคือไปด้วยกันตลอด รู้สึกว่าในเมื่อวันแรกเราเชื่อในตัวผู้ชายคนนี้แล้วเชื่อว่าเขาเป็นพ่อของลูกเราได้ ก็มาลองปรับจูนกันในช่วงเวลาที่ก่อนแต่งงาน ประมาณ 5-6 เดือน

เราก็ไปคอนเซาท์ (รับการปรึกษา) ค่ะ เชื่อว่าต้องจัดการคุยกันให้รู้ก่อน วิธีการเลี้ยงลูก ความคิดของคุณกับฉันเป็นยังไง วิธีการจัดการเรื่องการเงิน แล้วก็การใช้ชีวิตแบบสิ่งที่เราชอบ สิ่งที่เขาไม่ชอบ การแต่งงานไม่ใช่แค่เรา 2 คนแต่มันคือบ้านทั้ง 2 คนมารวมกัน”

มีเรื่องอะไรบ้างที่คอนเซาท์ต้องเช็กลิสต์ก่อนมาเป็นครอบครัว?

นิ้ง โศภิดา : “อย่างแรกเลยเรื่องการเงิน หลายคู่อาจจะทะเลาะกันเรื่องการเงินแต่งงานกันไป เขาถามเลยว่า จะแยกหรือจะรวมกัน จะจัดการเรื่องเงินกันยังไงให้ไม่มีปัญหาภายหลัง”

เจได ไตรนุภาพ : “เช่นถ้าผมหาได้ของผมหรือครอบครัวแล้วแบ่งกันทีหลัง ถ้านิ้งหาได้เข้าของนิ้งหรือครอบครัว แล้วถ้าญาติยืมเงินจะทำยังไง เขาก็จะยกคำถาม”

นิ้ง โศภิดา : “ถามวิธีของพวกเรา เขาก็ถามง่ายๆ ว่าจะรวมกันหรือจะแยกกระเป๋า แล้วถ้ามีคนมายืม คุณจะตัดสินใจยังไง หรือเวลาที่จะใช้เงิน บางทีเราอาจจะมีความลับที่ไม่อยากจะบอก แล้วคุณจะทำยังไงกับคู่ของคุณ คู่ของนิ้ง นิ้งเห็นเจไดก็คือเป็นคนที่เปย์มาก ซัปพอร์ตมาก เงินเก็บไม่มีเลย ก่อนเจอนิ้ง ก็เลยคุยกันเดี๋ยวนิ้งช่วย แต่นิ้งจะทำเป็นแบบ Google Sheet เพื่อจัดการกระแสเงินสด ให้เขาเลย จะได้แบบเห็นด้วยกันเลยว่าทำงบให้แก้ไขปัญหาตรงนี้ แล้วก็เคยคิดที่จะบริหารค่าใช้จ่ายของเขาแต่มันไม่ไหว มันต้องมานั่งเก็บทุกเม็ด งั้นให้งบเท่านี้คุณไปจัดการชีวิตของคุณด้วยงบเท่านี้ เราเคลียร์กันแบบนี้ ให้นิ้งเป็นคนจัดการแต่ก็จะมีกองกลางที่เป็นเงินของเรา”

เจได ไตรนุภาพ : “เวลาจะซื้ออะไรเยอะๆ ก็จะคุยกันก่อน คำว่าเยอะๆ คือสมมติว่าเป็นการตัดสินใจในหลักแสนขึ้น ก็จะเริ่มคุยกันว่าเรามีงบไหมเรื่องนี้ ถ้าไม่มีเราไปเดือนหน้าหรือว่าคิดว่าอันนี้มันสิ้นเปลืองไป ซื้อไปมันก็เบื่อแล้วหรือว่าถ้าเราคุยกันแล้วมันสมเหตุสมผลเราก็จะไปต่อ ผมฝากให้กับหนุ่ม ๆ ทุกคนทางบ้าน ให้ภรรยาจัดการเรื่องการเงิน ถ้าคุยกันก่อนนะ ผมว่าเราจะสบายใจแล้วมันจะช่วยลดปัญหา ผมเชื่อว่า 99% ของปัญหาในชีวิตคู่รวมทั้งเรื่องของลูกด้วย เพราะเมื่อเงินมันอยู่กับเขา เหมือนกับมีเงินเดือนที่เราได้จากเขาแล้วเราก็จัดการจากตรงนั้นอยากได้อะไรก็ซื้อเล็กซื้อน้อยก็ใช้แค่นั้น แล้วเราก็ไปโฟกัสในการทำงานในการสร้างมูลค่า ในการให้ลูกเรามีความสุขมากที่สุด”

