โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"วิโรจน์" ยัน ควรตั้ง คกก. พิจารณา กรณีการนิรโทษกรรม มอง หากการอภัยมีเงื่อนไข ก็ผิดวัตถุประสงค์

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 08.14 น.

"วิโรจน์" ยัน ควรตั้ง คกก. พิจารณา กรณีการนิรโทษกรรม - มอง หากการอภัยมีเงื่อนไข ก็ผิดวัตถุประสงค์ - สงสัย เหตุเลื่อนร่าง พ.ร.บ.กาสิโน ออกไป เชื่อ ปชช.รู้เหตุผล

วันที่ 5 ก.ค. 2568 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสรณ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีจุดยืน หลังจะมีการนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาฯ แทนเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ว่า เรายังยืนยันในหลักการเดิมว่าการมีเงื่อนไขในการนิรโทษกรรมนั้นมันอธิบายยากกับสังคม ถ้าเราคำนึงถึงวัตถุประสงค์ของการนิรโทษกรรม คือ การให้อภัยกัน ความเข้าอกเข้าใจที่จะเกิดขึ้นภายในสังคม แล้วเราก็ฟื้นฟูความสัมพันธ์พาประเทศเดินหน้าร่วมกันใหม่ ถ้าเกิดการให้อภัยกันมีเงื่อนไขตนคิดว่ามันจะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการนิรโทษกรรม แต่พวกเราก็เข้าใจว่าการนิรโทษกรรมต้องมีหลักการและเหตุผลที่สามารถอธิบายกับสาธารณชนได้ เรายังยืนยันว่าควรจะต้องมีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเปิดเผยโปร่งใสมาพิจารณาในคดีที่เกี่ยวข้องกับ มาตรา 112 อน่างลงรายละเอียด เพราะเราไม่สามารถเหมารวมผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีนี้ทุกคนว่าเป็นผู้กระทำความผิดได้ เราจึงต้องการให้มีคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งที่สังคมยอมรับ และกลั่นกรอง เพื่อเราจะได้นิรโทษกรรมอย่างเข้าอกเข้าใจกัน ตนคิดว่านี่ยังเป็นจุดยืนเดิมของพรรคประชาชน และเราก็ยินดีที่จะรับหลักการของทุกร่าง เพราะเราเชื่อว่าการให้อภัยกัน การเข้าอกเข้าใจกันในสังคมไม่ควรมีความลักลั่น ไม่ควรมีการตั้งเงื่อนไขต่อกัน แต่ควรจะเป็นในลักษณะที่เปิดเผย มีหลักการและอธิบายกับสังคมได้ ซึ่งตนคิกว่าหลักการที่เราเสนอไปนั้นหากเราวางอคติลง ตนคิดว่าคงไม่มีใครที่จะปฏิเสธ

เมื่อถามว่าทุกพรรคมีธงอยู่แล้วว่าไม่เอามาตรา 112 แต่พร้อมนิรโทษกรรม จะไปได้อย่างไรนั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า ก็ต้องหารือกันในการอภิปรายในวาระหนึ่ง ตนคิดว่าเราก็ต้องแสดงความจริงใจว่า เราให้อภัยกันเพื่ออะไร ก็เพื่อให้สังคมมีความเข้าอกเข้าใจกันแล้วเดินหน้าต่อ แต่หากการให้อภัยกันนั้นเราเลือกปฏิบัติ มันก็ผิดวัตถุประสงค์ในการให้อภัยกัน แล้วจับมือกันเดินไปข้างหน้า ความผิดของเธอฉันให้อภัยได้ แต่ความผิดอีกฝ่ายกลับให้อภัยไม่ได้ แล้วจะไปอย่างไร นั่นแสดงว่าแม้แต่การให้อภัยกันในสังคมยังมีความลักลั่น แต่ตนก็ยืนยันว่าเราเข้าใจในเรื่องหลักการ เราจึงไม่ดำเนินการในเรื่องเหมาเข่ง จึงต้องมีคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรองเราจะไปเหมารวมว่าผู้ต้องหา ม.112 ทุกคนสมควรจะได้รับโทษไม่ได้ เพราะหลายคนในหลายกรณีไม่มีความสมควรแก่เหตุที่จะถูกดำเนินคดีใน ม112 แล้สทำไมถึงไม่ยอมให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยเปิดเผยจากทุกภาคส่วนมาพิจารณากลั่นกรองกันอีกครั้ง เพื่อให้การดำเนินการตาม ม.112 มีความรอบคอบ เพราะอย่างลืมว่ามาตรานี้เกี่ยวพันกับสถานบันพระมหากษัตริย์ด้วย ตนเชื่อว่าการมีคณะกรรมการขึ้นมาจะธำรงความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถาบันกับประชาชน ในขณะเดียวกันเราก็สามารถตอบกับสาธารณชนได้ด้วยว่าเราจะอภัยให้กันด้วยความเข้าอกเข้าใจและทำให้สังคมเดินหน้าต่อด้วยความปรองดอง

