โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลุ้นอัตราภาษีตอบโต้ ‘ทรัมป์’ กังวลเวียดนามปิดดีลต่ำกว่า

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 11.42 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 00.00 น.
Donald Trump (Photo by REUTERS/Nathan Howard)

“พิชัย” ยังเจรจาภาษีทรัมป์ไม่เสร็จ รอลุ้นอัตราภาษีตอบโต้สุดท้ายจะอยู่ที่ระดับไหน ขณะที่ข้อตกลงกับเวียดนามจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการเจรจากับประเทศกลุ่มอาเซียน ลดอัตราภาษีตอบโต้ลงเหลือ 20% แต่มีภาษีแอบอ้างถิ่นกำเนิดสกัดสินค้าจีนอีก 40% ด้านผู้ส่งออกกังวลถ้าอัตราภาษีสูงกว่าเวียดนาม สินค้าส่งออกแข่งไม่ได้

“ไทย” กลายเป็นประเทศในกลุ่มท้าย ๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นเจรจาเพื่อลดภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) กับ Mr.Jamieson Green ผู้แทนการค้าสหรัฐ (USTR) เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา ในขณะที่ “เส้นตาย” การถูกเก็บภาษีตอบโต้ ซึ่งประเทศไทยถูกประกาศไว้ที่อัตราร้อยละ 36 จะมีผลบังคับใช้หลังวันที่ 9 กรกฎาคม หลังครบกำหนดระยะเวลาผ่อนผันเพื่อเปิดให้มีการเจรจาการค้าครบ 90 วันไปแล้ว

ในขณะที่ “เวียดนาม” ซึ่งถือเป็นประเทศคู่แข่งขันของไทยเพียงประเทศเดียวในกลุ่มอาเซียนที่จะถูกเรียกเก็บภาษีตอบโต้สูงถึงร้อยละ 46 สามารถบรรลุการเจรจาการค้ากับสหรัฐได้ทันเวลาพอดี ด้วยกรอบความตกลงที่ว่า เวียดนามจะถูกเก็บภาษีตอบโต้ร้อยละ 20 หรือเป็นอัตราที่ต่ำกว่าไทยร้อยละ 16 การเก็บภาษีแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าอีกร้อยละ 40 และลดภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐบางกลุ่มเป็นร้อยละ 0 กำลังจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการเจรจากับประเทศในกลุ่มเดียวกัน รวมทั้งประเทศไทย เพื่อลดการขาดดุลการค้าและ “ปิดล้อม” สินค้าจีนในที่สุด

ลุ้นผลเจรจา “พิชัย” USTR

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงความคืบหน้าการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐ “แม้ยังไม่ได้ข้อสรุปสุดท้าย แต่ทั้ง 2 ฝ่ายอยู่ระหว่างเจรจาในหลายระดับ” ซึ่งส่วนตัวมองว่า เรื่องนี้อาจไม่จบง่าย 100% อาจจะต้องมีการเปิดเวทีเพื่อให้มีการพูดคุยกันต่อ รวมถึงเชื่ออีกว่า “สหรัฐจะเข้าใจ และจะมีการเลื่อนกรอบระยะเวลาที่จะมีผลกระทบออกไปอีก” ส่วนอัตราภาษีตอบโต้ “สรุปสุดท้ายจะออกมาอยู่ที่อัตราเท่าใดนั้น ยังไม่สามารถบอกได้” เพราะยังอยู่ในขั้นตอนการเจรจา แต่เชื่อมั่นว่าจะมีผลลัพธ์ที่ดี

ส่วนผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและเวียดนาม ไม่อยากให้ตกใจ แต่ก็ยอมรับว่า “น่าห่วงกับเวียดนาม” เนื่องจากอัตราภาษีตอบโต้ที่เวียดนามเจรจาลดลงมาได้ หรือจะถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตรา 20% ขณะที่สินค้าสหรัฐที่นำเข้าเวียดนามจะได้อัตราภาษี 0% อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า “เทียบกับไทยไม่ได้” เพราะหากมองเรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศค่อนข้างแตกต่างจากไทยที่มีความสัมพันธ์กับสหรัฐมายาวนาน แม้เรื่องนี้จะใช้ชั่งน้ำหนักในการเจรจามากไม่ได้ แต่ก็เป็นความหวังหนึ่ง

“ฝ่ายไทยมีความหวังว่า ประเทศไทยจะยังคงอยู่ในระดับที่ดีที่สุดหรือจุดที่ก่อนจะมีการเก็บภาษีที่ 10% หรือไม่ แต่จากการติดตามผลการเจรจาของประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม พบว่า ตัวเลขที่ออกมาค่อนข้างน่าเป็นห่วง ต้องยอมรับว่ามีความกังวล” นายจุลพันธ์กล่าว

ทั้งนี้เมื่อคืนวันที่ 3 ก.ค. 68 ทีมไทยแลนด์ โดยการนำของนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีกำหนดการสำคัญในการหารือกับ USTR เพื่อขอเจรจาลดการเก็บภาษีตอบโต้ลงจากเดิมในอัตรา 36% โดยที่ผ่านมา ไทยยื่นข้อเสนอไปแล้ว และมีสัญญาณตอบรับที่ดีจากสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรอฟังว่า ผลเจรจาเมื่อคืนที่ผ่านมาจะมีข่าวดีหรือไม่

