โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

กัมพูชาจงใจดึงมือที่สามบ่อนทำลายไทย 'ฮุน เซน'แปรพักตร์ซบอเมริกันเพื่อแทงข้างหลังจีน

The Better

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.30 น. • THE BETTER

เมื่อวันก่อนผมได้แสดงทัศนะเรื่องท่าทีของนักวิเคราะห์และสื่อจีนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวที่ "น่าสงสัย" ของกัมพูชาทั้งๆ ที่เกี่ยวกับกรณีพิพาทกับไทยและการที่กัมพูชา "ก้มหัว" ให้กับรัฐบาลทรัมป์ด้วยการประกาศดีลการค้าเป็นประเทศที่สองในอาเซียนตามรอยเวียดนาม

โดยเฉพาะกรณีหลังทำให้ชาวจีนเริ่มตะหงิดๆ ว่า ฮุน เซน อาจจะกำลัง "ขายเพื่อจีนเพื่อแลกกับการเป็นคนโปรดของสหรัฐฯ" และ ฮุน เซน กำลังเอนเอียงไปทางสหรัฐฯ มากขึ้น

อีกครั้งที่ผมต้องย้ำว่า นี่ไม่ใช่ท่าทีของรัฐบาลจีน รัฐบาลจีนมักสงวนจุดยืนเรื่องของคนอื่น และรอบคอบกับการแสดงออกเกี่ยวกับกิจการระหว่างประเทศ แต่คนจีน สื่อจีน กุนซือออนไลน์ของจีนเริ่มทีจะแสดงออกชัดมากขึ้นในแต่ละวันว่า "กัมพูชาชักจะไม่น่าไว้ใจ"

ในวันนี้ก็ยังมีบทความจากจีนที่น่าสนใจ 2 บทความที่สะท้อนถึงความหงุดหงิดของจีนต่อกัมพูชาทั้งเรื่องที่ไปทะเลาะกับไทยและเรื่องที่ไปยอมศิโรราบกับสหรัฐฯ

บทความแรกมากจากสำนักข่าว Sina เรื่อง "ฮุนเซนไม่เคยฝันว่าไทยและจีนจะร่วมมือกัน ถึงเวลาแล้วที่กัมพูชาต้องออกมาแถลงการณ์" บทความนี้เน้นที่ความร่วมมือระหว่างไทยกับจีนในการปราบปราม "รังสแกมเมอร์" โดยเฉพาะในเมียนมา

แต่ในกัมพูชาก็ยังมีรังพวกโจรออนไลน์พวกนี้อีกมากมายทที่กำจัดไม่หมดเสียที เพราะ 'ผู้ใหญ่' ในประเทศนี้คอยชุบเลี้ยงเอาไว้

บทความบอกว่า "เรื่องอื้อฉาวการบันทึกเสียง" ไม่สามารถโค่นล้มตระกูลทักษิณได้ แพทองธทารยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมของไทยได้สำเร็จ ตำแหน่งของเธอถูกแทนที่โดยภูมิธณรม ซึ่งสนับสนุนทักษิณ นี่อาจเป็นผลลัพธ์ที่ฮุน เซนไม่เคยฝันถึง แน่นอนว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ฮุน เซนไม่คาดคิด"

จากนั้นบทความได้เอ่ยถึงการประชุมร่วมระหว่างไทย จีน และเมียนมาที่กรุงเนปิดดอ ประเทศเมียนมาถึงความคืบหน้าในการกวาดล้ารังสแกมเมอร์ โดยเฉพาะที่เมียวดี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และ The Better ได้รายงานเรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม บทความกล่าวว่า "เมื่อพูดถึงปัญหาการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เพียงแต่เมียวดีที่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างไทยและเมียนมาร์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย ภูมิภาคที่พบเห็นได้ทั่วไปที่สุดคือกัมพูชา กัมพูชาถูกเรียกขานว่าเป็น "สวรรค์ของการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์" (电诈天堂) โดยชุมชนนานาชาติเนื่องจากปัญหาการฉ้อโกงที่แพร่หลาย ฮุน เซนกล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อครั้งที่เขาไปเยือนติมอร์ตะวันออกในเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตาม เขาแสดงความ "เสียใจ" เกี่ยวกับปัญหานี้ในตอนนั้น ฮุน เซนเชื่อว่าประเทศที่เกี่ยวข้องควรเสริมสร้างการศึกษา กำจัดการฉ้อโกง และ "แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ" ฮุน เซนยังอ้างว่ากัมพูชาสนับสนุนความร่วมมือระหว่างประเทศและมุ่งมั่นที่จะต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ"

แต่บทความนี้ได้ชี้ว่า "จากคำกล่าวของฮุนเซน ไม่ใช่เรื่องยากที่จะพบว่าเขาพยายามโยนความผิดให้กับประเทศอื่น ๆ และลดความสำคัญของปัญหาการฉ้อโกงในกัมพูชา แต่เนื่องจากกัมพูชาถูกเรียกว่า "สวรรค์ของการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์" ซึ่งหมายความว่าน้ำแข็งหน้า 3 ฟุตไม่ได้แข็งตัวในวันเดียว (หมายถึงสิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นชั่วประเดี๋ยวประด๋าว แต่เกิดจากการสั่งสมมานานแล้ว) ในกัมพูชาต้องมีปัญหาการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ร้ายแรงมาก"

