”ดีเจแมน-ฟิล์ม รัฐภูมิ” นัดไกล่เกลี่ย ปม เรียกเงิน 14 ล้าน ช่วยเหลือคดีแชร์ Forex–3D
”ดีเจแมน-ฟิล์ม รัฐภูมิ” ไกล่เกลี่ยในศาล ปม เรียกเงิน 14 ล้าน ช่วยเหลือคดีแชร์ Forex–3D ‘ดีแจแมน’ บอก มีธงอยู่ในใจ ขอลองพูดคุย ยัน สิ่งที่พูดไปทุกอย่างคือเรื่องจริง ส่วน ’ฟิล์ม‘ ลั่น ไม่มีอคติ-พร้อมให้อภัย หากดีเจแมนยอมรับผิด
วันที่ 2 ก.ค. 2568 ที่ศาลอาญารัชดา นายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ ฟิล์ม นักร้อง นักแสดงชื่อดัง เป็นโจทก์ ฟ้อง นายพัฒนพล กุญชร หรือ ดีเจแมน เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา กรณีที่นายพัฒนพล หรือดีเจแมน ให้สัมภาษณ์ใส่ร้ายทำนองว่า นายรัฐภูมิ เรียกเงิน 14 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือคดีแชร์ Forex – 3D นั้น
โดยล่าสุดวันนี้ ศาลได้นัดทั้ง 2 ฝ่าย เจรจาไกล่เกลี่ย เวลา 09.00 น. โดยก่อนขึ้นศาล นายพัฒนพล กุญชร หรือ ดีเจแมน พร้อมทนายความ นายอมร กุศล หรือ ทนายจิ้ง เดินทางมาถึงก่อน โดยทันทีที่เดินทางมาถึงดีเจแมนได้ยกมือไหว้บริเวณหน้าศาลอาญาก่อนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เรื่องการไกล่เกลี่ยวันนี้ตนมีธงอยู่ในใจ ลองคุยดูว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ดีเจแมนและฟิล์มได้มีการติดต่อส่วนตัวกันหรือไม่ ดีเจแมนกล่าวว่าไม่มี ไม่เคยมี เมื่อถามต่อว่าทนายบอกว่าอยากให้มีการไกล่เกลี่ยกันก่อน ส่วนตัวดีเจแมนเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่งทางดีเจแมนระบุว่า ทนายตนไม่เคยบอกให้มีการไกล่เกลี่ย แต่อยากจะให้คุยและฟังดูว่าเขาจะพูดอย่างไร มีความคิดเห็นแบบใด ส่วนแนวโน้มวันนี้จะออกมาในทิศทางไหนนั้น ตนมีในใจ อยู่ในใจอยู่แล้ว เพราะถ้าได้ยินที่เขาออกสื่อเสนอมาสิ่งนั้นเราทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะว่า สิ่งที่เราพูดไปทุกอย่างมันคือเรื่องจริง แต่รอดูว่าเขาจะพูดอย่างไร
ซึ่งวันนี้ตนมั่นใจ
เมื่อถามว่าเงื่อนไข เงื่อนไขฝั่งคู่กรณีที่ดีเจแมนยังยอมรับไม่ได้คืออะไร ทางทนายระบุว่า ตอนนี้เป็นระหว่างการพิจารณาคดีกันอยู่ ข้อเท็จจริงต่างๆเรายังไม่อยากพูด อยากให้รอ กระบวนการไกล่เกลี่ยเสร็จสิ้น แล้วค่อยมาว่ากันอีกทีหนึ่ง ซึ่งในส่วนรายละเอียดของข้อเท็จจริง ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยเนื่องจากอยู่ในระหว่างการดำเนินคดีกันอยู่
ถามต่อว่าจะใช้ระยะเวลานานแค่ไหนในการไกล่เกลี่ยครั้งนี้ ทางทนายระบุว่าสุดแท้แต่ทางคู่กรณีว่าจะมีเงื่อนไขอย่างไร และจะรับได้หรือไม่ ถ้าไม่ซึ่งถ้าไม่รับมีทางออกอยู่สองทาง คือ รับได้ กับ รับไม่ได้ แต่ถ้ารับก็โอเคไม่มีปัญหา แต่ถ้ารับไม่ได้ก็ปกติ จะมีการนัดสืบพยานกันต่อไป ส่วนตัว ในฐานะทนายความผู้รับผิดชอบคดีนี้ไม่มีความกังวลใดใดทั้งสิ้น
