Google เผชิญการฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 12,000 ล้านยูโร จากเว็บไซต์ยุโรป ฐานผูกขาดผลการค้นหา
Google เผชิญการฟ้องเรียกค่าเสียหายกว่า 12,000 ล้านยูโร จากเว็บไซต์ยุโรป ฐานผูกขาดผลการค้นหา โดยล่าสุดมีคดีแพ่งอย่างน้อย 12 คดีใน 7 ประเทศ
วันที่ 13 พฤษภาคม 2568 เวลา 11.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บริษัท Alphabet Inc. เจ้าของ Google กำลังเผชิญการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายรวมอย่างน้อย 12,000 ล้านยูโร จากเว็บไซต์เปรียบเทียบราคาหลายสิบแห่งทั่วสหภาพยุโรป ซึ่งกล่าวหาว่า Googleแย่งลูกค้าและทำลายธุรกิจของตน
คดีเหล่านี้เชื่อมโยงกับคำตัดสินของคณะกรรมาธิการยุโรปเมื่อปี 2560 ซึ่งปรับ Googleเป็นเงิน 2.4 พันล้านยูโร ฐานใช้อำนาจเหนือตลาดค้นหาละเมิดกฎหมายแข่งขัน โดยการจัดอันดับผลลัพธ์เพื่อส่งเสริมบริการเปรียบเทียบราคาของตนเองให้ได้เปรียบกว่าคู่แข่ง หลังคำตัดสินนั้น มีการยื่นฟ้องร้องต่อเนื่อง (follow-on suits) เป็นจำนวนมาก แต่คดีส่วนใหญ่ถูกระงับไว้หลายปีระหว่างที่ Googleยื่นอุทธรณ์ กระทั่งเมื่อปีที่แล้ว ศาลตัดสินยืนยันว่า Googleกระทำผิดจริง ทำให้ผู้ฟ้องในยุโรปไม่ต้องพิสูจน์ประเด็นเรื่องการผูกขาดอีกต่อไป และคดีหลายคดีจึงเริ่มเดินหน้า
Bloomberg ระบุว่าขณะนี้มีอย่างน้อย 12 คดีที่กำลังดำเนินอยู่ใน 7 ประเทศทั่วยุโรป โดยใน 9 คดีนั้น มูลค่าการเรียกร้องรวมกันเกิน 12,000 ล้านยูโร คดีความเหล่านี้ถือเป็นแนวรบใหม่ของ Google ในยุโรป และหากผู้ฟ้องชนะคดี อาจสร้างแรงจูงใจให้บริษัทอื่น ๆ ลุกขึ้นมาเอาผิดเช่นเดียวกัน
ศาสตราจารย์ Christian Kersting จากมหาวิทยาลัยดึสเซลดอร์ฟ กล่าวว่า คดีเรียกร้องทางแพ่งมักมีมูลค่าหลายเท่าของค่าปรับจากคณะกรรมาธิการยุโรป และขณะนี้ Google ยังถูกกระทรวงยุติธรรมสหรัฐกดดันให้แยกธุรกิจด้านโฆษณาและเครื่องมือค้นหาออกจากกัน หลังพ่ายแพ้ในคดีผูกขาด 2 คดีในสหรัฐ
Googleปฏิเสธข้อกล่าวหาในทุกคดี และไม่ได้เปิดเผยจำนวนคดีหรือมูลค่าที่ถูกเรียกร้อง โดยมูลค่าตลาดของ Alphabet อยู่ที่เกือบ 2 ล้านล้านดอลลาร์ ณ ต้นเดือนพฤษภาคม
คดีใหญ่หลายคดีใกล้เข้าสู่การพิจารณาของศาลแล้ว เช่น วันที่ 30 มิถุนายน ศาลในลอนดอนจะพิจารณาคดีเรียกร้อง 1 พันล้านปอนด์ หรือราว 1.6 พันล้านดอลลาร์ ของเว็บไซต์ Kelkoo และ Foundem ที่ปัจจุบันปิดกิจการไปแล้ว เดือนกันยายนศาลในอัมสเตอร์ดัมจะไต่สวนคดีของ Compare Group จากเนเธอร์แลนด์
เดือนตุลาคมจะมีการพิจารณา 2 คดีในฮัมบูร์ก และอีก 2 คดีในเบอร์ลินเดือนพฤศจิกายน รวมถึงคดีของ Idealo ซึ่งเป็นของกลุ่ม Axel Springer มูลค่า 3.3 พันล้านยูโร Google ยังต่อสู้กับคดีของเว็บไซต์ Pricerunner จากสวีเดน มูลค่า 2.1 พันล้านยูโร และของ Ceneo จากโปแลนด์ มูลค่า 500 ล้านยูโร