จากนั้นบทความได้เรียกร้องต่อกัมพูชา (หรือจะเรียกว่าตำหนิก็ว่าได้) ให้เอาอย่างไทยกับเมียนมาที่จริงจังกับการกวาดล้างการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยบอกว่า

"ถึงเวลาที่กัมพูชาต้องแสดงจุดยืนของตน หากกัมพูชาต้องการถอดหมวกของการถูกตราหน้าว่าเป็น 'สวรรค์แห่งการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์' ก็ควรดำเนินการในประเด็นการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วย ท้ายที่สุด ฮุน เซนเองก็ยอมรับว่ากัมพูชามีปัญหา และกัมพูชาไม่สามารถขอให้คนอื่นแก้ไขปัญหาของตนเองได้ และเนื่องจากปัญหาการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์มีลักษณะข้ามพรมแดน … ขณะนี้ การดำเนินการร่วมกันของจีน เมียนมา และไทยได้บรรลุผลตามขั้นตอน ซึ่งถือเป็นการแสดงให้กัมพูชาเห็น หากกัมพูชาสามารถให้ความร่วมมือในการดำเนินการดังกล่าวได้ กัมพูชาก็จะสามารถทำลายรากฐานของอาชญากรรมได้มากขึ้น และกัมพูชาก็จะสามารถถอดตัวเองจากการเป็น 'สวรรค์แห่งการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์' ได้เช่นกัน"

โปรดทราบว่าในขณะที่มีการเผยแพร่บทความนี้ หลิวจงอี้ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนได้เดินทางไปยังกัมพูชาเพื่อ "หารือเรื่องความมั่นคง" แต่ผมเชื่อว่ามันคงไม่แคล้วหารอืเรื่องทลายแก๊งคอลเซนเตอร์ด้วย ในขณะที่ลูกน้องของหลิวจงอี้เดินทางไปเมียนมา นี่ย่อมแสดงว่าปัญหาที่เมียนา "คลี่คลายลงแล้วระดับหนึ่ง" ถึงส่งลูกน้องไป ส่วนพี่ใหญ่หลิวจงอี้ต้องไปกัมพูชาด้วยตัวเอง นั่นแสดว่าปัญหารุนแรงเอาการ

บทความนี้ยังสะท้อนความเปลี่ยนแปลงในทัศนะของคนจีนต่อได้ดีเรื่องที่เคยมองว่าไทยและเมียนมากี่ยวข้องกับการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่หลังจากที่ไทยและเมียนมากับจีนร่วมมือกันแล้ว และทำการกวาดล้างได้สำเร็จ ปรากฏว่าคนจีนเริ่มไม่มองไทยในแง่ลบ (แต่ยังกังวลกับเมียนมา) นักท่องเที่ยวก็เริ่มมาไทยมากขึ้น แม้จะมีเรื่องการลักพาตัวชาวจีนไปเมียนมาอยู่ประปราย แต่ก็สามารถแก้ไขได้ทันท่วงที และยังมีการประชุมติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

ผิดกับกัมพูชาที่แม้จะร่วมมือกับจีนมาก่อในการกวาดล้างการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ แต่แล้วก็ยังมีการล่อลวงผู้คนและดำเนินการเช่นนี้อยู่โดยมีข่าวในสื่อภาษาจีนทั้งในและนอกจรนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการลวงผู้คนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และมาเลเซียไปเป็นทาสแรงงานสแกมเมอร์ในกัมพูชา และเหตุนี้เองที่ทำให้คนจีนเริ่มจะไม่อดทนกับกัมพูชาที่ไม่ยอมถอนตัวเองจากการเป็น 'สวรรค์แห่งการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์' และบทความนี้ก็ยังมอง ฮุน เซน ทำตัวแปลกแยกจากความร่วมมือระหว่างไทยกับจีน

การที่ ฮุน เซน และกัมพูชาของเขา "ทำตัวแปลกแยก" ยังมีสื่อและนักวิเคราะห์จีนมองว่าเป็นเพราะฮุนและประเทศของเขากำลังขยับจากจีนไปซบอกสหรัฐอเมริกา

อีกบทความหนึ่งที่เผยแพร่ใน Sohu แสดงความสงสัยต่อกัมพูชาอย่างชัดเจน ชื่อบทความว่า "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน! ผู้ยิ่งใหญ่แห่งตะวันออก (หมายถึงจีน) จะรับมือกับการแปรพักตร์ของกัมพูชาและเวียดนามอย่างไร?"