นิ้ง โศภิดา : “แต่เราไม่มีความลับต่อกัน ให้โชว์เลยว่าตอนนี้มีสินทรัพย์อะไรบ้าง คล้ายๆ เราทำงบการเงินให้เขาจัดการ แล้วก็ทำพินัยกรรมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ซื้อประกัน คุยกันให้เรียบร้อยก่อน ส่วนเรื่องวิธีการเลี้ยงลูก คอนเซาท์เขาถามว่า จะมีพี่เลี้ยงไหม จะช่วยกันเลี้ยงหรือผู้ชายทำงานเป็นหลัก ถ้ามีลูกคุณจะจัดการตรงนี้ยังไง”

เจได ไตรนุภาพ : “จะให้ลูกไปอยู่กับฝั่งพ่อ ฝั่งผมหรือฝั่งเขา ถามทุกๆ การคาดการณ์ ในเหตุการณ์อนาคต”

นิ้ง โศภิดา : “เวลาพ่อแม่ป่วยจะเอาพ่อแม่มาอยู่ที่บ้านด้วยไหม”

เจได ไตรนุภาพ : “คือเขาถามวิกฤตไว้ให้หมดเลยครับ เพื่อที่จะเช็กทั้งคู่ด้วย เพราะบางทีบางเรื่องเราเป็นครั้งแรกที่เราจะได้แต่งงาน มันก็จะมีสถานการณ์ที่เราไม่มีทางที่จะรู้ พอรู้ก็จะมาโป๊ะกันตรงนั้น”

นิ้ง โศภิดา : “แล้วมีคำถามที่โหดเหมือนกัน เขาถามว่า ถ้าลูกกับสามีจมน้ำพร้อมกัน แล้วคุณช่วยได้ 1 คน คุณจะเลือกใคร ณ ตอนนั้นต้องเลือก 1 คนในช่วงเวลาวิกฤตคุณจะเลือกใคร ที่คอนเซาท์เขาถามคำถามแบบนี้เพราะเขาต้องการได้ยินคำตอบในสิ่งที่เราแชร์ไปมันก็สะท้อนหลายๆ อย่าง บางคนก็อาจจะเลือกลูก หรือเลือกสามีก่อน อย่างตัวนิ้ง งั้นนิ้งเลือกสามี เพราะว่าสามีคือคู่ชีวิตซึ่งต้องอยู่กันยามแก่ เขาก็จะรู้แล้ว โอเค เราเลือกแบบนี้ เพราะบางคนอาจจะเลือกลูกก็ได้ถูกไหมคะ”

งานนี้ทำวู้ดดี้น้ำตาไหล กับคำตอบ พร้อมขอบคุณที่แบ่งปันคำตอบอย่างตรงไปตรงมา และกล้าที่จะแบ่งปัน บางคนอาจจะไม่กล้าบอกว่าฉันเลือกสามีก่อนลูกต่อหน้าคนที่ดูอยู่ วู้ดดี้ร้องไห้เพราะเห็นความงดงามในความซื่อตรงของนิ้ง และวู้ดดี้ยังพูดทิ้งท้ายว่า… มันงดงามมากนะที่ได้ไปพบคอนเซาท์เลอร์ก่อน พวกคุณจะได้ไม่เสียเวลา

สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 19.00 น.

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...