โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

“ฮ่องกง” สวรรค์สายมูฯ กับ 6 วัดลับฉบับโลคอล

เดลินิวส์

อัพเดต 28 มิ.ย. 2568 เวลา 18.49 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • เดลินิวส์
หากไม่นับประเทศไทย “ฮ่องกง” ถือเป็นประเทศอันดับต้น ๆ ที่เหล่านักท่องเที่ยวสายมูฯ คิดถึง ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับมูเตลูเลยก็ว่าได้ และจะยิ่งเฮงยิ่งปังมากขึ้นไปอีก เมื่อมี อาจารย์คฑา ชินบัญชร เป็นผู้แนะนำวิธีกราบไหว้บูชาเพื่อขอพร พร้อมเปิดลิสต์ 6 วัดลับฉบับโลคอลฮ่องกงให้สายมูฯ ชาวไทยได้ไปขอพร เสริมเฮง แบบไม่ซ้ำใคร

เริ่มต้นที่ “วัดแชกง โหวช้ง” (Che Kung Temple, Ho Chung) วัดเล็ก ๆ ในย่านไซกุง สร้างขึ้นราว 400 ปีก่อน ถือได้ว่าเป็นวัดแชกงที่เก่าแก่กว่าวัดแชกงที่ซาถิ่น ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่คนไทย โดยอยู่ระหว่างการปรับปรุงพื้นที่มีกำหนดจะแล้วเสร็จเดือนกันยายน 2568 ช่วงนี้จึงเป็นเวลาที่เหมาะกับการสักการะวัดแชกง โหวช้งที่สุด คนในย่านไซกุงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและแสดงความเคารพต่อท่านนายพลแชกง แม่ทัพผู้เกรียงไกรแห่งราชวงศ์ซ่ง เชื่อกันว่าพลังอำนาจของท่านจะช่วยปัดเป่าโชคร้าย พัดพาโชคดีเข้าหาตัว และให้พรด้านธุรกิจรุ่งเรือง วัดแชกง โหวช้งยังมีกังหันใหญ่ 2 ตัวตั้งอยู่ด้านหน้าวัด ตัวทางซ้ายเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงครอบครัว ส่วนตัวทางขวาสื่อถึงความราบรื่นในชีวิต

แล้วไปต่อที่ “วัดเจ้าแม่ทับทิม จอสเฮาส์เบย์” (Tin Hau Temple, Joss House Bay) อีกหนึ่งวัดลับในย่านไซกุง เป็นวัดเจ้าแม่ทับทิมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในฮ่องกง ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของฮ่องกง ไฮไลท์ของวัดนี้คือห้องนอนของเจ้าแม่ทับทิม ภายในมีเตียงมังกรจำนวน 3 หลัง ให้ผู้คนได้เข้ามาขอพรในเรื่องการเงิน สุขภาพ และขอบุตร โดยหลังจากอธิษฐานเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้มือทั้งสองข้างทำท่าโกยเข้าหาตัว 3 ครั้ง จากนั้นล้วงเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อคลำหาของใต้เตียง เชื่อกันว่า หากคลำพบเมล็ดบัวหมายถึงจะได้ลูก หรือหากคลำเจอซองใส่เงินนำโชค ก็จะพบกับความร่ำรวยในปีที่กำลังจะมาถึง โดยแนะนำให้ขอเพียง 1-2 เรื่องเท่านั้น นอกจากนี้ผู้มาสักการะจะสามารถมองเห็นวิวทะเลอันสวยงามได้จากบริเวณวัดอีกด้วย

มาถึงย่านไซกุง (Sai Kung) นอกจากจะมาไหว้พระที่วัดทั้งสองแห่งแล้ว แนะนำให้ลองมาเยี่ยมเยือนตัวเมืองไซกุง (Sai Kung Town) อันเงียบสงบที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น 'สวนหลังบ้านของฮ่องกง’ ใครที่ชอบเมืองในบรรยากาศชิล ๆ แวะคาเฟ่ ชิมอาหารทะเลสด ๆ และชมธรรมชาติอย่างแนวภูเขาและทะเลซึ่งเป็นที่นิยมสำหรับคนท้องถิ่นรับรองว่าไม่ผิดหวัง หรือจะนั่งเรือข้ามฝากจากตัวเมืองไซกุงเพื่อไปเยี่ยมชมเกาะเล็ก ๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้

