โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รายงานพิเศษ : PIS จับกระแสภัยไซเบอร์พุ่ง พัฒนาโซลูชั่น Cybersecurity ช่วยหนุนรายได้ปีนี้โตแกร่ง

Share2Trade

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 06.06 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 06.06 น. • Share2Trade

แคสเปอร์สกี้ ระบุเหตุการณ์ร้ายไซเบอร์ในประเทศไทยช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีสถิติที่น่าจับตามอง โดยในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 พบเหตุการณ์อันตรายทางไซเบอร์จำนวน 64,609 ครั้ง ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มขึ้นเป็น 196,078 ครั้ง และ 223,700 ครั้งในไตรมาสที่ 2 ปี 2567 และ 2568 ตามลำดับ

ข้อมูลสำคัญจากรายงานแคสเปอร์สกี้อีกประการหนึ่ง ชี้ว่าประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีจำนวนเหตุการณ์อันตรายที่เกิดจากเซิร์ฟเวอร์ที่ถูกบุกรุกแตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยประเทศไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ตรวจพบจำนวนที่เพิ่มขึ้น แต่อินโดนีเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์กลับมีจำนวนลดลง ทั้งนี้สิงคโปร์ยังคงมีจำนวนเหตุการณ์อันตรายสูงสุดในภูมิภาคในไตรมาสที่ 2 นี้ที่ 4,995,653 ครั้ง
ซึ่งรายงานดังกล่าวของแคสเปอร์สกี้นี้สอดคล้องกับสถิติภัยคุกคามทางไซเบอร์ล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ หรือ สกมช. ที่ระบุภัยคุกคามหลักที่ตรวจพบในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2568 คือความพยายามบุกรุก (41%) และความปลอดภัยของเนื้อหา (20%) ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า รายงานยังแสดงให้เห็นว่าภาคการศึกษา (26%) ภาครัฐ (20%) และภาคการเงิน (17%) เป็นองค์กรเป้าหมายการโจมตีหลักของประเทศไทย
เบญจมาศ จูฑาพิพัฒน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทย แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า "ภัยคุกคามทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นในประเทศไทยนั้นเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งพื้นที่ดิจิทัลที่กว้างขึ้น การนำดิจิทัลมาใช้รวดเร็วขึ้น และจำนวนผู้ก่อภัยคุกคามที่มีความช่ำชองที่เพิ่มขึ้น การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของไทยได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการริเริ่มต่างๆ เช่น ประเทศไทย 4.0 การนำคลาวด์มาใช้ และโมบายแบงก์กิ้ง ทำให้จำนวนบริการออนไลน์และอุปกรณ์เชื่อมต่อเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดิจิทัลฟุตปริ้นต์ที่ใหญ่ขึ้นทำให้อาชญากรไซเบอร์มีช่องทางเพื่อโจมตีได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากระบบนั้นไม่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างเหมาะสม"
ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง หนุนธุรกิจบมจ.โปร อินไซด์ (PIS) ที่ให้บริการวางกลยุทธ์พัฒนาโซลูชั่น AI Generative, ระบบ Cloud-native และ Cybersecurity ซึ่ง “เบญญาภา เฉลิมวัฒน์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PIS ระบุ กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ มีการขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มใหม่ๆ พร้อมพัฒนาโซลูชันที่สอดคล้องความต้องการของลูกค้าและสามารถปรับตัวได้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบัน เช่น การประยุกต์ใช้ AI Generative, ระบบ Cloud-native, Cybersecurity และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง (Advanced Analytics) รวมถึงพัฒนาบุคลากรในทักษะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก เพื่อเสริมศักยภาพในการแข่งขัน ซึ่งเป็นการดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกในการกระจายความเสี่ยงของบริษัทฯ ให้สามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 2/68 ยังคงมีทิศทางที่ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1/68 โดยปัจจัยหนุนจากการทยอยรับรู้รายได้จากโครงการของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ โดยบริษัทฯมีงานในมือที่ชนะการประมูลและรอรับรู้รายได้ในอนาคตกว่า 5,350 ล้านบาท ผลักดันผลการดำเนินงานในช่วง 1-3 ปีข้างหน้าเติบโตต่อเนื่อง
"มั่นใจว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/68 และช่วงที่เหลือของปีนี้ จะเติบโตได้ดีจากงานในมือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมและยื่นประมูลงานในหลายโครงการ และมีโอกาสที่จะได้รับงาน ผลักดันรายได้รวมในปีนี้แตะที่ระดับ 3,000 ล้านบาท สร้างสถิติสูงสุดใหม่ ตามเป้าหมายที่วางไว้" นางสาวเบญญาภา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...