โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สภาไทย-จีน” ฉลองมิตรภาพ 50 ปี แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 07.07 น.

“สภาไทย-จีน” ฉลองมิตรภาพ 50 ปี แตกต่างแต่ไม่แตกแยก ด้าน “ภูมิธรรม” ยกการเจรจาโดยสันติแก้ไขความไม่ขัดแย้งในสังคม “วิษณุ” ยกการเข้าใจกันนำไปสู้ความปรองดอง ชี้โลกในวันนี้ไม่เหมือนในอดีตแม้แต่กิจกรรมในประเทศก็แตกต่างกัน

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 68 ที่โรงแรมแชงกรีล่า สภาวัฒนธรรมไทย-จีน จัดสัมมนา ภายใต้หัวข้อ “ฟอรั่มอารยธรรมแห่งความปรองดอง ประจำปี2025 “ เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน เพื่อแลกเปลี่ยน ส่งเสริม พัฒนาศักยภาพไทย-จีน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม นวัตกรรมเทคโนโลยี และความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม โดยมีวิทยกรผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี นางซุน ชุนหลาน ประธานสมาพันธ์ขงจื้อนานาชาติ นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมและส่งเสริมความสัมพันธ์ไทยจีน นายหาญ เจ้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย และนักวิชาการ อาจารย์ ตัวแทนจากหลากหลายประเทศ

โดยนายพินิจ เผยว่าการจัดฟอรั่มนี้ เพื่อเฉลิมฉลอง ครอบรอบ50 ปี ไทย-จีน ซึ่งประเทศไทยและจีนมีความสำคัญของมิตรภาพที่สูงมาก โดยประเทศจีนให้เกียรติและความสัมพันธ์โดยนำสหพันธ์ขงจื้อนานาชาติกว่า 190 ประเทศมาประชุมที่ปตะเทศไทย หัวใจที่สำคัญคือการเสนอสันติภาพสันติสุขของอารยธรรม ในการประชุมครั้งนี้ดข้ากับสถานการณ์โลก ในปัจจุบัน ทางจีนจึงพยายามนำปรัชญาขงจื้อมาใช้ ซึ่งการะประชุมนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ไทย-จีน มั่นคงมากขึ้น ทั้งด้านการท่องเที่ยวการค้า การลงทุน

นายภูมิธรรม กล่าวถึงงานครั้งนี้ว่า การจัดงานครั้งนี้เพื่อเป็นพื้นที่การส่งเสริมความเข้าใจการรับฟังและการเคารพซึ่งกันและกันอันเป็นหนทางสู่การปรองดอง เราต้องยอมรับว่าความขัดแย้งเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์มนุษยชาติทุกชาติทุกอารยธรรมต่างมีเวลาแห่งการขัดแย้งและความไม่ลงรอย ซึ่งจบลงด้วยความรุนแรงปัญหาเหล่านี้เป็นรูปแบบที่หลากหลายแต่กลับมีต้นเหตุร่วมกันคือการ สามารถอยู่ร่วมกันได้ในพื้นที่ที่แตกต่าง การขาดพื้นที่รับฟังให้ข้อเท็จจริงในเหตุผลการสื่อสารที่เกิดการขยายในหลายช่องทางเป็นรูปแบบของความพยายามซึ่งมีฝ่ายหนึ่งที่เห็นต่างแทนที่จะรับฟังร่วมกันเพื่อให้เดินต่อได้ประเทศไทยก็เคยเผชิญกับสภาวะเช่นนั้นกับความขัดแย้งในระดับนานาชาติระดับท้องถิ่น ตั้งแต่ความเห็นต่างทางการเมือง การรบกันของคนในสังคมรวมถึงปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนซึ่งการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่อาจอาศัยเหตุผลหากต้องใช้ความเข้าใจอดทนอดกลั้นและกระบวนการทางข้อพิพาทด้วยสันติวิธีเวทีเจรจาจึงยังเป็นรูปแบบที่จำเป็นเพื่อให้เกิดการสนทนาบนความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมตนหวังว่า เวทีนี้จะเป็นหมุดสำคัญในการส่งเสริมการปรองดองทุกระดับ และให้ทุกภาคส่วนสร้างการสื่อสารที่สร้างสรรค์