ไปย่านซึนวานมี “วัดหยวนหยวน” (Yuen Yuen Institute) วัดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาและแม่น้ำซึ่งนับเป็นลักษณะที่ถูกต้องตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี สร้างขึ้นเพื่อเผยแผ่ศาสนาพุทธ ลัทธิขงจื๊อ และเต๋า มีไฮไลท์สำคัญคือศาลไฉ่ซิงเอี๊ยสีทองอร่าม ที่ประดิษฐานเทพเจ้าโชคลาภครบทั้ง 5 องค์ที่มอบพรในด้านต่าง ๆ ตามทิศ และ "หอฟ้า" อาคารทรงหกเหลี่ยมจำลองจากหอฟ้าเทียนถานในกรุงปักกิ่ง เป็นที่ประดิษฐานองค์ไท้ส่วยเอี๊ยทั้ง 60 องค์ เพื่อให้คนได้มาแก้ปีชงกับไท้ส่วยประจำปีเกิด

อ.คฑา ชินบัญชร ได้แนะนำวิธีแก้ปีชงโดยเริ่มจากจุดธูปใหญ่ 3 ดอก ธูปเล็ก 6 ดอก หันหน้าไปทางประตูวัด บอกชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และสิ่งที่ต้องการขอ ปักธูป ดอกเล็กที่กระถางซ้ายขวา กระถางละ 3 ดอก จากนั้นนำธูปดอกใหญ่ไปปักไว้บนกระถางชั้นบนของหอฟ้า หน้าองค์พระศาสดาทั้งสาม คือ พระพุทธเจ้า ขงจื๊อ และศาสดาของลัทธิเต๋า ลงมาที่ชั้นล่าง เพื่อไหว้เทพเจ้า“ทาย-เซยว์” (Tai Sui) หรือองค์ไท้ส่วยเอี๊ยซึ่งจะมีทั้งสิ้น 60 องค์ตามปีนักษัตร ในโถงชั้นนี้ห้ามจุดธูป แต่จะใช้วิธีวางธูปหน้าเทพเจ้าหลังจากไหว้เสร็จสิ้น โดยจะเริ่มจากไหว้องค์ "เต๋า-โหม่ว" หรือเต๋าบ๊อ (Doumu) พระมารดาแห่งดวงดาวที่มี 3 พระเศียรและ 8 พระกร จากนั้นตรงไปไหว้ที่องค์ไท้ส่วยเอี๊ยประจำปีเกิด วางธูป 3 ดอก และไหว้องค์อื่นๆ พร้อมวางธูปองค์ละ 1 ดอก จนครบ 60 องค์

ไม่ไกลจากวัดหยวนหยวน มีสำนักสงฆ์ “ไซ้-ฟ้อง-จี๋” (Western Monastery) วัดอันเงียบสงบ มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่จำลองจากพระราชวังจีน ไฮไลท์สำคัญ ได้แก่ เจดีย์ 9 ชั้น ที่บรรจุพระพุทธรูปและวัตถุโบราณ และยังมีอุทยานเจ้าแม่กวนอิมที่ร่มรื่น สงบ เป็นที่ประดิษฐานประติมากรรมเจ้าแม่กวนอิมหลากหลายปาง เหมาะอย่างยิ่งกับการมาเดินเล่นสงบจิตใจ

มามูย่านซึนวาน (Tsuen Wan) แล้วมีเวลาแนะนำให้ออกสำรวจเมืองด้วย แม้ซึนวานจะอยู่ห่างจากตัวเมืองที่นักท่องเที่ยวคุ้นเคย โดยตั้งอยู่ในเขตทางตะวันตกของเขตนิวเทอริทอรี่ส์ (New Territories) แต่สามารถเดินทางสะดวกด้วยเอ็มอาร์ที (MTR) พื้นที่ส่วนใหญ่แม้เป็นย่านที่อยู่อาศัย ทว่ากลับมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลายทั้งแหล่งช็อปปิง ธรรมชาติ วัฒนธรรม สำหรับสายกินขอแนะนำย่าน "ซั้ม-แจ๋ง" (Sham Tseng) ที่มีชื่อเสียงในฐานะ "เมืองห่านย่าง" ของฮ่องกง และมีร้านห่านย่างเด็ด ๆ อยู่มากมาย

ไปต่อที่ “วัดหลินฟ้า” (Lin Fa Kung Temple) ในย่านไท่หาง เป็นวัดเล็ก ๆ ที่สายมูฯ ชาวไทยตัวจริงจะต้องรู้จัก คนฮ่องกงเรียกว่า “หลี่น-ฟ้า-ก๊ง” แปลว่า วังดอกบัว มีตำนานเล่าไว้ว่าครั้งหนึ่งเจ้าแม่กวนอิมเคยปรากฏกายบนก้อนหินใหญ่ที่นี่ ชาวบ้านจึงสร้างวัดบนหินก้อนนั้นเพื่อบูชาเจ้าแม่กวนอิม และให้ชื่อว่า "หินดอกบัว" ปัจจุบันหินก้อนนั้นอยู่บริเวณด้านหลังของวัด

