โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

โลกไม่ใช่แค่ร้อนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ร้อนขึ้นในอัตราเร่ง: ทำไม?

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 21.49 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 19.43 น.

ประสาท มีแต้ม

หนึ่ง โลกยังร้อนอยู่(นะ)

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงจะรู้สึกเหมือนกับผมว่า ปีนี้คือปี 2568 อากาศของประเทศไทยเราร้อนน้อยกว่าของปีที่แล้วอย่างชัดเจนหรือมีนัยสำคัญ ซึ่งมันดูจะขัดแย้งกับความรู้ที่เราได้รับจากนักวิทยาศาสตร์มาตลอดว่า แนวโน้มของโลกจะร้อนมากขึ้นๆจากปัญหาโลกร้อน บางคนอาจจะแอบสงสัยอยู่คนเดียวว่า “หรือว่าโลกร้อนเป็นเรื่องโกหก” อย่างที่ประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์เคยกล่าวไว้เมื่อ 8-9 ปีก่อน

ผมเองได้เกาะติดกับเรื่องนี้มานาน เข้าใจหลักการเหตุ-ผล และจำได้ว่าเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 เป็นเดือนที่อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยของโลกสูงที่สุดตั้งแต่มีการบันทึกมา ประเด็นที่เกิดความสงสัยก็คือว่า แล้วเดือนกรกฎาคมปี 2568 นี้จะทำลายสถิติแชมป์เก่าหรือไม่

จากข้อมูลในภาพข้างบนนี้ พบว่า

  • กล่าวเฉพาะส่วนย่อยที่อยู่ในเขตร้อนของโลก (23.5S ถึง 23.5N-Tropics ซึ่งประเทศเราอยู่ในนั้น) อุณหภูมิอากาศเฉลี่ยใน 6 เดือนของปี 2568 ต่ำกว่าของปี 2567 จริง ชัดเจน(ดูกราฟขวามือในภาพ)
  • แต่เมื่อคิดเฉลี่ยรวมทั้งโลก ผมว่าของเดือนกรกฎาคมปี 2568 น่าจะสูสีกับของปี 2567 ซึ่งก็ยังคงสูงกว่าของค่าเฉลี่ยในช่วง 1979-2000

สอง โลกร้อนขึ้นในอัตราเร่ง

ภาพข้างล่างนี้คือข้อมูลอุณหภูมิอากาศโลกเฉลี่ยในช่วง 5 เดือนของปีตั้งแต่ปี 1950-2025 เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในช่วง 1901-2000 หมายเหตุ ไม่ได้เทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรมที่องค์การสหประชาชาติอ้างถึงในข้อตกลงปารีส

จากกราฟข้างต้นเราจะเห็นว่าเรื่องที่ผมกังวลนั้นมีเหตุผล เพราะปีปัจจุบันคือ 2025 อุณหภูมิเฉลี่ย 5 เดือนแรกคือช่วง ม.ค.-พ.ค. สูงเป็นอันดับสองรองจากของปี 2024 เรียกว่าสูสีกันเลยทีเดียว

จากชื่อบทความ “โลกไม่ใช่แค่ร้อนเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ร้อนขึ้นในอัตราเร่ง” เหตุผลที่ใช้คำว่าเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งก็สรุปอยู่ในข้อความแถบสีแดง คือในช่วงเวลา 10 ปีที่เท่ากัน ในช่วง 1970-2010 อุณหภูมิเพิ่มขึ้น 0.18 องศาเซลเซียส แต่ในช่วงถัดมาคือ 2010-2024 เพิ่มขึ้น 0.27 องศาเซลเซียส และในช่วง 2023-2024 เพิ่มขึ้นถึง 0.4 องศาเซลเซียสในเวลา 2 ปีเท่านั้น

จากบทความของ Dr.James Hansen (อดีตนักวิทยาศาสตร์ขององค์การ NASA) และคณะ (พิมพ์เมื่อธันวาคม 2022) พบว่าในปี 2040 อุณหภูมเฉลี่ยของโลกจะประมาณ 1.9 องศาเซลเซียล เร็วกว่าที่ข้อตกลงปารีสเตือนไว้ถึง 60 ปี

