โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ที่ดินปราจีนพุ่ง 3 ล้าน/ไร่รับอีอีซี ผังเมืองใหม่เพิ่มเขตอุตสาหกรรม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 พ.ค. 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 09 พ.ค. 2568 เวลา 23.24 น.
ที่มา : สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี

ขยายพื้นที่จังหวัดที่ 4 EEC “ปราจีนบุรี” ทำที่ดินราคาพุ่ง จับตา “กบินทร์บุรี-ศรีมหาโพธิ์” นิคมอุตสาหกรรมสีเขียว หลังนายทุนวิ่งซื้อที่ดินชาวบ้านรวมแปลงใหญ่รับนักลงทุน ขยับราคาซื้อขายจากไร่ละ 400,000 บาทเป็น 1 ล้าน แต่คนในพื้นที่ห่วงสุดท้ายปราจีนบุรีจะกลายเป็น “บ่อขยะ” ของ EEC กังวลมีแต่ โรงบำบัดของเสีย รีไซเคิลขยะพิษ เข้ามาตั้งอยู่ในปัจจุบัน

คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากข้อเสนอผ่านทางสมุดปกขาวของสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี ที่จะขยายพื้นที่ EEC ไปยังจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งจะเป็นจังหวัดที่ 4 ต่อจังหวัดชลบุรี-ระยอง-ฉะเชิงเทรา ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวในหมู่นักค้าที่ดินที่เตรียมกว้านซื้อที่รองรับการเป็นเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

โดยนายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ. หรือ EEC) กล่าวในงานสัมมนาครั้งล่าสุดว่า การขยายพื้นที่ EEC ไปปราจีนบุรีนั้น ถ้าคนในพื้นที่ตอบรับ กระบวนการต่อไปก็คือ การออกร่างกฤษฎีกาขยายเขตจาก 3 เป็น 4 จังหวัดแล้วเข้า ครม.อนุมัติ โดยจะกำหนดพื้นที่ครอบคลุมทั้งจังหวัด แต่ผังเมืองจะต้องกำหนดเป็นโซนนิ่ง ก็จะเห็นว่า ตรงไหนจะใช้ประโยชน์พื้นที่ที่เป็นสีม่วงได้บ้าง

ปราจีนบุรี จว.ที่ 4 อีอีซี

แหล่งข่าวในจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ที่ผ่านมามีกลุ่มนายหน้าค้าที่ดิน ทุนท้องถิ่น รวมถึงผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ได้รวมตัวกันกว้านซื้อที่ดินให้ได้แปลงใหญ่ในหลายอำเภอของจังหวัด เพื่อขายให้กลุ่มทุนจากบริษัทใหญ่ ทั้งส่วนกลางและทุนท้องถิ่นจากต่างพื้นที่ พร้อมทั้งพยายามผลักดันผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อผลักดันให้ปราจีนบุรี กลายเป็นจังหวัดที่ 4 ของ EEC ส่งผลให้ราคาที่ดินหลายพื้นที่พุ่งขึ้นไปสูงมาก โดยเฉพาะ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรีเองมีที่ดินประมาณ 110,000 ไร่ ในจำนวนนี้เป็นที่ดินของ ส.ป.ก.ครึ่งหนึ่ง และที่ดินโฉนดอีกครึ่งหนึ่ง

ปรากฏนายทุนได้เข้ามากว้านซื้อที่ดินราคาถูกทั้ง 2 ส่วน โดยเฉพาะที่ดิน ส.ป.ก.ใช้วิธีการรวบรวมได้เป็น 1,000 ไร่ แต่ตามระเบียบของ ส.ป.ก. แต่ละคนจะถือครองที่ดินได้ 50 ไร่ หากจะถือครองที่ดิน 100 ไร่จะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบยุ่งยาก ดังนั้นนายทุนจะหาบุคคลอื่นมาใส่ชื่อ “สวม” โดยแบ่งแปลงละ 50 ไร่ และรอจังหวัดที่จะประกาศเป็นพื้นที่ EEC

ราคาที่ดินใน 3 จังหวัด EEC ปัจจุบันมีราคาสูงมาก ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมตัดสินใจเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานในปราจีนบุรี และต่างก็พยายามวิ่งล็อบบี้เพื่อให้ปราจีนบุรีกลายเป็นจังหวัดที่ 4 ของ EEC โดยมีเสียงในพื้นที่เข้ามาว่า มีกลุ่มทุนการเมืองหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มปากน้ำ เข้ามาซื้อที่ดินแถว ต.บ่อทอง วังตะเคียน ประมาณ 20,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า กลุ่มสหวิริยาก็เข้ามาซื้อที่ดินแถวกบินทร์บุรีเช่นกัน” แหล่งข่าวกล่าว

