โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปฏิกรรมสงคราม “3 ล้านฟรังก์” ที่สยามจ่ายให้ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 คือเงินกี่บาท?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 08.30 น.
เรือรบฝรั่งเศสขณะมุ่งสู่ปากน้ำเจ้าพระยาพร้อมเล็งปืนใหญ่เข้าหาพระสมุทรเจดีย์ (ภาพจากหนังสือพิมพ์ Le Petit Parisien)

เงิน 3 ล้านฟรังก์ ค่าปฏิกรรมสงครามแลกอิสรภาพไทยในห้วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ครั้งแผ่นดินรัชกาลที่ 5 คิดเป็น “เงินบาท” จำนวนเท่าไหร่ ?

รัตนโกสินทร์ศก 112 (ร.ศ. 112) หรือ พ.ศ. 2436 เรือรบฝรั่งเศสลอยลำอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าน้ำสี่พระยา หน้าสถานทูตฝรั่งเศส ไม่ไกลจากพระบรมมหาราชวัง เนื่องจากฝรั่งเศสต้องการให้สยามสละสิทธิความเป็นเจ้าอธิราชเหนือแผ่นดินฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงแก่รัฐบาลอินโดจีนของฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้สยามจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นจำนวนเงินหลายล้านฟรังก์ จากข้อกล่าวหาที่ว่าสยามเปิดฉากยิงพวกเขาอย่างอุกอาจ ขณะที่ “เรือปืน” ของฝรั่งเศสล่องเข้ามาในลำน้ำเจ้าพระยา รวมถึงกรณีความขัดแย้งก่อนหน้านั้น คือ เหตุปะทะกันที่เมืองคำม่วน ริมฝั่งแม่น้ำโขง ซึ่งฝ่ายฝรั่งเศสสังเวยชีวิตไป 12 คน (ทหารไทยตาย 6 คน)

ข้อเรียกร้องทั้งหมดของฝรั่งเศส ไกรฤกษ์ นานาเสนอไว้ในบทความ “‘เงินถุงแดง’ อิสรภาพไทยแลกด้วยค่าไถ่ 3 ล้านฟรังก์ ร.ศ. 112 หาเงินจากไหนให้ฝรั่งเศส”(ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกรกฎาคม 2546) ชี้ให้เห็นถึงความเอารัดเอาเปรียบที่ฝรั่งเศสกระทำในห้วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 และนี่คือ “คำขาด 6 ข้อ” ที่ ม. ปาวีทูตฝรั่งเศส แจ้งแก่รัฐบาลสยาม

1. ยอมรับว่าดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงเป็นของฝรั่งเศส

2. ถอนทหารออกจากฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงภายใน 1 เดือน

3. ต้องทำความพอใจให้กับฝรั่งเศสกรณีทุ่งเชียงคำและคำม่วน (คดีพระยอดเมืองขวาง) และกรณีที่สยามโจมตีเรือรบฝรั่งเศสที่ปากน้ำ

4. ต้องลงโทษเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่ทำผิดตามข้อ 3 และจ่ายเงินให้กับครอบครัวของผู้เสียหายในข้อ 3

5. ค่าเสียหายนี้ให้จ่ายเป็นเงิน 2,000,000 ฟรังก์ เป็นค่าปรับไหมในความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ชนชาติฝรั่งเศส

6. ให้จ่ายเงิน (อีก) 3,000,000 ฟรังก์ โดยให้ชำระเป็นเงินเหรียญโดยทันที เป็นมัดจำชดใช้ค่าเสียหายต่าง ๆ และเงินค่าทำขวัญในข้อ 4 และ 5 หรือถ้าไม่สามารถ ก็ต้องยอมให้รัฐบาลฝรั่งเศสมีสิทธิเก็บภาษีอากรในเมืองพระตะบองและเสียมราฐ

ทั้งหมดนี้ขีดเส้นตายให้สยามยอมรับข้อตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไขภายใน 48 ชั่วโมง

ราชสำนักสยามอยู่ในสภาวะอลหม่านทันที แต่ท้ายที่สุด พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ก็ทรงตัดสินพระราชหฤทัยว่าจะจ่ายให้ฝรั่งเศส เพื่อยุติความเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่า เพราะหากความตึงเครียดนั้นลุกลามบานปลายกลายเป็นสงคราม นั่นอาจหมายถึงการสิ้นชาติสิ้นแผ่นดินเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม ไม่รู้ราชสำนักสยามไปเล่นแร่แปรธาตุอย่างไร เพราะสุดท้ายกลายเป็นว่าเราต้องชำระ “เงินมัดจำ” ในข้อ 6 เพียง 1 ล้านฟรังก์ (เดิม 3 ล้านฟรังก์) เมื่อรวมกับค่าปรับไหมในความเสียหายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น (ข้อ 5) จึงรวมเป็นเงิน “ไถ่บ้านไถ่เมือง” 3 ล้านฟรังก์ที่ต้องชำระทันที

