โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลท. ชี้ สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ เป็นข่าวดี - ระบุมีมาตรการรับมือ หากผันผวน

Khaosod

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 11.57 น.

ตลท. ชี้สหรัฐฯ เลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ เป็นเดือนส.ค. ถือเป็นข่าวดี ระบุมีมาตรการรับมือเมื่อตลาดผันผวน เตือนอย่าเพิ่งตื่นข่าว "ทรัมป์" เก็บภาษีเพิ่ม 10% จากประเทศหนุนกลุ่ม BRIC แนะรอดูรายละเอียดที่ชัดเจนอีกครั้ง พร้อมชูตลาดหุ้นไทยสุดแข็งแกร่งในช่วงสงคราม

วันที่ 7 ก.ค. 2568 นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยถึงกรณี นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้โพสต์ผ่านทรูธโซเชียล ถึงกำหนดเส้นตายการจัดเก็บภาษีตอบโต้ จากวันที่ 9 ก.ค. 2568 เลื่อนมีผลบังคับใช้เป็นวันที่ 1 ส.ค. 2568 ทั้งนี้คงต้องรอการยืนยันเป็นทางการอีกครั้ง ซึ่งหากมีการเลื่อนจริง ก็ถือว่าดีทำให้มีเวลาเตรียมตัว

แต่ถึงอย่างไรก็ก็มองว่ามีผลต่อเศรษฐกิจไทยแน่นอน และหากถูกเรียกเก็บสูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง ประเทศไทยก็จะลำบาก แต่หากเรียกเก็บภาษีต่ำกว่าก็ถือว่าเป็นข่าวดี ซึ่งหลังจากนี้ต้องรอดูว่าสหรัฐฯ คิดอย่างไรกับข้อสรุปชุดใหม่ที่ทางไทยส่งไป

ทางด้านนายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลท. กล่าวว่าการเลื่อนเกณฑ์บังคับใช้ภาษีตอบโต้ มองว่าเป็นผลดีทำให้หลายประเทศมีเวลาในการเจรจารวมถึงประเทศไทย หลังจากบางประเทศบรรลุข้อตกลงไปก่อนแล้ว เช่น อังกฤษ จีน เวียดนาม ซึ่งตลท.มีมาตรการกำกับตลาด สำหรับรับมือจากความไม่แน่นอนจากเกณฑ์ภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ

ส่วนกรณีประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ประกาศแผนที่จะเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติม 10% จากประเทศใดก็ตามที่สนับสนุน "นโยบายต่อต้านอเมริกาของกลุ่ม BRICS" ซึ่งไทยได้เข้าร่วมเป็นประเทศหุ้นส่วนของกลุ่ม BRICS เมื่อ ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมาด้วย โดยมองว่ายังไม่อยากให้นักลงทุนตื่นตระหนกโดยให้รอดูความชัดเจนเรื่องรายละเอียดอีกครั้่ง

ขณะที่นายรองรักษ์ พนาปวุฒิกุล รองผู้จัดการหัวหน้าสายงานกฎหมายและ บริหารกิจกรรมเพื่อสังคม ตลท. กล่าวว่าจากกรณีที่ตลาดหลักทรัพย์มีมาตรการชั่วคราว โดยเฉพาะการปรับลดราคาสูงสุด-ต่ำสุดของวันที่เปิดทำการซื้อขาย (ซิลลิ่ง - ฟลอร์) เหลือ 15% จาก 30% จะเอื้อประโยชน์ต่อบางกลุ่ม เช่นกลุ่มที่ถูกบังคับขายหุ้น (ฟอร์ซเซล) หรือไม่ โดยยืนยันว่า การดำเนินมาตรการต่างๆ ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนรายใดรายหนึ่ง ซึ่งเรื่องการบังคับขายหุ้นเป็นหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ หรือโบรกเกอร์ ที่จะต้องดำเนินการบริหารความเสี่ยงกับลูกค้าเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ ทั้งการเรียกเงินวางหลักประกัน (Margin) หรือการบังคับขายหุ้น โดยไม่ได้เกี่ยวข้องกับตลาดหลักทรัพย์