นายทุนเร่ “รวมแปลงใหญ่”

นายธนกฤษ เตชะปัญญารักษ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า นโยบายที่จะนำจังหวัดปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ 4 ของอีอีซี ถือเป็น “ข่าวเชิงบวก” ส่งผลให้นักลงทุนมีความต้องการที่ดินในจังหวัดปราจีนบุรีเพิ่มมากขึ้น ทำให้ราคาที่ดินภายในจังหวัดปรับตัวสูงขึ้นตาม โดยเฉพาะ อ.กบินทร์บุรี ที่เป็นโซนพาณิชย์และโซนอุตสาหกรรม ซึ่งตามกฎหมายการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมต้องใช้ที่ดินตั้งแต่ 500-1,000 ไร่ขึ้นไป ขณะนี้ในอำเภอกบินทร์บุรี ยังมีที่ดินว่างหลายแห่ง ราคายังต่ำตั้งแต่ 200,000 บาทขึ้นไป และเริ่มมีการรวมพื้นที่ให้มีแปลงใหญ่ ราคาที่ดินเริ่มปรับขึ้นไร่ละ 400,000-1,000,000 บาท

โดยเฉพาะพื้นที่ริมถนน เช่น พื้นที่สี่แยกสามทหาร หรือสี่แยกกบินทร์บุรี ซึ่งเป็นโซนพาณิชย์และโซนอุตสาหกรรมอยู่ บริเวณสหพัฒน์ หรือนิคมแถวนาแขม มีทำเลติดถนน 304 ซื้อขายกันไร่ละ 500,000 บาท หากมีการรวมพื้นที่ดินแปลงใหญ่ก็เกือบ 1,000,000 บาท ในขณะที่พื้นที่ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี ยังคงมีพื้นที่ว่างหลาย 10,000 ไร่

“ตอนนี้เริ่มมีกระแสมาว่า มีนายทุนใหญ่เข้ามาพูดคุยเรื่องการรวมแปลงกันบ้างแล้ว แต่ที่ดินเปล่าส่วนใหญ่ยังเป็นของชาวบ้าน ซึ่งมีขนาดเล็ก ๆ ที่อาจจะต้องมีการรวมแปลงกันในอนาคตหากมีการตั้งโรงงาน ซึ่งบางพื้นที่ก็มีการรวมได้เกือบ 1,000 ไร่บ้างแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีการซื้อขายชัดเจน จากปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรีมี อ.กบินทร์บุรีกับ อ.ศรีมหาโพธิ์ ที่เป็นแหล่งนิคมอุตสาหกรรม โดย EEC จะส่งเสริมให้ทั้ง 2 อำเภอดังกล่าวเป็นลักษณะนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ส่วนอำเภออื่น ๆ เน้นเชิงธุรกิจที่สอดคล้องกัน เช่น ด้านการบริการ ด้านการท่องเที่ยว” นายธนกฤษกล่าว

อนาคตราคาที่ดินพุ่งไร่ละ 3 ล้าน

นายยอดชาย เมทนีกรชัย รักษาการประธานหอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า ตอนนี้ใน อ.กบินทร์บุรี มีการกว้านซื้อที่ดินไปแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะพื้นที่ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 304 แทบจะไม่มีพื้นที่ว่างหลงเหลือ ส่วนทางด้านตั้งแต่ อ.ปากพลี จ.นครนายก จนถึง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะพื้นที่ติดทางหลวงหมายเลข 33 เมื่อก่อนที่ดินไร่ละ 5 ล้าน แต่ปัจจุบันราคาปรับลงเหลือ 800,000-1,200,000 บาท

แต่หากเป็นที่ดินโซนสีม่วงราคาอาจจะแพงหน่อย หลักล้านต้น ๆ แต่ต่อไปหากผังเมืองได้ประกาศให้เป็นพื้นที่สีม่วงหรือที่ดินประเภทอุตสาหกรรมก็จะทำให้ราคาที่ดินปรับสูงขึ้นอย่างน้อยไร่ละ 2,000,000-3,000,000 บาท