ไกรฤกษ์ เผยว่า เงินที่สยามจ่ายให้ฝรั่งเศสปรากฏเป็นหลักฐานอยู่ในหนังสือพิมพ์ฝรั่งเศส LE MONDE ILLUSTRE ฉบับเดือนตุลาคม ค.ศ. 1893 (พ.ศ. 2436) ระบุว่า สยามจ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็น “เหรียญเม็กซิกันรวมทั้งหมดเป็นจำนวน 801,282 เหรียญ หรือคิดเป็นน้ำหนักอยู่ที่ 23 ตัน…”

อัตราแลกเปลี่ยนในเวลานั้น 3 เหรียญเม็กซิกัน (บางแหล่งเรียก เหรียญนก, เหรียญนกเม็กซิกัน) เท่ากับ 5 บาท (48 เหรียญเม็กซิกัน เท่ากับ เงินไทย 1 ชั่ง) และ 1 เหรียญเม็กซิกัน เท่ากับเงินฝรั่งเศส 3.20 ฟรังก์

ดั้งนั้น เหรียญเม็กซิกัน 801,282 เหรียญ จึงมีค่าเท่ากับเงินฝรั่งเศส 2,564,102 ฟรังก์

ส่วนเงินอีก 5 แสนฟรังก์ เข้าใจว่า รัฐบาลสยามจ่ายเป็นเช็คส่งตามไปไซ่ง่อน ที่ทำการรัฐบาลอินโดจีนของฝรั่งเศส เพราะท้ายที่สุดจะเห็นว่าฝรั่งเศส “ยอมรับ” สิ่งที่สยามชดใช้ให้ในเบื้องต้น

คำถามคือ จำนวนเงิน 3,000,000 ฟรังก์ ที่เราจ่ายไปในคราวนั้น แปลงเป็นเงินไทยได้กี่บาท ?

ไกรฤกษ์ ชี้ว่า “โชคดีที่ยังพอมีการยืนยันในเอกสารทางการไทยว่า สมเด็จฯ กรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ กราบทูลพระปิยมหาราช ว่าได้จ่ายเงินให้ฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2346 คิดเป็นเงินไทยรวม 1,605,235 บาท กับอีก 2 อัฐ ซึ่งใกล้เคียงกับที่พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ทรงบันทึกไว้ในหนังสือชื่อเจ้าชีวิตว่า ‘ไทยยอมเสียค่าปรับเป็นเงิน 3,000,000 ฟรังก์เหรียญทอง’ (เท่ากับราว 1,560,000 บาทในสมัยนั้น)”

จึงอนุมานได้ว่า เงิน 3,000,000 ฟรังก์ ที่จ่ายไปในสมัยนั้น ควรจะมีมูลค่าเป็นเงินบาทอยู่ที่ 1.6 ล้านบาทนั่นเอง

แล้ว 1.6 ล้านบาท สมัยนั้น (พ.ศ. 2436) เยอะแค่ไหนหากเทียบกับปัจจุบัน ? ขอเทียบคร่าว ๆ กับราคาข้าวเปลือกต่อเกวียน (ตัน) ที่ซื้อขายกันในกรุงเทพฯ ยุคนั้น จากหนังสือ ดรุโณวาท(ตีพิมพ์ พ.ศ. 2417) ซึ่งระบุว่า

“…ข้าวเปลือกนาเมืองราคาเกวียนละ 26 บาท ข้าวเปลือกนาสวนที่หนึ่งเกวียนละ 42 บาท, ข้าวเปลือกนาสวนที่ 2 เกวียนละ 38 บาท, ข้าวเปลือกนาปักที่หนึ่งเกวียนละ 35 บาท, ข้าวเปลือกนาปักที่สองเกวียนละ 33 บาท, ข้าวเปลือกนาปักที่สามเกวียนละ 32 บาท, ข้าวสารนาสวนที่หนึ่งเกวียนละ 77 บาท, ข้าวสารนาสวนที่สองเกวียนละ 75 บาท…”

ทั้งนี้ ปัจจุบันข้าวเปลือก 1 ตัน ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 7,000-8,000 บาทแล้ว

หรือหนังสือ กรุงเทพฯ เมื่อวันวาน(พี. วาทิน พับลิเคชั่น จำกัด : 2525) เล่าว่า สมัยรัชกาลที่ 5 “ควายดี (ควายเมืองกรุง) ตัวละ 40 บาท ควายลูกเขมรหรือควายตะวันออกตัวละ 30 บาท”ส่วนทุกวันนี้ ควายโตเต็มวัย (สูง 1.3-1.5 เมตร) ในตลาดซื้อขายตามต่างจังหวัดอยู่ที่ราคาราว 25,000-30,000 บาทเข้าไปแล้ว

ดังนั้น เงิน 1.6 ล้านบาท ที่ไทย “ยอมจ่าย” อย่างเสียมิได้ให้ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 หรือเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ย่อมมีมูลค่าสูงกว่าตัวเลขที่เรามองจากปัจจุบันมากมายนัก

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://www.silpa-mag.com/history/article_10723

https://www.silpa-mag.com/history/article_80574

https://www.silpa-mag.com/history/article_80521

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 26 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปฏิกรรมสงคราม “3 ล้านฟรังก์” ที่สยามจ่ายให้ฝรั่งเศสในวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 คือเงินกี่บาท?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...