"หน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์เป็นการตรวจสอบภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ไปแล้ว หากโบรกเกอร์รายใดทำตามกติการที่กำหนด เช่น หลักประกันลดลงไปต่ำถึงระดับ Call margin เราก็จะลงโทษ หรือเมื่อหลักประกันลดต่ำถึงระดับที่ต้องฟอร์ซเซลแล้ว แต่โบรกเกอร์ไม่ดำเนินการ เราก็จะลงโทษ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ต้องเข้าไปตรวจสอบ และติดตามดูแลโบรกเกอร์ซึ่งเป็นสมาชิก ส่วนหน้าที่บริหารความเสี่ยงทั้ง Call margin และ ฟอร์ซเซล เป็นหน้าที่ของโบรกเกอร์ ที่ต้องดูแลตัวเอง" นายรองรักษ์กล่าว

ทั้งนี้นายศรพล กล่าวเสริมว่า ข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์หรือการประกาศสงคราม ตลาดหุ้นในประเทศที่พัฒนาแล้ว มักเผชิญกับความผันผวนเพียงระยะสั้น ก่อนจะฟื้นตัวและกลับมาให้ผลตอบแทนในทิศทางบวกได้ภายในเวลาไม่นาน

ทั้งนี้ตลาดหุ้นไทยได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในลักษณะเดียวกันตลอดเดือนที่ผ่านมา ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักแนะนำว่าการรักษาวินัยการลงทุนและเดินหน้าตามกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง หรือ "Stay Invest" จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ผู้ลงทุนไม่พลาดโอกาสสำคัญ หากดัชนีตลาดสามารถพลิกกลับขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจในระยะถัดไป

เนื่องจากเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ขยายตัวดีกว่าที่ประเมินไว้จากภาคการผลิตและการเร่งส่งออกสินค้า ส่งผลให้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่หลังจากวันสุดท้ายที่มีการเปิดขายกองทุนรวม Thai ESGX พบว่ามี Fund Flow ของผู้ลงทุนเข้ามาอยู่ในกรอบกว่า 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงหุ้นไทยในช่วงความไม่แน่นอนค่อนข้างสูง อีกทั้ง ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางแผนสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในหลายมิติผ่านโครงการ "JUMP+" เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในตลาดทุนไทย

สำหรับภาวะตลาดหลักทรัพย์ไทยเดือนมิ.ย. 2568 โดย ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2568 ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET Index) ปิดที่ 1,089.56 จุด ปรับลดลง 5.2% จากเดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการปรับลดลงมากกว่าตลาดหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ในภูมิภาค ส่งผลให้ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือนมิ.ย.2568 ปรับลดลง 22.2% โดยมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันรวมของ SET และ mai อยู่ที่ 39,663 ล้านบาท ลดลง 10.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยรายวันอยู่ที่ 41,856 ล้านบาท ลดลง 7.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

โดยในเดือนมิ.ย. 2568 มีบริษัทเข้าจดทะเบียนใหม่ซื้อขายใน mai 1 หลักทรัพย์ ได้แก่ บมจ.นูทริชั่น โปรเฟส (NUT) ขณะที่ Forward P/E ของตลาดหลักทรัพย์ไทย ณ สิ้นมิ.ย. 2568 อยู่ที่ระดับ 11.9 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 12.4 เท่า และ Historical P/E อยู่ที่ระดับ 14.4 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ระดับ 14.3 เท่า ขณะที่อัตราเงินปันผลตอบแทน ณ สิ้นมิ.ย.68 อยู่ที่ระดับ 4.51% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหลักทรัพย์ในเอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.3%

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลท. ชี้ สหรัฐเลื่อนเก็บภาษีตอบโต้ เป็นข่าวดี - ระบุมีมาตรการรับมือ หากผันผวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...