โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

7 ข้อผิดพลาดในการล้างผัก - ยิ่งล้างยิ่งสกปรก และทำสารอาหารหลุดหายโดยไม่รู้ตัว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 10 พ.ค. 2568 เวลา 08.52 น. • สยามนิวส์
7 ข้อผิดพลาดในการล้างผัก - ยิ่งล้างยิ่งสกปรก และทำสารอาหารหลุดหายโดยไม่รู้ตัว

ผักและผลไม้เป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้ในมื้ออาหารประจำวัน เพราะช่วยให้เรามีโภชนาการที่สมดุลและสุขภาพที่ดี แต่ในความเป็นจริง หลายคนให้ความสำคัญแค่กับการเลือกชนิดของผักและวิธีการปรุงอาหาร โดยมองข้ามไปว่า “วิธีล้างผัก” ก็มีผลอย่างมากต่อรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และผลกระทบต่อสุขภาพ

ศูนย์ความปลอดภัยด้านอาหารไต้หวัน (จีน) ได้รวบรวมและออกคำเตือนเกี่ยวกับ 7 ข้อผิดพลาดในการล้างผัก ที่พบได้บ่อย ซึ่งอาจยิ่งล้างยิ่งสกปรก และยังทำให้สารอาหารในผักถูกชะล้างออกไปอีกด้วย ได้แก่:

1. แช่ผักนานเกินไป

นิสัยนี้ไม่ได้ช่วยให้ผักสะอาดขึ้นแต่อย่างใด กลับทำให้สูญเสียสารอาหารโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังมีหลายคนทำเป็นประจำ เพราะเชื่อว่าการแช่ผักในน้ำนาน ๆ จะช่วยขจัดฝุ่นและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชได้ดียิ่งขึ้น

ในความเป็นจริง สารเคมีกำจัดศัตรูพืชส่วนใหญ่นั้นสามารถละลายน้ำได้ ถ้าแช่น้ำนานเกิน 10 นาที โดยเฉพาะกับผักใบบาง เช่น ผักกาด ผักบุ้ง น้ำที่ใช้แช่อาจซึมย้อนกลับเข้าไปในผัก ทำให้ผักปนเปื้อนมากขึ้น นอกจากนี้ วิตามินที่ละลายน้ำได้ เช่น วิตามิน B และ C จะรั่วไหลออกมาในน้ำ ทำให้คุณค่าทางโภชนาการลดลงอย่างมาก

2. หั่นผักก่อนล้าง

การหั่นผักก่อนล้าง แม้ว่าจะดูเหมือนว่าน้ำจะเข้าไปล้างสิ่งสกปรกได้ลึกและสะอาดกว่า แต่ในความจริงแล้วถือเป็นความเข้าใจผิดอย่างร้ายแรง เพราะรอยหั่นจะทำให้วิตามิน C และวิตามินกลุ่ม B ถูกชะล้างออกอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางให้แบคทีเรียจากน้ำที่ไม่สะอาดแทรกซึมเข้าไปในเนื้อผักได้อีกด้วย ควรล้างผักให้สะอาดก่อนหั่น เพื่อรักษาสารอาหารและความปลอดภัยทางสุขอนามัย ยิ่งหั่นเล็กหรือสับละเอียดมากเท่าไร สารอาหารก็จะยิ่งสูญเสียมากขึ้นเมื่อล้าง

3. ใช้น้ำเกลือเข้มหรือเบกกิ้งโซดาในปริมาณมากเกินไป

หลายคนมักเติมเกลือหรือเบกกิ้งโซดาลงในน้ำล้างผักในปริมาณมาก ด้วยความหวังว่าจะสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและกำจัดสารเคมีได้ดีกว่า แต่ความเข้มข้นที่มากเกินไปสามารถทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของผัก ทำให้ผักนิ่ม เหี่ยวเร็ว และเปิดทางให้สารพิษซึมเข้าไปลึกยิ่งขึ้น บางครั้งผักอาจดูเหมือนถูก "หมักเค็ม" และสูญเสียรสชาติธรรมชาติไปด้วย การบริโภคเกลือมากเกินยังเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพหลายประการอีกด้วย

4. ใช้น้ำซาวข้าวล้างหรือแช่ผัก

น้ำซาวข้าวมักถูกขนานนามว่าเป็น สารทำความสะอาดจากธรรมชาติ เพราะมีวิตามิน แร่ธาตุ และแป้งที่สามารถช่วยขจัดกลิ่นคาว คราบน้ำมัน หรือคราบสนิมได้ดี แต่ในความเป็นจริง น้ำซาวข้าวไม่เหมาะสำหรับการล้างผักเลย เพราะอาจมีไข่ของแมลงหรือแบคทีเรียปนเปื้อนอยู่ นอกจากนี้ น้ำซาวข้าวยังไม่สามารถขจัดสารเคมีตกค้างจากยาฆ่าแมลงได้ดีเท่าที่คิด แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดการปนเปื้อนซ้ำ และอาจทำให้รสชาติของผักเปลี่ยนไปอีกด้วย

5. ลวกผักแทนการล้าง

บางคนคิดว่าการลวกผักในน้ำเดือดแทนการล้างและฆ่าเชื้อด้วยความร้อนสูงนั้นฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในความจริง หากสิ่งสกปรกหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่อยู่บนผิวผักสามารถละลายน้ำได้ ก็จะยิ่งแพร่กระจายและทำให้ผักปนเปื้อนได้ง่ายขึ้น

สำหรับผักที่มีกรดออกซาลิกสูง เช่น ผักโขมหรือปวยเล้ง ควรล้างให้สะอาดก่อน แล้วค่อยนำไปลวกในน้ำร้อนประมาณ 1–2 นาที ก่อนจะนำไปปรุงอาหารต่อไป

6. ผักหรือผลไม้ที่ต้องปอกเปลือกไม่จำเป็นต้องล้าง

นี่ก็เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในการเตรียมผักและผลไม้ หลายคนคิดว่าเมื่อจะปอกเปลือกออกอยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องล้าง แต่ความจริงคือ ผิวของผักหรือผลไม้อาจมีเชื้อโรคหรือสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างอยู่ ซึ่งสามารถปนเปื้อนไปยังมีดที่ใช้ปอก และส่งต่อไปยังเนื้อด้านในได้โดยไม่รู้ตัว ดังนั้น แม้จะต้องปอกเปลือกก็ควรล้างให้สะอาดก่อนเสมอ

7. ผักออร์แกนิกไม่จำเป็นต้องล้าง

หลายคนชะล่าใจกับผักออร์แกนิก เพราะคิดว่าไม่มีการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช แต่ในความเป็นจริง ผักออร์แกนิกอาจมีการปนเปื้อนจากปุ๋ยอินทรีย์ ไข่แมลง หรือฝุ่นละอองจากสิ่งแวดล้อม หากไม่ล้างให้สะอาด อาจเสี่ยงต่อการบริโภคเชื้อโรคหรือแบคทีเรียที่เป็นอันตรายได้ ดังนั้นอย่าไว้วางใจแม้จะเป็นผักปลอดสารพิษก็ตาม

ข้อมูล soha

เรียบเรียง สยามนิวส์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...