ด้านนายวิษณุ เผยว่า การจัดประชุมในปีนี้เป็นความเหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะเป็นการฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตไทยจีนกว่า 50 ปี แต่ความจริง ไม่ได้มีความสัมพันธ์เพียง 50 ปีเท่านั้นเพราะในสายเลือดของคนไทยทุกวันนี้มีสายเลือดของคนจีนปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก ตนจึงมองว่าการจัดกิจกรรมนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงสายสัมพันธ์แห่งความปรองดองระหว่างไทยและจีนที่มีมาตลอดเวลา 50 ปี คำว่า “เหอเหอ” ซึ่งหมายถึงความแตกต่างแต่ไม่แตกแยกโดยคำนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำมายึดถือเพราะจะนำไปสู่ความปรองดองปรองดองกันได้ก็ต้องเริ่มต้นด้วยการรู้จักเข้าใจกัน เมื่อเข้าใจแล้วก็ต้องพยายามเข้าถึงกิจกรรมและทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันต่อจากนั้นจึงจะพัฒนาไปเป็นความปรองดอง โลกในปัจจุบันไม่เหมือนกับในอดีตระเบียบของโลกที่รู้จักได้เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบันแม้แต่กิจกรรมภายในประเทศก็มีความแตกต่างกันแต่เราต้องรักษาหลักที่ว่าแตกต่างแต่ไม่แตกแยกนี้ไว้ให้ได้

ทางด้านนายโรมาโน โปรดี อดีตประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เผยว่า ตนเป็นชาวยุโรปที่เชื่อว่าความ ความร่วมมือระหว่างเอเชียกับยุโรปเป็นสิ่งจำเป็นต่ออนาคตร่วมกันเรากำลังอยู่ในยุคที่ผู้คนลืมบทเรียนจากภูมิปัญญาโบราณไปหมดการสนทนาและแลกเปลี่ยนประชาชนกับประเทศต่างๆกลายเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้น แม้ทางการทูตก็สูญเสียบทบาทดั้งเดิมที่ยึดถือการเข้าใจซึ่งกันและกันตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาหวังว่าเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าการเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าจะมาซึ่งความเข้าใจด้านความร่วมมือที่ลึกซึ้งขึ้น แต่ปัจจุบันนั้นตรงกันข้ามเพราะประเทศต่างๆเริ่มแบ่งแยกกันมากขึ้น เราจึงกำลังสูญเสียคุณค่าของความกลมเกลียวและการอยู่ร่วม แม้แต่องค์กรพหุภาคีที่ถูกก่อตั้งขึ้นมาหลังสงครามโลกครั้งที่สองเพื่อทำลงไว้ซึ่งระเบียบโลกก็กลับอ่อนแอลง อย่างเช่นสถานการณ์ความรุนแรงในฉนวนกาซา ไม่ใช่เพียงแต่สงครามเท่านั้นที่กำลังเผชิญอยู่แต่รวมไปถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและข้อพิพาททางการค้าซึ่งจะนำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย อุดมการในอิทธิพลที่สุดโต่งกำลังผลักดันนโยบายที่อันตราย แม้ว่าจะมีความแตกต่างกันแต่ในยุคหลังสงครามโลกเราก็ยังไม่เคยเป็นศัตรูกันอย่างจริงจังและเราก็ยังไม่เคยเป็นพี่น้องกันอย่างที่แท้จริงจึงถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนมิตรภาพให้เป็นความเป็นพี่เป็นน้อง

ส่วนนายหาญ จื้อเฉียน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เผยว่า วัฒนธรรมจีนดั้งเดิมให้ความสำคัญกับแนวคิดความปรองดองโดยเน้นหลักความแตกต่างอย่างปรองดองอยู่ร่วมกันอย่างสันติในขณะที่วัฒนธรรมไทยส่งเสริมการเปิดกว้างและอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนในความหลากหลายเมื่อนำทั้งสองแนวคิดมาใช้ในโลกปัจจุบันก็คือการสนับสนุนหลักแห่งความเท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกันเพื่อนำไปพัฒนาร่วมกันโดยขึ้นกับขนาดกำลังหรือระบบของแต่ละประเทศเพราะทุกประเทศล้วนเป็นสมาชิกที่มีความเท่าเทียมกันในประชาคมโลก การอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเท่าเทียมกันด้วยความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันจีนและไทยมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งยาวนานมานับ 1000 ปีซึ่งเป็นมิตรภาพบ้านใกล้เรือนเคียงที่สนิทแน่นแฟ้นกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...