ที่วัดนี้นอกจากจะมีเทศกาลที่เกี่ยวกับเจ้าแม่กวนอิมอย่าง “วันเปิดท้องพระคลัง” ยังมีเทศกาลเชิดมังกรไฟ (Tai Hang Fire Dragon Dance Festival) ประเพณีโบราณในช่วงวันไหว้พระจันทร์ของคนในหมู่บ้านไท่หางที่สืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษ ในอดีตชาวบ้านในไท่หาง มีอาชีพเป็นเกษตรกรและชาวประมง ต้องพบเจอแต่เคราะห์ร้าย เช่น ไต้ฝุ่นถล่ม โรคระบาดหรือแม้แต่งูเหลือมบุกเข้ามากินสัตว์ในฟาร์ม ฯลฯ จึงมีคำทำนายให้ต้องทำพิธีเต้นรอบกองไฟ 3 วัน 3 คืนก่อนวันไหว้พระจันทร์เพื่อให้หลุดพ้นจากความโชคร้ายเหล่านั้นไปได้ ชาวบ้านไท่หางจึงได้ร่วมกันสร้างมังกรไฟความยาว 67 เมตร ประดับด้วยธูปติดไฟกว่า 10,000 ดอก แล้วนำไปทำพิธีเบิกเนตรที่วัดหลินฟ้าเพื่อเป็นการ ‘ปลุกมังกร’ ก่อน โดยใช้คนถึง 300 คนในการแห่ไปทั่วหมู่บ้านเป็นเวลา 3 คืน ถึงแม้สิ่งร้าย ๆ จะหมดไปแล้ว แต่ประเพณีนี้กลับยังอยู่คู่ไท่หางมาจนทุกวันนี้

ย่านไท่หาง (Tai Hang) ย่านกระทัดรัดเดินได้ทั่วถึงแห่งนี้ไม่ใช่ย่านลับ แต่ซ่อนตัวจากถนนใหญ่ไม่ไกลจากคอสเวย์เบย์ (Causeway Bay) ทุกปีในช่วงวันไหว้พระจันทร์คนฮ่องกงจะแห่แหนกันมาชม เทศกาลเชิดมังกรไฟ แม้จะมีพื้นที่ไม่ใหญ่มากนักแต่ยังแน่นขนัดไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์เด็ด ๆ เหมาะสำหรับสายกิน และสายคอนเทนต์ที่อยากหลีกหนีความแออัดของตัวเมือง

แห่งสุดท้าย “กว๋อง-ฟก-ฉี่-ห่อง” (Kwong Fuk Ancestral Hall หรือ Kwong Fook Tsz) วัดเก่าแก่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็น อาคารทางประวัติศาสตร์ ระดับ 1 เป็นที่รู้จักกันดีในนามวัดจี้กง เพราะมีรูปปั้นองค์จี้กงให้สักการะอยู่ภายใน ตั้งอยู่บนถนนไถ่ผิงซาน ขึ้นชื่อสุด ๆ ในหมู่คนฮ่องกงด้านการขอคู่ แม้แต่ดาราดัง ๆ ก็ยังแวะเวียนมาไหว้ เพราะมีเทพเจ้า "หยืดว์-โหลว" หรือที่คนไทยเรียกว่า เทพเจ้าด้ายแดง ผู้เฒ่าจันทรา เทพพ่อสื่อในตำนานจีน ที่นี่สามารถทำพิธีผูกด้ายแดงได้ด้วย แต่ต้องให้เกจิอาจารย์ของวัด หรือ ซือฝู เป็นผู้ประกอบพิธีให้

ถนนไถ่ผิงซานอยู่ในย่านเซิงหว่าน (Sheung Wan) เป็นย่านที่เงียบสงบแต่เต็มไปด้วยวัฒนธรรม คาเฟ่สุดเก๋ แกลเลอรีศิลปะ และร้านอาหารมากมาย อาทิ ร้าน For Kee ร้านข้าวหมูทอดที่โด่งดังสำหรับคนไทย ถนนยาว 300 เมตรแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของวัดเก่าแก่หลายแห่ง นอกจากนั้นยังสามารถเดินเที่ยวต่อไปย่านเซ็นทรัล เพื่อชมสถาปัตยกรรม และอาคารต่าง ๆ ที่สร้างถูกต้องตามตำราฮวงจุ้ย หรือสายอาร์ตจะเดินชม Street Art บนกำแพงที่ประดับประดาไปทั่วทั้งย่านจากศิลปินชื่อดังจากทั่วโลก

นอกจากจะไปมู 6 วัดที่แนะนำแล้วยังมีเวลา แนะนำคู่มือเที่ยวัดฮ่องกง “ฮ่องกงที่สุดแห่งพิกัดการมูเตลู” ไกด์บุ๊กที่รวบรวมวัดเด็ด วัดลับในฮ่องกงถึง 25 วัด พร้อมเทคนิคการไหว้จาก อ.คฑา ดาวน์โหลดได้ที่ www.discoverhongkong.com/th/what-s-new/goodfortune.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...