นายจุลพันธ์กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มองในกรณีเลวร้ายว่า สหรัฐจะกลับไปเก็บภาษีตอบโต้ไทยที่อัตรา 36% อยู่แล้ว แต่หากการเจรจาไม่เป็นผล และสหรัฐปรับขึ้นอัตราภาษีตอบโต้เป็น 36% จริง ไทยก็เตรียมกลไกรองรับไว้แล้ว โดยรัฐบาลจัดสรรเม็ดเงินราว 10,000 ล้านบาท จากวงเงินงบประมาณ 1.15 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งสามารถนำมาใช้ช่วยเหลือภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบ เช่น การรักษาการจ้างงาน และการประคับประคองธุรกิจช่วงเปลี่ยนผ่านได้

ขณะที่นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ได้ติดตามการเจรจาอย่างใกล้ชิด และได้รับรายงานว่า “อยู่ระหว่างการเจรจาพูดคุย” แต่ก็ยอมรับว่า เป็นเรื่องที่ให้ความเป็นห่วง เพราะหากไทยมีการถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราสูง ก็จะมีผลกระทบต่อภาคการส่งออกของไทย หากเปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง “เวียดนาม” ที่ถูกเก็บอัตราภาษีตอบโต้ที่ 20% ดังนั้นการเจรจาก็คาดหวังว่า ประเทศไทยจะถูกเก็บในอัตราภาษีตอบโต้ “ที่เทียบเท่าคู่แข่งหรือต่ำกว่า” โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่จากการติดตามตอนนี้ก็ยังไม่มีข้อสรุป

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทราบมาว่า มีผู้บริหารกระทรวงเกษตรฯหลายคนอยู่ในทีมเจรจาการค้าไทย-สหรัฐ ซึ่งมองว่า ประเทศไทยเป็นคู่ค้าที่ดีต่อสหรัฐ และสหรัฐเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทย แต่มีบางประเด็นที่จำเป็นต้องปกป้องเกษตรกร ถ้าเรายอมทุกด้านก็จะเกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร “ขณะนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาภาษีกับสหรัฐ” พร้อมกับกล่าวถึงประเด็นสินค้าเกษตร รัฐบาลจำเป็นต้องปกป้องเกษตรกรไทย ซึ่งมีแนวทางการเจรจาต่อรองไว้แล้ว “เพียงแค่รอผลว่าจะออกมาในรูปแบบใด”

โจทย์ยากตามหลังเวียดนาม

ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าผลเจรจากับสหรัฐจะออกมาเป็นอย่างไร โดยยังรอฟังความคืบหน้าอยู่ ส่วนกรณีเวียดนามที่เจรจาจบแล้ว การคิดอัตราภาษีตอบโต้ที่เวียดนามได้รับ “ก็ไม่รู้ว่าทางสหรัฐมีวิธีคิดอัตราภาษีจากอะไร ไม่แน่ใจว่ามาจากประเด็นการเกิดดุลการค้ากับสหรัฐหรือเปล่า

แต่มันก็มีทั้งโอกาสที่เราจะได้อัตราภาษีตอบโต้ที่ต่ำกว่า เพราะไทยเกินดุลสหรัฐน้อยกว่าเวียดนาม แต่หากมองในแง่เงื่อนไขที่เวียดนามเจรจาแบบจัดเต็ม ยอมเปิดให้ทุกอย่าง ก็อาจจะไม่ควรที่จะให้ประเทศอื่นได้ภาษีต่ำกว่านั้น ดังนั้นคงต้องขึ้นกับทางสหรัฐแล้วว่าทางสหรัฐคิดอย่างไร” ดร.พิพัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ยากว่าทรัมป์จะคิดภาษีตอบโต้ประเทศไทยเท่าไหร่ ก็มีหลายทางคือ หากทรัมป์ใจดี ยังเจรจาไม่เสร็จก็อาจจะขยายให้ต่อก็เก็บขั้นต่ำ 10% ไปก่อน หรือเจรจาแล้วได้ออกมาแถว ๆ อัตราภาษี 20-25% ซึ่งก็มีความเสี่ยงค่อนข้างมากว่าจะโดนเก็บภาษีแถว ๆ นี้ หรือเลวร้ายสุด เจรจาไม่รู้เรื่อง กลับไปโดนเก็บภาษีตอบโต้ที่ 36% ก็ได้

ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทย วิเคราะห์ว่า ตามที่เวียดนามบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐเก็บภาษีตอบโต้ 20% สำหรับสินค้าเวียดนาม และ 40% สำหรับสินค้าที่ประเทศอื่นส่งออกผ่านเวียดนามนั้น การบรรลุข้อตกลงนี้คาดการณ์จะหนุนเศรษฐกิจเวียดนามโต 6.7% ในปี 2568 ส่วนประเทศไทยเจอ “โจทย์ยาก” ที่ต้องบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐก่อนเส้นตาย โดยที่ไทยไม่เสียเปรียบสหรัฐมากเกินไป และต้องได้อัตราภาษีที่ไม่สูงกว่าคู่แข่งในอาเซียนด้วย