ความแตกต่างระหว่างการเพิ่มขึ้นแบบเรื่อย ๆหรือเพิ่มขึ้นในอัตราคงที่ กับการเพิ่มขึ้นแบบอัตราเร่งมีความสำคัญมาก เปรียบเหมือนกับการคิดดอกเบี้ยธรรมดากับดอกเบี้ยทบต้น หากเราเป็นผู้กู้เงิน ดอกเบี้ยทบต้นจะน่ากลัวมาก เพราะตัวดอกเบี้ยของงวดก่อนถูกป้อนกลับ (Feed Back) เข้าไปเป็นเงินต้นด้วย ยอดเงินรวมจึงพุ่งขึ้นพรวดๆ

ก่อนที่จะไปพูดถึงสาเหตุของการเกิดอัตราเร่ง ขอย้อนกลับไปดูกราฟในภาพอีกครั้งครับ โปรดสังเกตว่าปี 1976 หรือเมื่อ 49 ปีที่แล้ว โลกเราเย็นเป็นครั้งสุดท้าย หลังจากนั้นก็ร้อนเพิ่มขึ้นจนแดงเถือกดังภาพ

นี่ไม่ใช่วัฏจักรของระบบธรรมชาติใดๆ แต่เป็นผลมาจากน้ำมือของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์เพียงลำพังเท่านั้น และไม่ใช่ของมนุษย์ส่วนมากของโลกด้วย แต่เป็นฝีมือมนุษย์ส่วนข้างน้อยเท่านั้นที่สร้างปัญหา

สาม ทำไมโลกจึงร้อนขึ้นในอัตราเร่ง

เราทราบกันดีแล้วว่า สาเหตุที่ทำให้โลกร้อนนั้นเกิดจากการเก็บกักความร้อนของก๊าซเรือนกระจกที่ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศ โดยที่ก๊าซฯส่วนใหญ่คือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเกิดจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิล

ดังนั้น คำถามคือแล้วทำไมมันจึงร้อนขึ้นในอัตราเร่ง ข้อมูลในภาพนี้เป็นส่วนหนึ่งของคำตอบครับ

ภาพซ้ายมือ(บน) แสดงถึงความไม่สมดุลของพลังงานโลกที่เกิดจากก๊าซเรือนกระจกกักเก็บความร้อนไว้ หากคิดเป็นกำลัง(หรือแรงกระทำต่อหนึ่งหน่วยเวลา) พบว่าในปี 1980 เท่ากับ 1.8 วัตต์ต่อตารางเมตร แต่ในปี 2023 ได้เพิ่มขึ้นเป็น 3.5 วัตต์ต่อตารางเมตร โลกเรามีพื้นที่ผิวเท่ากับ 510 ล้านล้านตารางเมตร เมื่อคำนวณออกมาพลังงานส่วนเกินทั้งหมดที่ก๊าซเรือนกระจกกักเก็บไว้ จะเท่ากับ 94 เท่าของพลังงานทุกชนิด (ไฟฟ้า + น้ำมัน + ก๊าซ ฯลฯ) ที่มนุษย์ทั้งโลกใช้ทั้งปี

น่ากลัวหรือน่าตกใจไหมครับ

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ ผมยังไม่ได้ตอบว่าทำไมจึงเร่ง แต่ดูกราฟในภาพขวามือ(ล่าง) ก็พอจะเห็น(แม้ไม่ค่อยชัดเจนนัก)ว่า แรงกระทำมีลักษณะเพิ่มขึ้นในอัตราเร่งด้วย แต่นี่ไม่ใช่สาเหตุสำคัญของการเร่ง ตัวเร่งจริงๆ มาจาก 3 สาเหตุซึ่งผมจะกล่าวเพียงสั้นๆต่อไปนี้

1.เกิดจากอิทธิพลของสีที่สะท้อนแสง(Albedo Effect)