เมื่อถามต่อว่ามีการคุยนอกรอบกับพรรคการเมืองหรอไม่ นายวิโรจน์ เผยว่า ตนเข้าใจว่ายังไม่มี เพราะเดิมเราคิดว่านิรโทษกรรมจะเขามาตามคิว เราก็ไม่คิดเหมือนกันว่าท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่จากเดิมพยายามเอาเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์เข้ามาแซงทุกคิว แหกทุกโค้ง แต่วันนี้กลับถอยแบบไม่มีท่า เราก็ยังจับจ้องอยู่ว่าเหตุผลของพรรคเพื่อไทยนั้นตกลงแล้ว ก่อนที่จะฟังเหตถผลต้องถามก่อนว่าจะเลื่อนการพิจารณาหรือจะเลื่อนวาระหรือถอนออกไป และด้วยเหตุผลอะไร เพราะแต่เดิมบอกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน มีความจำเป็นอย่างมากต่อเศรษฐกิจ แล้วทำไมวันนี้ถึงถอนออก ตนคิดว่าสังคมก็อยากฟังเหตุผลของพรรคเพื่อไทยที่กำลังปฏบัติกับร่าง พ.ร.บ.เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จริงๆ แล้วนั้น คิดมาดีแล้วหรือมีข้อบกพร่องหรืออยู่ในภาวะที่ไร้เสถียรภาพทางการเมือง รัฐบาลจวนอยู่จวนไปแบบนี้จคงถอนร่างออกไป ซึ่งตนเชื่อว่าสังคมก็อยากจะฟังเหตุผลจากจอมเทคนิค จากเทคนิคการหาเสียงมาสู่เทคนิคการเจรจา ตอนนี้ก็มาสู๋การถอนร่าง จึงอยากรู้ว่าเป็นเหตถผลทางเทคนิคหรือเป็นเหตุผลทางข้อเท็จจริง

เมื่อถามต่อว่าส่วนตัวมองเรื่องนี้เป็นอย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ตนคิดว่าความรู้สึกของตนคงตรงกับความรู้สึกของทุกคน คนเราจะเปลี่ยนท่าทีได้เร็วขนาดนั้นเลยหรอ แต่เดิมบอกคิดดีแล้ว แม้สังคมบอกให้ตรวจทานซ้ำก็ไม่ทำ ใครทัดทานอะไรก็ไม่ฟัง ตนคิดว่าวันนี้หากเสียงขอฝ่ายรับบาลเท่าเดิมคิดว่าเขาจะถอยหรือไม่ แต่วันนี้เขาถอยด้วยเหตุผลอะไรก็ให้จินตนาการกันเอาเอง ตนคิดว่าเราะจำนวนของความไม่มั่นใจในเสียงที่อยู่ฟากฝ่ายเดียวกับตนมีอยู่กี่เสียงกันแน่ แม้แต่พรรคประชาชาติเองก็ชัดเจนว่าน่าจะไม่โหวตให้ และยังมี สส.ที่อยู่ในฟากฝั่งของมุสลิมอีกที่ยืนยันว่าไม่ยกมือให้ วันนี้ตรเชื่อว่าทางรักษาการนายกฯ ก็ตอบไม่ได้ว่าฝ่ายรัฐบาลมีกี่เสียง

เมื่อถามถึงการนิรโทษกรรมจะเป็รการหยิบหน้าคนขึ้นมาพิจารณาด้วย อาทิ นายทักษิณ หรือแกนนำพรรคก้าวไกลนั้น นายวิโรจน์ ระบุว่า ไม่หรอก ตนว่าคณะกรรมการเมื่อเขาพิจารณาเขาคงไม่ได้เอาหน้าตามาพิจารณา แต่เขาดูจากเนื้อหาสาระแล้วมาพิจารณา และที่สำคัญการดำเนินคดีอาญาต้องคำนึงถึงองค์ประกอบทางนิตินัย และความมีเจตนาด้วย ตนคิดว่าตรงนี้จะเกิดการทบทวนอีกครั้ง และเราต้องยอมรับจริงๆ ถ้าเราพิจารณาจากองค์ประกอบของการดำเนินคดีตามมาตรา 112 นั้นมันเข้าข่ายคดีการเมือง เพราะแต่ละห้วงเวลามีมาตรฐานในการดำเนินคดีที่แตกต่างกัน แม้กระทั่งงนายกฯ คนเดียวกัน เช่นยุค พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงแรกใช้ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และยืนยันชัดเจนว่าไม่ประสงค์จะใช้มาตรา 112 ต่อมาภายใต้นายกฯ คนเดิมก็มีการใช้มาตรา 112 แบบไม่บรรยะบรรยังเลบ ตนยืนยันว่าเข้าข่ายคดีการเมือง เพราะหากเป็นคดีอาญาที่แท้จริงไม่ว่าห้วงเวลาใดนายกฯ ใด มาตรฐานการดำเนินคดีต้องตรงกัน การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือในการจัดการนั้นแตกต่างกันไป ต้องยอมรับตรงๆว่า มาตรา 112 เป็นคดีการเมือง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...