โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“เบสเซนต์” ติดโผแคนดิเดตตัวเต็ง สืบตำแหน่งประธานเฟดแทน “พาวเวลล์”

efinanceThai

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2568 เวลา 05.32 น.

เบสเซนต์ ติดโผแคนดิเดตตัวเต็ง สืบตำแหน่งประธานเฟดแทน พาวเวลล์

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -11 มิ.ย. 68 12:32 น.

ที่ปรึกษาทั้งในและนอกรัฐบาลทรัมป์ สนับสนุนการเสนอชื่อ “สก็อตต์ เบสเซนต์” รัฐมนตรีคลังคนปัจจุบัน เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ต่อจากเจอโรม พาวเวลล์ ซึ่งจะหมดวาระลงในเดือนพ.ค. 2026

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า จะเสนอชื่อผู้สืบทอดตำแหน่งประธานเฟดในเร็ว ๆ นี้ โดยในรายชื่อแคนดิเดตเบื้องต้นมีเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด ซึ่งทรัมป์เคยสัมภาษณ์สำหรับตำแหน่งรัฐมนตรีคลังเมื่อเดือนพ.ย. ปีที่แล้ว แต่ในขณะนี้ ชื่อของเบสเซนต์ ซึ่งเป็นผู้นำแผนเศรษฐกิจของทรัมป์ ก็ได้กลายเป็นหนึ่งในผู้ที่มีโอกาสได้รับการพิจารณาเช่นกัน แม้ยังไม่มีการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการเกิดขึ้น โดยเบสเซนต์ กล่าวเพียงว่า “ผมมีงานที่ดีที่สุดในสหรัฐฯ แล้ว ซึ่งประธานาธิบดีจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าใครเหมาะสมที่สุดต่อเศรษฐกิจและประชาชนชาวอเมริกัน”

ตามธรรมเนียมแล้ว รัฐมนตรีคลังจะมีบทบาทสำคัญในการคัดเลือกและสัมภาษณ์ผู้สมัครประธานเฟด ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าเบสเซนต์จะถอนตัวจากกระบวนการนี้หรือไม่ ด้านทิม อดัมส์ ประธานและซีอีโอของ Institute of International Finance กล่าวว่า “จากความเชื่อมั่นที่ตลาดการเงินโลกมีต่อเบสเซนต์ เขาจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม” และยังระบุว่าเขาเป็น “ม้ามืด” พร้อมทั้งชมว่า วอร์ช ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

เบสเซนต์มีบทบาทสำคัญในการเจรจาข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการพลิกโฉมโครงสร้างการค้าระดับโลกตามนโยบายของทรัมป์ โดยสตีฟ แบนนอน อดีตหัวหน้านโยบายทำเนียบขาวและที่ปรึกษาคนสนิทของทรัมป์กล่าวว่า “เบสเซนต์พิสูจน์แล้วว่าเขาสามารถขับเคลื่อนนโยบายของทรัมป์ได้ แม้จะเผชิญภาวะผันผวนรุนแรงในช่วง 6 เดือนแรกของรัฐบาล เขาไม่ใช่แค่ดาวเด่นในคณะรัฐมนตรี แต่ยังเป็นผู้ที่ตลาดการเงินทั่วโลกไว้วางใจ”

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับพาวเวลล์ เป็นไปอย่างไม่สู้ดีนักในช่วงที่ผ่านมา แม้ทรัมป์ จะเป็นผู้เสนอชื่อพาวเวลล์ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟดในปี 2017 แต่เขาได้วิจารณ์พาวเวลล์หลายครั้งว่า ไม่ลดดอกเบี้ยตามความต้องการ โดยล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา ทรัมป์ยังได้พบปะกับพาวเวลล์เพื่อเรียกร้องให้ปรับลดดอกเบี้ยอีกครั้ง

ในปี 2025 นี้ เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิม โดยให้เหตุผลว่าเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีศุลกากรชุดใหม่ของทรัมป์ ซึ่งเฟดเตือนว่ามาตรการเหล่านี้อาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจและเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ

ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ใดจะได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานเฟด ต้องสามารถพิสูจน์ให้ตลาดเห็นว่าเฟดยังเป็นอิสระจากอิทธิพลทางการเมือง โดยอดัมส์จาก IIF กล่าวว่า ทั้งเบสเซนต์และวอร์ชมีความน่าเชื่อถือจากชุมชนการเงินว่า จะสามารถรักษาความเป็นอิสระของเฟดไว้ได้ ขณะที่ อาร์เธอร์ ลาฟเฟอร์ นักเศรษฐศาสตร์ผู้สนับสนุนทรัมป์ ระบุว่า “เบสเซนต์ก็มีความยอดเยี่ยม แต่เขามีงานอยู่แล้ว และเขาไม่ได้เชี่ยวชาญด้านนโยบายการเงิน ตนได้กล่าวกับประธานาธิบดีทรัมป์ไปแล้วว่า วอร์ชคือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้”

สำหรับรายชื่อผู้ถูกเสนอชื่อก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย เควิน แฮสเซตต์ ผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ผู้ว่าการเฟด และ เดวิด มัลพาสส์ อดีตประธานธนาคารโลก

ที่มา Bloomberg

รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.comอนุมัติ โดย Supak Hopuengju
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...