โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ศาลเข้ม! คดี “ทักษิณ” ชั้น 14 รพ.ตร. ห้ามสื่อเผยแพร่-นำกระดาษเข้าห้อง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.51 น.

ศาลเข้ม! คดี “ทักษิณ” ชั้น 14 รพ.ตร. ห้ามสื่อเผยแพร่-นำกระดาษเข้าห้อง ขณะที่ พยานยัน ”ทักษิณ“ อ่อนเพลียจริง

วันที่ 8 ก.ค. 2568 ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีการนัดพิจารณาคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 ซึ่งเป็นคดีที่อัยการสูงสุดร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย คดีชั้น 14 รพ.ตำรวจ

การพิจารณาในวันนี้เป็นการไต่สวนนัดที่ 3 โดยศาลเริ่มออกนั่งบัลลังก์เวลา 09.00 น. และมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ต้องเดินทางมาศาล โดยให้ทนายความเป็นผู้แทนเข้าร่วมรับฟังการไต่สวนแทน ในวันนี้เป็นการไต่สวนพยานฝ่ายโจทก์จำนวนทั้งสิ้น 9 ปาก

บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเคร่งเครียดและเป็นทางการ โดยมีบุคคลภายนอกเข้าร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด อาทิ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์, นายสมชาย แสวงการ และ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ซึ่งล้วนเป็นบุคคลที่มีบทบาททางการเมืองและติดตามคดีนี้มาโดยตลอด

กระบวนการไต่สวนในช่วงเช้ามีความเข้มข้น ศาลได้ไต่สวนพยานได้จำนวน 5 ปาก ในช่วงเช้า ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คน , นักวิทยาศาสตร์ชำนาญการจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คน , นักทรัพยากรบุคคลจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คน , หัวหน้างานตรวจค้นจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คน , อดีตพนักงานราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คน และจะดำเนินการไต่สวนพยานอีก 4 ปากในช่วงบ่าย โดยเริ่มในเวลา 13.00 น.

ผู้สื่อข่าว The Room 44 รายงานว่า ประเด็นการซักถามพยานปากที่ 1–4 ในวันนี้ มุ่งเน้นไปที่การกำกับดูแลความเรียบร้อยในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้คุม การใช้อำนาจหน้าที่นอกเหนือเวลาราชการ รวมถึงเหตุการณ์ในคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 ซึ่งเป็นคืนที่เกิดเหตุ

ศาลเริ่มการเบิกความตั้งแต่ช่วงเช้า โดยพยานทั้ง 4 คนต่างอยู่ในเหตุการณ์คืนดังกล่าว และมีบทบาทในการควบคุมตัวจำเลยเพื่อส่งไปรักษายังโรงพยาบาลตำรวจ การซักถามเน้นไปที่เหตุผลในการส่งตัวจำเลยไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ก่อน และพิจารณาศักยภาพของโรงพยาบาลราชทัณฑ์ในการดูแลผู้ป่วยภายในเรือนจำ

พยานยืนยันว่า จำเลยมีอาการอ่อนเพลียในคืนเกิดเหตุ และการส่งตัวไปยังโรงพยาบาลตำรวจเป็นอำนาจหน้าที่ของพยาบาลเวร ผู้คุมไม่มีบทบาทในการประสานงานโดยตรง แต่ให้ความไว้วางใจต่อการตัดสินใจของพยาบาลเวรเนื่องจากมีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ

เมื่อจำเลยถึงโรงพยาบาลตำรวจ ได้เข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติสำหรับผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วย ไม่มีการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษแต่อย่างใด

สำหรับพยานปากที่ 5 ให้การว่า ในคืนเกิดเหตุ ตนมีหน้าที่เพียงออกคำสั่งเท่านั้น ไม่ได้ขึ้นไปติดตามยังชั้น 14 และไม่ทราบรายละเอียดการประสานงานของพยาบาลเวรโดยตรง ทำให้การไต่สวนพยานรายนี้ใช้เวลาไม่นาน เนื่องจากไม่มีบทบาทหรืออยู่ในเหตุการณ์โดยตรง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากเสร็จสิ้นการเบิกความพยานทั้ง 5 ปากในช่วงเช้า ศาลได้ชี้แจงข้อตกลงเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ พร้อมกำชับว่า หากสื่อมวลชนฝ่าฝืน อาจมีมาตรการห้ามนำกระดาษหรืออุปกรณ์ใด ๆ เข้าห้องพิจารณา และมีแนวโน้มที่ศาลจะพิจารณาให้มีการไต่สวนลับในการนัดถัดไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...