โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์ Hacksaw Ridge สาส์นต่อต้านความรุนแรง ไปสงครามเพื่อช่วยชีวิตคน

SpringNews

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 03.15 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 03.07 น.

ในโลกของภาพยนตร์สงครามที่มักเชิดชูวีรกรรมผ่านปลายกระบอกปืน Hacksaw Ridge (2016) ผลงานการกำกับของเมล กิ๊บสัน กลับนำเสนอภาพที่แตกต่างออกไป ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เล่าเรื่องของทหารผู้พิฆาตศัตรู แต่เป็นเรื่องราวของวีรบุรุษผู้ปฏิเสธที่จะจับอาวุธโดยสิ้นเชิง , Hacksaw Ridge จึงเป็นหนังสงครามที่ต่อต้านความรุนแรงได้อย่างลึกซึ้งและน่าจดจำ

วีรบุรุษผู้ปฏิเสธอาวุธ: เดสมอนด์ ดอสส์

หัวใจหนังเรื่องนี้คือเรื่องจริงของ เดสมอนด์ ที. ดอสส์ Desmond Doss (รับบทโดย แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) ชายหนุ่มผู้ยึดมั่นในศรัทธาศาสนาเซเวนธ์เดย์แอดเวนทิสต์อย่างแรงกล้า เขาอาสาเข้าร่วมกองทัพสหรัฐฯ ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยความรักชาติ แต่ยืนกรานในหลักการที่จะ ไม่แตะต้องอาวุธและไม่สังหารผู้ใด

จุดยืนนี้ไม่ได้มาจากความเชื่อทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกิดจากบาดแผลในใจจากประสบการณ์ความรุนแรงในครอบครัว ทั้งภาพพ่อผู้เป็นทหารผ่านศึกที่ติดสุราและเหตุการณ์ที่เขาเกือบพลั้งมือทำร้ายคนในครอบครัว สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้ดอสส์ปฏิเสธความรุนแรงทุกรูปแบบ เขาต้องการรับใช้ชาติในฐานะ "แพทย์สนาม" เพื่อช่วยชีวิตคน ไม่ใช่พรากชีวิตใคร

การตัดสินใจนี้ทำให้เขาต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากกองทัพ ทั้งเพื่อนทหาร-ผู้บังคับบัญชาต่างมองว่าเขาเป็นคนขี้ขลาด เป็นตัวถ่วง

เขาถูกกดดัน ข่มเหง และทำร้ายร่างกายเพื่อบีบให้เขาลาออกหรือยอมจับปืน แต่ดอสส์ก็ยังคงยืนหยัดในศรัทธาของตนอย่างไม่สั่นคลอน

ภาพยนตร์ Hacksaw Ridge สาส์นต่อต้านความรุนแรง ไปสงครามเพื่อช่วยชีวิตคน Credit ภาพ IMDb

Hacksaw Ridge: บทพิสูจน์แห่งศรัทธา

บทพิสูจน์ที่แท้จริงมาถึง ณ สมรภูมิโอกินาวา บนหน้าผามาเอดะที่ได้ชื่อว่า "Hacksaw Ridge" ซึ่งเป็นสมรภูมิที่นองเลือดและโหดร้ายที่สุดแห่งหนึ่งในแปซิฟิก ตอนที่ทหารสหรัฐฯ ถูกตีจนต้องล่าถอย เดสมอนด์ ดอสส์ ผู้ไร้อาวุธ ตัดสินใจทำในสิ่งที่เหลือเชื่อ เขายังคงปักหลักอยู่บนสมรภูมิท่ามกลางวงล้อมของศัตรูเพียงลำพัง

ตลอดทั้งคืน ดอสส์ได้เสี่ยงชีวิตตามหา-ลำเลียงทหารบาดเจ็บ หลายต่อหลายคนลงมาจากหน้าผา

"ได้โปรด…อีกสักคน" (Lord, please help me get one more) นั่นคือคำที่เขาอ้อนวอนต่อพระเจ้าของเขา

วีรกรรมของเขาในคืนเดียวนั้นสามารถช่วยชีวิตเพื่อนทหารได้ถึง 75 นาย ความกล้าหาญนี้พิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า วีรกรรมไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับอาวุธสังหาร และทำให้เขาได้รับการยอมรับนับถือจากทหารทั้งกองทัพ

ภาพยนตร์ Hacksaw Ridge สาส์นต่อต้านความรุนแรง ไปสงครามเพื่อช่วยชีวิตคน Credit ภาพ IMDb

ความรุนแรงเพื่อขับเน้นสันติ: สารที่ซ่อนในภาพสงคราม

สิ่งที่ทำให้ Hacksaw Ridge โดดเด่นคือการนำเสนอภาพสงครามที่ สมจริงและโหดร้ายอย่างที่สุด ร่างกายที่ฉีกขาด เลือดที่สาดกระเซ็น ความตายที่ปรากฏอยู่ทุกตรงหน้า ถูกนำเสนออย่างตรงไปตรงมา

อย่างไรก็ตาม ความรุนแรงที่ล้นทะลักนี้กลับทำหน้าที่สำคัญในการ "ชดเชย" การไม่ใช้ความรุนแรงของตัวเอก ความโหดร้ายของสงครามยิ่งขับเน้นให้การกระทำของดอสส์ที่ปราศจากอาวุธนั้นยิ่งใหญ่และเจิดจรัสขึ้นไปอีก ผู้ชมจะตระหนักได้ทันทีว่าการเลือกที่จะช่วยชีวิตท่ามกลางห่ากระสุนนั้นต้องใช้ความกล้าหาญและศรัทธาที่มหาศาลเพียงใด

ภาพยนตร์ได้ตอกย้ำแนวคิดหลักที่ว่า "พลังอำนาจที่เหนือกว่าอาวุธ คือความเชื่อมั่นและศรัทธา" ซึ่งสะท้อนถึงเรื่องราวของดาวิดกับโกไลแอธในคัมภีร์ไบเบิล ที่เด็กหนุ่มผู้ปราศจากเกราะและดาบสามารถล้มยักษ์ได้ด้วยศรัทธาในพระเจ้า

พลังแห่งศรัทธาที่เหนือกว่าอาวุธ

Hacksaw Ridge ไม่ใช่แค่ภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวสิ่งที่น่าทึ่ง แต่ยังเป็นบทบันทึกที่ทรงคุณค่าเกี่ยวกับพลังของมนุษย์ในการยึดมั่นต่อหลักการสันติวิธี

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดก็ตาม เรื่องราวของเดสมอนด์ ดอสส์ ซึ่งจบลงด้วยการได้รับเหรียญกล้าหาญ Medal of Honor จากประธานาธิบดีทรูแมน คือเครื่องยืนยันว่า ฮีโร่ตัวจริงไม่จำเป็นต้องมีชุดรัดรูปหรืออาวุธวิเศษ แต่คือคนธรรมดาที่มีหัวใจเปี่ยมไปด้วยศรัทธาและความกล้าหาญที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง

ภาพยนตร์ Hacksaw Ridge สาส์นต่อต้านความรุนแรง ไปสงครามเพื่อช่วยชีวิตคน Credit ภาพ IMDb

ที่มา :theguardianHacksaw_Ridge

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...