โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รมช.กลาโหม เผย กัมพูชาขอเจรจาปรับกำลังจุดปะทะช่องบกแบบเงียบๆ สั่งจับตาท่าที ก่อนปรับมาตรการเข้า-ออกชายแดน

THE STANDARD

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • thestandard.co
รมช.กลาโหม เผย กัมพูชาขอเจรจาปรับกำลังจุดปะทะช่องบกแบบเงียบๆ สั่งจับตาท่าที ก่อนปรับมาตรการเข้า-ออกชายแดน

วันนี้ (10 มิถุนายน) พล.อ. ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะ เดินทางไปพูดคุยกับ พล.อ. เตีย เซ็ยฮา รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ที่ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยไม่มีการข้ามฝั่งไป

ในวันนั้นได้ชี้ถึงประเด็นสำคัญ 2 ประเด็น คือ 1. การเผชิญหน้ากันบริเวณช่องบก ที่มีความเสี่ยงที่จะปะทะกันได้ 2. กรณีกัมพูชาจะหยิบยกประเด็นอธิปไตยให้ศาลโลกพิจารณา

พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า เราอยากให้มีการพิจารณาผ่านที่ประชุม JBC และขอให้มีการปรับกำลังเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีมติให้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) หารือแนวทางที่จะดำเนินการ ต่อมานายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน โดยที่ประชุมมีข้อเสนอให้ควบคุมการผ่านแดน เพราะการที่ฝั่งกัมพูชาเคลื่อนย้ายกำลังมาชายแดนมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ ทำให้ประชาชนตามชายแดนเดือดร้อน

รัฐบาลมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน และห่วงใยการค้าขาย การรักษาพยาบาล การศึกษาบริเวณชายแดน จึงไม่ได้ปิดชายแดน แต่เห็นชอบให้ดำเนินการ 4 ขั้นตอน หากกระทรวงกลาโหมจะดำเนินการ ขอให้แจ้งรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรอสัญญาณจากรัฐบาล

ทั้งนี้ 4 ขั้นตอน มีดังนี้ 1. จำกัดการเข้า-ออก 2. ปรับเวลาเปิด-ปิดด่าน 3. การปิดชายแดนบางจุด และ 4. ปิดชายแดนตลอดแนวตั้งแต่ จังหวัดอุบลราชธานี, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, สระแก้ว, จันทบุรี และตราด

พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า ต่อมามีเพจของกระทรวงกลาโหมกัมพูชาโพสต์ข้อความว่า กัมพูชาจะไม่ถอนกำลังตามที่กระทรวงกลาโหมไทยเสนอ ทำให้ สมช. และรัฐบาลมองว่าไม่มีความคืบหน้า นายกรัฐมนตรีจึงสั่งการให้ยกระดับขั้นที่ 1-2 จึงเกิดการจำกัดบุคคลและเวลาเข้า-ออกชายแดนในวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา

ส่วนกรณีที่โซเชียลมีเดียโพสต์ข้อความว่า จังหวัดจันทบุรีมีการประกาศกฎอัยการศึกนั้น พล.อ.ณัฐพล ย้ำว่า อำเภอชายแดนโดยรอบมีการประกาศกฎอัยการศึกทุกอำเภอ ด้วยอำนาจของกองทัพและทหารสามารถดำเนินการได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ สมช. เห็นว่า ในปี 2568 ไม่ควรใช้อำนาจกฎอัยการศึก จึงเป็นการใช้ตามมติ สมช. และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ยังไม่มีการปิดจุดผ่านแดน

พล.อ. ณัฐพล กล่าวอีกว่า ในวันที่ 8 มิถุนายน เวลา 08.00 น. รัฐบาลได้รับการติดต่อจากระดับของฝ่ายกัมพูชาผ่านผู้บัญชาการทหารบก ผ่านผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร (ทหารบก) ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ว่าทางฝ่ายกัมพูชาตอบรับแนวทางปรับกำลังในพื้นที่เผชิญหน้า ขอให้ดำเนินการอย่างเงียบๆ และให้รัฐบาลทั้งสองฝ่ายขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ ลดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ทำให้เกิดการเกลียดชัง ด้านนายกรัฐมนตรีระบุว่า ที่บอกว่าให้ทำเงียบๆ อาจจะทำไม่ได้ แต่จะพยายามและชักชวนประชาชนลดการเสนอข้อมูล

จากนั้นเวลา 10.00 น. ทาง ผบ.หน่วยทหารกัมพูชาในพื้นที่ ตรงข้ามกองกำลังสุรนารีได้ติดต่อขอเข้ามาตรวจหน่วยงานในพื้นที่เพื่อปรับกำลัง ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่าหากถอยกำลังขอให้กลบคูเลตด้วย ซึ่งได้รับการตอบรับจากทหารกัมพูชาและมีการพูดคุยฉันมิตร แม้จะมีการปรับกำลังออกไป ไม่มีการเผชิญหน้า แต่กำลังส่วนอื่นของทั้งสองฝ่ายยังอยู่ที่เดิม

พล.อ. ณัฐพล กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลพิจารณาให้คงมาตรการต่อไป พร้อมประเมินสถานการณ์ด้านความมั่นคงและดูท่าทีของทางกัมพูชา เนื่องจากฝั่งไทยเน้นสันติ หากท่าทีของกัมพูชามีแนวโน้มที่ดีขึ้น จะมาพิจารณาการควบคุมตามชายแดนอีกครั้ง

“ครั้งนี้รัฐบาลมองในแง่ผลกระทบเรื่องความปลอดภัยของประชาชน มาตรการตรงนี้ไม่ใช่การไปกดดันใดๆ ทั้งสิ้น เพราะยังคงมีการวางกำลังตามแนวชายแดน เราห่วงใยประชาชน จึงยังขอคงมาตรการต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...