นอกจากนี้ยังมีคดีใหม่ทยอยยื่น เช่น คดีมูลค่า 900 ล้านยูโร ที่ยื่นในอัมสเตอร์ดัมเมื่อเดือนที่แล้ว โดยรวมเว็บไซต์เยอรมันที่ปิดกิจการไปแล้วชื่อ PreisRoboter และ KuantoKusta จากโปรตุเกส ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท LitFin ด้าน Moltiply Group จากอิตาลี ก็ประกาศยื่นหนังสือแจ้ง Google เรื่องการเรียกร้องค่าเสียหาย 2.97 พันล้านยูโร สำหรับความเสียหายที่เว็บไซต์ Trovaprezzi ได้รับในช่วงปี 2553–2560
ผู้ฟ้องบางรายยังได้เพิ่มยอดเรียกร้องและหาผู้สนับสนุนทุนฟ้องร้องเพิ่มเติม โดยกล่าวหาว่า Googleยังละเมิดคำสั่งของอียูจากปี 2560 โดยจัดอันดับผลการค้นหาเพื่อเอื้อประโยชน์ตนเอง ทำให้ได้เปรียบในการแย่งทราฟฟิกและกำไรจากเว็บไซต์อื่น ๆ
Albrecht von Sonntag ผู้ร่วมก่อตั้ง Idealo กล่าวในเดือนกุมภาพันธ์ว่า“อินเทอร์เน็ตไม่ควรตกอยู่ในมือของกลุ่มผูกขาดจนทำร้ายผู้บริโภค การแข่งขันที่เป็นธรรม และเศรษฐกิจยุโรป” โดยบริษัทของเขาได้เพิ่มยอดเรียกร้องจากเดิม 500 ล้านยูโร เป็น 3.3 พันล้านยูโร
Googleปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยโฆษกระบุว่า ตั้งแต่ปี 2560 ได้มีการเปิดระบบแสดงโฆษณาสำหรับเว็บไซต์เปรียบเทียบราคา ซึ่งช่วยให้คู่แข่งเข้าร่วมได้อย่างเท่าเทียม และปัจจุบันมีเว็บไซต์ที่ใช้ระบบนี้กว่า 1,550 แห่ง ทั่วยุโรป เพิ่มจากเพียง 7 แห่งในปี 2560
ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2560 อียูได้สั่งปรับGoogle รวมประมาณ 8 พันล้านยูโร ในคดีผูกขาดหลายกรณี ได้แก่ ค่าปรับ 2.4 พันล้านยูโรในคดีเปรียบเทียบราคา, 4.34 พันล้านยูโรในคดี Android และ 1.49 พันล้านยูโรในคดีโฆษณา โดยGoogle กำลังอุทธรณ์ค่าปรับ Android และค่าปรับในคดีโฆษณาถูกศาลล่างยกเลิกแล้ว แต่คณะกรรมาธิการยุโรปยังอาจอุทธรณ์ต่อได้
แม้จะมีคำตัดสินจากอียูเป็นฐาน แต่คดีแพ่งเหล่านี้ก็ยังไม่ชนะโดยอัตโนมัติ เพราะผู้ฟ้องยังต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า ความเสียหายทางธุรกิจเกิดจากการกระทำของ Google จริง ๆ ไม่ใช่จากปัจจัยอื่น เช่น ความผันผวนของตลาด หรือกลยุทธ์ธุรกิจที่ผิดพลาด
ศาสตราจารย์ Kersting กล่าวว่า “จุดนี้เองที่ทำให้การพิสูจน์คดีแพ่งยุ่งยากและใช้เวลานานมาก” และหากGoogle แพ้คดีแต่ปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน ผู้ฟ้องอาจต้องขอศาลในสหรัฐให้บังคับใช้คำพิพากษา ซึ่งอาจกระตุ้นให้ทำเนียบขาวโต้กลับ โดยก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีทรัมป์เคยโจมตีอียูว่ากลั่นแกล้งบริษัทเทคโนโลยีอเมริกัน
ในขณะเดียวกันปัญหาทางกฎหมายของ Googleก็ไม่ได้จำกัดแค่ยุโรป ปีที่แล้ว Yelp Inc. ได้ยื่นฟ้องในซานฟรานซิสโก กล่าวหาว่า Googleใช้อำนาจเหนือตลาดเพื่อให้รีวิวจากระบบของตนเองแสดงผลดีกว่าคู่แข่ง ซึ่งGoogle ปฏิเสธว่าไม่มีมูลความจริง
อ้างอิง : bloomberg.com