บทความนี้เน้นที่การตกลงดีลทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับเวียดนามแล้วตามด้วยกัมพูชา ซึ่งคนจีน (ไม่ใช่รัฐบาลจีน) มองว่านี่คือการหักหลัง การแปรพักตร์ และการเปลี่ยนข้างของทั้งสองประเทศไปอิงกับสหรัฐฯ แทนที่จีน บทความเริ่มต้นว่า "สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา กัมพูชาและเวียดนามได้บรรลุข้อตกลงด้านภาษีศุลกากรกับสหรัฐฯ สำเร็จ ซึ่งไม่เพียงแต่กระทบกระเทือนจิตใจของจีนเท่านั้น แต่ยังอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ตามมาอีกด้วย จีนจะรับมือกับความท้าทายนี้และป้องกันผลกระทบแบบปีกผีเสื้อที่เลวร้ายนี้ได้อย่างไร"

จากนั้นบทความได้ตั้งคำถามเรื่องกัมพูชาว่า "การกระทำของ (อดีต) นายกรัฐมนตรี ฮุน เซนของกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมาทำให้ผู้คนสงสัยในเจตนารมณ์ที่แท้จริงของฮุน เซน ไม่เพียงแต่ก่อความวุ่นวายในประเทศไทยและก่อให้เกิดความขัดแย้งบริเวณชายแดนเท่านั้น แต่ยังถูกสงสัยว่าจงใจให้สหรัฐฯ เข้ามายุ่งเกี่ยวและทำให้จีนลำบาก การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าใจผิดว่าจีนไม่มีอำนาจที่จะช่วยเหลือพันธมิตรในการแก้ปัญหา"

ท่าทีของบทความนี้ค่อนข้างรุนแรง แต่ถ้าหากสำรวจความเห็นของชาวจีนในโซเชียลมีเดียวเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกัมพูชาทั้งเรื่องพิพาทกับไทยและเรื่องสงครามภาษี ท่าทีของคนอื่นๆ กับผู้เขียนบทความนี้ดูจะไม่ต่างกันนัก

บทความบอกว่า "การแปรพักตร์ของกัมพูชาและเวียดนามอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประเทศเหล่านี้อาจคิดว่าจะไม่มีการลงโทษที่รุนแรงสำหรับการทรยศต่อผลประโยชน์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของจีน สิ่งนี้จะทำให้ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ถอยห่างจากจีนและเข้าใกล้สหรัฐฯ มากขึ้น ส่งผลให้รูปแบบยุทธศาสตร์ของจีนในภูมิภาคนี้เสื่อมถอยลง "

แน่นอนว่าบทความนี้เน้นที่การ "แปรพักตร์" ของเวียดนามและกัมพูชาที่อาจส่งผลกระทบต่อยุทธศาสตร์ของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่การบ่อนทำลายยุทธศาสตร์ของจีนไม่ใช่แค่การที่กัมพูชา "คุกเข่า" ให้สหรัฐฯ เท่านั้น แต่เพราะคนจีนสงสัยว่า ฮุน เซน พยายามดึงสหรัฐฯ เข้ามาเกี่ยวข้องในกรณีพิพาทกับไทย ซึ่ง "การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ทำลายความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไทยเท่านั้น"

ความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชานั้นควรเป็นเรื่องของสองประเทศ แม้แต่จีนก็ยังไม่เข้ามายุ่มย่าม มีแต่กัมพูชาเท่านั้นที่ตอนนี้ถูกคนจีนสงสัยว่าจะเอามือที่สามเข้ามายุ่งเกี่ยว และมือที่สามที่ว่านั้นจะก่อให้เกิดผลเสียต่อยุทธศาสตร์ของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งสองบทความนี้ บทความหนึ่งชี้ว่ากัมพูชาอาจจะกำลังชิ่งจากจีน และอาจจะใช้กรณีพิพาทกับไทยบ่อนทำความความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทย (ในแง่การเมือง)

อีกบทความหนึ่งชี้ว่า กัมพูชาควรจะเลิกทำตัวเป็น 'สวรรค์แห่งการฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์' ซึ่งเป็นตัวบ่อนทำลายจีนเหมือนกัน (ในแง่สังคม) และควรจะดูไทยกับเมียนมาเป็นตัวอย่างที่จริงจังกับการทำลายรังสแกมเมอร์

ผมอยากจะบอกคนจีนว่า พวกชนชั้นนำในกัมพูชานั้นไม่ได้ภักดีต่อใครแม้ประเทศตัวเอง เพราะหากรักชาติบ้านเมืองของตัวเองจริง ก็คงไม่ปล่อยให้สแกมเมอร์กับพวกสีเทาอยู่กับอย่างไร้กังวล นั่นเพราะพวก 'อีลีทเขมรต่ำ' นั้นเห็นแก่ผลประโยชน์และอำนาจเหนือสิ่งอื่นใด

พวกนี้ไม่สนใจว่าจะต้องรบกับไทยหรือไม่ หรือจะทำลายความสัมพันธ์กับจีนหรือไม่ หรือสนใจหรือไม่ที่โลกประณามว่าเป็น 'สแกมโบเดีย'

ต่อให้คนจีนเขียนบทความวิจารณ์กัมพูชาและด่าฮุน เซน ทุกวันก็จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

คนไทยรู้ดีครับ เพราะเราด่าเช้าด่าเย็นให้แกัปัญหาสแกมเมอร์เสียที ก็ไม่เห็นฝ่ายนั้นจะสำนึกอะไร

บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by BAY ISMOYO / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...