โดยปกติ บริเวณขั้วโลกทั้งเหนือและใต้จะมีน้ำแข็งและหิมะปกคลุม เมื่อโลกร้อนขึ้นน้ำแข็งและหิมะซึ่งมีสีขาวละลาย กลายเป็นน้ำทะเลซึ่งมีสีฟ้า สีขาวมีความสามารถในการสะท้อนแสงสูงกว่าสีฟ้า ดังนั้นด้วยสาเหตุนี้โลกจึงร้อนขึ้นในลักษณเดียวกับดอกเบี้ยทบต้น นั่นคือตัวดอกเบี้ยถูกป้อนกลับเข้าไปเป็นเงินต้นอีก

2.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เมฆลดลง 1.5-3% ต่อ 10 ปี ส่งผลให้โลกร้อนขึ้น

เรื่องนี้เป็นผลงานวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์เมื่อเดือนมิถุนายนปีนี้ ผมขอนำผลสรุปและแหล่งข้อมูลมาไว้ในภาพข้างบนครับ

เมื่อโลกร้อนขึ้น น้ำระเหยมากขึ้น ไอน้ำในอากาศมากขึ้นก็จริง แต่กลับเกิดเมฆได้น้อยลง เรื่องนี้มีกลไกนี้ซับซ้อน ย้อนแย้ง… แต่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า มันน่าห่วงกว่าที่คิด

3.เมื่อโลกร้อนขึ้น เกิดสภาพอากาศสุดขั้ว หลังเกิดคลื่นความร้อนมักจะตามด้วยพายุรุนแรง “ฝนตกหนักถึงหนักมาก น้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม” เราได้ยินบ่อยจนจำได้ เมื่อดินถล่มก๊าซมีเทนซึ่งถูกกักเก็บไว้ใต้ผิวดินนานนับล้านปีก็จะหลุดออกมาสู่บรรยากาศโลก แล้วก็กลายเป็นต้นเหตุทำให้โลกร้อนขึ้นในอัตราเร่ง

สี่ คลื่นความร้อนบ่อยขึ้น นานขึ้นและรุนแรงมากขึ้น

นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ได้ว่าโลกร้อนจะทำให้การเกิดคลื่นความร้อนบ่อยขึ้น นานขึ้นและรุนแรงมากขึ้น ในขณะที่ผมเริ่มเขียนบทความชิ้นนี้ คลื่นความร้อนกำลังเกิดขึ้นทั่วทวีปยุโรป นับถึงวันที่ 7 กรกฎาคม มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 1,439 คน แต่ข่าวกระแสหลักในบ้านเราไม่ได้รายงาน

นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2490 เป็นต้นมา ประเทศฝรั่งเศสมีคลื่นความร้อนแล้ว 50 ลูก โดย 22 ครั้งสุดท้ายเพิ่งเกิดขึ้นในช่วง 14 ปีสุดท้าย ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายเกิดขึ้น 2 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดมีอุณหภูมิสูงถึง 41.1 องศาเซลเซียส โปรตุเกตสูงถึง 46.6 องศาเซลเซียส (ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)

กล่าวเฉพาะในบริเวณทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อุณหภูมิของผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 4-5 องศาเซลเซียส สูงกว่าเมื่อครั้งปี 2561 อย่างชัดเจน ดูภาพประกอบ

ห้า สรุป

ผมเชื่อว่าท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ทราบกันดีแล้วว่าสาเหตุของโลกร้อนเกิดจากการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นหลัก และน่ากลัวมากแค่ไหน แต่ที่น้อยคนจะรู้ก็คือมันร้อนขึ้นในอัตราเร่งซึ่งน่ากลัวมากกว่า

วิธีแก้ปัญหานี้ก็ต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายของรัฐบาลและของโลก ด้วย การหันไปใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งมีความพร้อมทุกอย่างแล้ว โดยที่ต้นทุนถูกกว่าพลังงฟอสซิลหลายเท่า มีปัญหาเดียวที่ต้องช่วยกันคือทำอย่างไรให้ผู้นำรัฐบาลและของโลกเปลี่ยน ผมรู้ว่ามันยาก แต่เราต้องช่วยกันครับ เรามาถึงเวลาที่ต้องทำให้สำเร็จ ไม่เช่นนั้นก็พังพินาศกันทั้งโลก Do or Die

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...