ทั้งนี้อัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ที่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศจะเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าหลังวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นเส้นตาย ในกลุ่มประเทศอาเซียนพบว่า มีเพียงประเทศเวียดนามประเทศเดียวที่สามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐได้ โดยเวียดนามจะถูกเรียกเก็บภาษีที่ 20% จากเดิมที่อัตรา 46%, ไทยยังอยู่ในระหว่างการเจรจาอัตราภาษีตอบโต้ ขณะนี้ยังคงอยู่ที่ 36%, อินโดนีเซีย 32%, มาเลเซีย 24%, กัมพูชา 49%, สิงคโปร์ 10%, ฟิลิปปินส์ 17%, เมียนมา 44% และ สปป.ลาว 48%

หากไม่นับประเทศกัมพูชา-สปป.ลาว-เมียนมา ซึ่งไม่ใช่ประเทศคู่แข่งขันในตลาดสหรัฐโดยตรงกับประเทศไทยแล้ว พบว่า ในขณะนี้อัตราภาษีตอบโต้ของไทยที่จะถูกเรียกเก็บหลังวันที่ 9 กรกฎาคม “สูงที่สุดในกลุ่มประเทศคู่แข่งขันในอาเซียน” หากไทยยังไม่สามารถบรรลุผลการเจรจา หรืออยู่ในกลุ่มประเทศที่สหรัฐส่งหนังสือระบุอัตราภาษีที่จะต้องจ่ายหลังวันที่ 1 สค. คราวละ 10 ประเทศ ซึ่งจะมีอัตราภาษีตั้งแต่ 60-70% ไปจนกระทั้ง 10% และ 20%

ภาษี 36% อาหารแข่งไม่ได้

ดร.องอาจ กิตติคุณชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน) ในฐานะนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป (TFPA) กล่าวว่า ยังติดตามการเจรจาการค้าไทย-สหรัฐอยู่ว่า ไทยจะถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราเท่าใด จะเป็น 10% หรือ 36% แต่ ณ ตอนนี้ (ยังไม่ถูกเก็บภาษีตอบโต้) การส่งออกสินค้าอาหารไปยังตลาดสหรัฐยังคงดำเนินการส่งออกได้เหมือนตอนที่อยู่ในช่วงระยะเวลาผ่อนผัน 90 วัน

แต่หลังจากครบ 90 วันแล้วถ้าอัตราภาษีตอบโต้เป็น 36% การส่งออกสินค้าอาหาร “จะลำบาก” หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งคือ เวียดนาม ที่เสียภาษีตอบโต้ต่ำกว่า (ร้อยละ 20) “ผู้ส่งออกไทยเดือดร้อนแน่ แต่ถ้าถูกเก็บภาษีตอบโต้ในอัตราเดียวกันกับคู่แข่งก็ยังมั่นใจได้ว่า การส่งออกสินค้าอาหารไทยยังคงแข่งขันได้ เราต้องติดตามว่า การเจรจาจะสิ้นสุดเมื่อใด อัตราภาษีสุดท้ายเป็นเท่าไหร่ และนำมาเปรียบเทียบกับคู่แข่งในสินค้ากลุ่มเดียวกัน เช่น ทูน่า สับปะรด เครื่องปรุงรส เป็นต้น” ดร.องอาจกล่าว

ด้านนายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ถ้าไทยถูกเก็บภาษีตอบโต้ 36% “ข้าวหอมมะลิไทยไปสหรัฐลำบากแน่” โดยจะพบว่า ราคาข้าวหอมมะลิไทยจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 1,500 เหรียญ/ตัน จากปัจจุบันที่ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 1,100 เหรียญ FOB (คำนวณจากอัตราภาษี 10% Baseline) แต่ถ้าอัตราภาษีตอบโต้ไทยอยู่ที่ 20% เท่ากับเวียดนามก็ “ยังเหนื่อย” เพราะราคาข้าวไทยเฉลี่ยอยู่ที่ 1,200-1,300 เหรียญ/ตัน

“ผมมองว่า อัตราภาษีที่ไทยถูกเรียกเก็บ หากมีอัตราสูงขึ้นกว่าที่เก็บอยู่ในปัจจุบัน (10%) เราจะได้รับผลกระทบแน่ การแข่งขันจะลำบาก หากเทียบกับคู่แข่งที่มีราคาถูกกว่าข้าวไทย ดังนั้นการส่งออกข้าวไทยไปสหรัฐในช่วงไตรมาส 3 เชื่อว่า จะเห็นภาพลดลงประมาณ 30% ส่วนไตรมาส 4 ยังต้องรอลุ้นอีกครั้ง” นายชูเกียรติกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลุ้นอัตราภาษีตอบโต้ ‘ทรัมป์’ กังวลเวียดนามปิดดีลต่ำกว่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...