ถามย้ำว่าวันนี้จะเป็นการเจอกันครั้งแรกระหว่างเจแมนและฟิล์ม-รัฐภูมิ ตั้งแต่มีคดีความกันใช่หรือไม่ ทางดีเจแมนระบุว่าใช่ครับ ส่วนการเจอหน้าในครั้งนี้ตนก็ไม่มีอะไร ส่วนตัวรู้สึกว่าการได้เจอกันก็เป็นเรื่องปกติเพราะแต่ก่อนก็ไม่เคยเจอกัน แต่ถ้าเป็นอีกยุค-อีกสมัยหนึ่ง ก็จะคิดอะไรนิดหน่อย แต่ตอนนี้ผมโตขึ้นแล้ว ก็ต้องว่ากันไปตามกระบวนการ พร้อมย้ำว่า สิ่งที่อยู่ในใจคือสิ่งที่ผมพูดไปทั้งหมดคือความจริงแค่นั้นเอง ส่วนฝั่งคู่กรณีจะว่าอย่างไร ก็ต้องว่ากันอีกที
โดยมีรายงานว่าระหว่างที่ดีเจแมน พร้อมทนายความกำลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอยู่นั้นฟิล์ม-รัฐภูมิ พร้อมกับทนายความได้เดินทางมาถึงศาลอาญาพอดี จังหวะที่ดีเจแมนให้สัมภาษณ์ใกล้จะเสร็จ จากนั้นสื่อมวลชนได้เชิญให้ฟิล์มรัฐภูมิเข้ามาให้สัมภาษณ์ตรงพื้นที่สื่อมวลชน ซึ่งเป็นจังหวะที่ทั้งคู่จะต้องเดินสวนกัน แต่ท้ายที่สุดแล้วดีเจแมนตัดสินใจเดินออกไปทางขวาก่อนบันไดขึ้นศาลไปยังห้องพิจารณาคดี โดยไม่มีการพูดคุยหรือทักทายใดๆ กับฟิล์มรัฐภูมิ
ด้านนายรัฐภูมิ โตคงทรัพย์ หรือ “ฟิล์ม รัฐภูมิ” ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังเดินทางมาเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยในคดีความกับนายพัฒนพล กุญชร ณ อยุธยา หรือ “ดีเจแมน” ว่า วันนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ได้พบกับดีเจแมนตัวต่อตัว หลังไม่เคยรู้จักหรือมีโอกาสพูดคุยกันเป็นการส่วนตัวมาก่อน
มีแค่ติดต่อผ่านใบเตย นางสาวสุธีวัน ทวีสิน ที่เคยพูดมาว่าอยากให้มาเจอกัน ตนเองก็เลยตั้งใจมาฟังดูว่าวันนี้จะพูดคุยกันในรูปแบบไหน ก็เปิดโอกาสอยู่แล้ว
นายรัฐภูมิ กล่าวว่า ไม่ได้มีอคติหรือความรู้สึกติดใจใด ๆ กับอีกฝ่าย และพร้อมที่จะให้อภัยหากด้านดีเจแมนยอมรับผิดและกล่าวคำขอโทษ โดยย้ำว่า “ความจริงก็คือความจริง” และตนเองไม่ได้รู้สึกกังวลใด ๆ ทั้งต่อคดีนี้และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องแต่ในครั้งที่แล้วเขาไม่มา วันนี้เลยอยากฟังจากเขาโดยตรง ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงออกมาเคลื่อนไหวแบบนี้ เพราะตนเองไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขาไปได้ข้อมูลอะไรถึงเข้าใจผมผิดแบบนั้น ทั้งที่หลักฐานมันก็อยู่ตรงหน้า
นายรัฐภูมิ ยังระบุด้วยว่า การเจรจาในวันนี้เป็นเพียงขั้นตอนเบื้องต้นของกระบวนการไกล่เกลี่ย ยังไม่มีการนำหลักฐานใหม่มาแสดงเพิ่มเติม และยังไม่มีข้อตกลงใด ๆ เกิดขึ้น โดยตนเองไม่ได้รู้สึกกดดัน เพราะเป็นฝ่ายโจทก์ และมั่นใจในข้อเท็จจริงและหลักฐานที่มีอยู่
ทั้งนี้นายรัฐภูมิ ย้ำทิ้งท้ายว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้ทำให้รู้สึกโกรธหรืออยากตอบโต้ใด ๆ เพียงแต่อยากฟังคำชี้แจงจากอีกฝ่ายด้วยตนเอง เพื่อให้ทุกอย่างจบลงด้วยความเข้าใจ และหาทางออกร่วมกันอย่างเหมาะสม