โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องการค้าไทย-สหรัฐ ย้อนหลัง 5 ปี หลังทรัมป์สั่งรีดภาษี 36% สะเทือนถ้วนหน้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.47 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 07.49 น. • The Bangkok Insight

ส่องภาวะการค้าไทย-สหรัฐ ย้อนหลัง 5 ปี ไทยเตรียมรับมือขาดดุลการค้า หลังสหรัฐประกาศเก็บภาษีนำเข้าจากไทย 36% สะเทือนทุกหย่อมหญ้า

หลังจากสหรัฐ ภายใต้การกุมบังเหียบของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศฟ้าผ่า เรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากไทย 36% ส่งผลให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคส่งออกที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

ไทย-สหรัฐ

นโยบายการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐ มีเป้าหมายเพื่อลดการขาดดุลทางการค้า และเพิ่มการจ้างงานในสหรัฐ โดยไทยเป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มเสี่ยง ที่มีส่วนต่างของภาษีกับสหรัฐฯ และเกินดุลการค้ากับสหรัฐ ในระดับสูง จึงเป็นเป้าหมายระดับต้น ๆ ที่สหรัฐพุ่งเป้าเพื่อลดการขาดดุลการค้า

สำนักงานสถิติสหรัฐฯ (U.S. Census Bureau) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ รายงานว่า ในเดือนเมษายน 2568 สหรัฐขาดดุลการค้าทั้งสิ้น 61,617 ล้านดอลลาร์ ลดลง 76,699 ล้านดอลลาร์จาก 138,316 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2568 หรือลดลง 55.5% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา

ปัจจุบัน ไทยเป็นคู่ค้าอันดับ 16 ของสหรัฐ โดย สำนักงานวิเคราะห์เศรษฐกิจสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Economic Analysis) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ (U.S. Department of Commerce) ระบุว่า ในเดือนเมษายน 2568 สหรัฐและไทยมีมูลค่าการค้าทั้งสิ้น 31,400.28 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา และคิดเป็นสัดส่วน 1.62% ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของสหรัฐ โดยสหรัฐขาดดุลไทยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 17,495.32 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 32.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา

ข้อมูลยังระบุอีกว่า สหรัฐนำเข้าจากไทยเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 24,447.80 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 25.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักนำเข้าจากไทย ได้แก่ อุปกรณ์โทรศัพท์ เครื่องประมวลผลข้อมูล ยางนอกชนิดอัดลม เครื่องปรับอากาศ และหม้อแปลงไฟฟ้า

ในส่วนของมูลค่าการค้าที่สหรัฐส่งออกไปไทย เดือนเมษายน 2568 รวมมูลค่าทั้งสิ้น 6,952.48 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 10.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา โดยสินค้าหลักส่งออกไปไทย ได้แก่ น้ำมันปิโตรเลียม แผงวงจร เครื่องประมวลผลข้อมูล เศษอะลูมิเนียม และรัตนชาติและกึ่งรัตนชาติ

ย้อนรอยการค้าไทย-สหรัฐในรอบ 5 ปี

จากการรวบรวมข้อมูลภาวะการค้าระหว่างไทย-สหรัฐ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 1563-2567) พบว่า

  • ปี 2567 มูลค่าการค้ารวม 2,623,640.79 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,928,483.71 ล้านบาท นำเข้าจากสหรัฐ 695,157.08 ล้านบาท
  • ปี 2566 มูลค่าการค้ารวม 2,340,825.68 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,667,729.34 ล้านบาท นำเข้า 673,096.33 ล้านบาท
  • ปี 2565 มูลค่าการค้า 2,272,669.08 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,648,710.21 ล้านบาท นำเข้า 623,958.87 ล้านบาท
  • ปี 2564 มูลค่าการค้า 1,779,568.41 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,321,358.11 ล้านบาท นำเข้า 458,210.30 ล้านบาท
  • ปี 2563 มูลค่าการค้า 1,531,989.34 ล้านบาท ไทยส่งออกไปสหรัฐ 1,067,083.60 ล้านบาท นำเข้า 464,905.74 ล้านบาท

ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ปัจจุบัน สหรัฐ เป็นประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยมายาวนาน โดยเป็นตลาดส่งออกมากเป็นอันดับที่สองรองจากจีน และยังเกินดุลการค้าสหรัฐมาอย่างต่อเนื่อง

เปิดผลกระทบสหรัฐขึ้นภาษีไทย

การที่สหรัฐลงดาบขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากไทยสูงถึง 36% ในครั้งนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในวงกว้าง ไม่เฉพาะภาคส่งออกเท่านั้น เนื่องจากหากภาคส่งออกได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลสะเทือนเป็นโดมิโน่ไปยังภาคการผลิตที่เกี่ยวข้องทั้งระบบห่วงโซ่ รวมถึงการลงทุนจากต่างประเทศที่อาจลดลง เนื่องจากนักลงทุนนอกหันไปลงทุนในประเทศที่ได้เปรียบภาษีมากกว่าไทยโดยเฉพาะเวียดนาม

สิ่งที่คาดเดาได้และควรเตรียมตัวรับมือคือ ภาวะการจ้างงานในอุตสาหกรรมการผลิต โดยเฉพาะสินค้าที่ส่งออกไปตลาดสหรัฐ ที่อาจต้องลดกำลังการผลิตและส่งผลถึงการลดหรือเลิกจ้างงาน กลุ่มผู้ผลิตสินค้าโออีเอ็ม ที่เป็นซัพพลายเออร์รายย่อยของโรงงานผลิตรายใหญ่ที่ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย และเมื่อแรงงาน ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ ย่อมส่งผลสะเทือนเศรษฐกิจของไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น สิ่งสำคัญในขณะนี้คือ การหาทางออกเพื่อลดผลกระทบดังกล่าว โดยเฉพาะการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงเงื่อนไขในการเจรจากับสหรัฐรอบใหม่ เพื่อไม่ให้ไทยตกอยู่ในสถานะเสียเปรียบอย่างเช่นขณะนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...