ขณะที่นายสมมาตร ขุนเศรษฐ ในฐานะประธานกรรมการบริหาร บริษัท แพนเอเซียฟุตแวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาจะมีผู้ประกอบการเลือกไปลงทุนที่ปราจีนบุรีแทนที่จะไปลงทุนใน EEC ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปราจีนบุรีมีศักยภาพกว่า 3 จังหวัด EEC ในปัจจุบัน จากเหตุผลที่ว่า 1) ที่ดินถูกกว่าอย่างมีนัยถึง 3 เท่า เช่น ซื้อที่ดินที่อื่น 1 ล้านบาท แต่ซื้อในนิคมอาจจะ 3 ล้านบาท เพราะอ้างว่ามีระบบสาธารณูปโภคไฟ-น้ำ-ถนนให้ครบ เพราะเรื่องที่ดินเป็นเรื่องภาษีระยะยาว แต่การซื้อที่ดินจะต้องใช้เงินลงทุนทันที แต่ภาษีเป็นเรื่องของอนาคต

2) ปราจีนบุรี มีโอกาสหาแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านได้ง่ายกว่า 3) การกระจายสินค้า มีการเตรียมขยายถนนเชื่อมต่อกับท่าเรือแหลมฉบัง ได้ ไปสนามบินทั้งดอนเมือง-สนามบินสุวรรณภูมิไม่ยาก และเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพียง 1 ชม.เท่านั้น

ส่วนพลเอกจิรศักดิ์ บุตรเนียร รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี แสดงความเห็นจะเป็นไปได้หรือไม่ บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯเข้ามาตั้งโรงงานในปราจีนบุรี จะต้องเสียภาษีให้กับสรรพากรในจังหวัดสถานที่ตั้งประกอบการ โดยที่ไม่ต้องเสียเพิ่มมากขึ้น เพียงคาดหวังให้ภาษีตกอยู่ในพื้นที่บ้าง

ห่วงปราจีนบุรี “ถังขยะ” อุตสาหกรรม

นายสุนทร คมคาย ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และที่ปรึกษาสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถ้าจังหวัดปราจีนบุรีกลายเป็นจังหวัดที่ 4 ของ EEC สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือ โรงงานอุตสาหกรรม ที่จะย้ายเข้ามาตั้งในจังหวัด จะสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น เนื่องจากปัจจุบันจังหวัดปราจีนบุรีเปรียบเสมือน “ถังขยะ” ที่รองรับขยะพิษของเสียจาก EEC อยู่แล้ว โดยจะเห็นได้ว่า มีโรงหลอม-โรงกำจัดขยะ สามารถมาตั้งในพื้นที่ ผังเมืองสีเขียว ในจังหวัดปราจีนบุรีได้

เนื่องจากสมัยรัฐบาล คสช.ได้ออกประกาศ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 4/2559 เรื่อง การยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบกิจการบางประเภทให้สามารถตั้งในพื้นที่ใดก็ได้ ได้แก่ (1) คลังน้ำมันตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมน้ำมันเชื้อเพลิง (2) กิจการโรงงานลำดับที่ 88 : โรงงานผลิต ส่ง หรือจำหน่ายพลังงานไฟฟ้า (โรงไฟฟ้าและสถานีส่งไฟฟ้า) (3) กิจการที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิต ขนส่ง และระบบจำหน่ายพลังงานของกิจการตาม (1) และ (2) (เช่น ท่อส่งน้ำมัน สายส่งไฟฟ้า)

(4) กิจการโรงงานลำดับที่ 89 : โรงผลิตก๊าซซึ่งมิใช่ก๊าซธรรมชาติ (เช่น โรงงานผลิตก๊าซชีวภาพ) (5) กิจการโรงงานลำดับที่ 101 : โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม (เช่น โรงบำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ) (6) กิจการโรงงานลำดับที่ 105 : โรงงานคัดแยกและฝังกลบสิ่งปฏิกูล วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (เช่น หลุมฝังกลบขยะ) (7) กิจการโรงงานลำดับที่ 106 โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับการนำผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้ว หรือของเสียจากโรงงานมาผลิตเป็นวัตถุดิบหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยผ่านกรรมวิธีการผลิตทางอุตสาหกรรม (โรงงานรีไซเคิล)

(8) กิจการอื่นที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการกำจัดมูลฝอย ทำให้โรงงานแนบท้ายคำสั่ง คสช.จากจีนได้โอกาสมาตั้งใน จ.ปราจีนบุรีเป็นจำนวนมาก และประกาศฉบับนี้ก็ยังมีผลบังคับใช้ถึงปัจจุบัน ทางจังหวัดปราจีนฯจึงเป็นแหล่งรองรับมลพิษอยู่เต็มที่แล้วในขณะนี้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ที่ดินปราจีนพุ่ง 3 ล้าน/ไร่รับอีอีซี ผังเมืองใหม่เพิ่มเขตอุตสาหกรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...