โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ดีเอสไอ ตรวจรันเวย์ สนามบินขนงพระ ปมสร้างทับทางสาธารณประโยชน์ พบไม่ขออนุญาต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 06.56 น.

DSI ตรวจรันเวย์ สนามบินขนงพระ สร้างทับทางสาธารณประโยชน์ ไม่พบว่ามีการขออนุญาต โที่ใช้เป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคลในบริเวณพื้นที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้ พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พันตำรวจตรี นิมิตร พรหมมา รองผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าพบรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประชุมหารือให้ได้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ ทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่สนามบินส่วนบุคคล ในบริเวณพื้นที่ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายภัทรพงศ์ ศุภักษร ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว การขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางวิ่ง (Runway) ของอากาศยานในสนามบินขนงพระ โดยปรากฏภาพข่าวว่า ถนนสาธารณะดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ

ซึ่งมีพฤติการณ์เป็นการใช้ถนนสาธารณะ เพื่อเป็นทางวิ่งอากาศยานส่วนบุคคล ยาวประมาณ 1.5 กิโลเมตร เนื่องจากเป็นทางสาธารณะที่ประชาชนใช้สัญจรร่วมกันมาเป็นเวลานาน ก่อให้เกิดความเดือนร้อนและความไม่ปลอดภัยต่อคนในพื้นที่ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้ดำเนินการ

จากการประชุมร่วมกันได้ข้อเท็จจริง ดังนี้

1. พื้นที่บริเวณทางวิ่งของอากาศยานในสนามบินขนงพระตามข้อร้องเรียนอยู่ในความดูแลของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ดังนั้น การขออนุญาตใช้พื้นที่ดังกล่าว จึงเป็นอำนาจของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่กรณีการขออนุญาตก่อสร้างสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงทางวิ่งของอากาศยาน (Ranway) อำนาจการอนุญาตเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งในส่วนนี้องค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระเกี่ยวข้องในขั้นตอนการอนุญาต แต่ขอตรวจสอบข้อมูลและส่งมอบเอกสารให้กรมสอบสวนคดีพิเศษในภายหลัง

2. กรณีทางวิ่งของอากาศยานในสนามบินดังกล่าว จะมีการสร้างทับทางสาธารณประโยชน์หรือไม่นั้น เรื่องขั้นตอนการขออนุญาตนั้น เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในอำนาจของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง อบต.ขนงพระจึงไม่ทราบเรื่อง แต่สนามบินจากการตรวจสอบข้อมูลโดยกองช่าง ไม่พบว่ามีการขออนุญาต ย้อนหลังไปถึงปี พ.ศ. 2550 ไม่พบข้อมูลการขออนุญาตในการก่อสร้างทางวิ่งของอากาศยานต่อ อบต.ขนงพระ แต่อย่างใด

ในเวลาต่อมา พันตำรวจตรี ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะฯ ได้ร่วมกับรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลขนงพระ ผู้อำนวยการกองช่าง พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ของ อบต.ขนงพระ เข้าร่วมตรวจสอบพื้นที่บริเวณทางสาธารณะที่อยู่ในบริเวณทางวิ่งสนามบิน ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วพบว่า ทางสาธารณะดังกล่าว มีความกว้างประมาณ 3.5 เมตร ยาวประมาณ 450 เมตร มีทางวิ่งอากาศยานหรือรันเวย์ตามข้อร้องเรียนจริง รันเวย์มีความกว้างประมาณ 19เมตร ยาวประมาณ 1000 เมตร พาดผ่านทางสาธารณะ

โดยทางสาธารณะเมื่อผ่านรันเวย์แล้ว จะไปสิ้นสุดบริเวณสนามกอล์ฟเอกชน ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดเขตพื้นที่รับผิดชอบของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง แต่ปรากฏข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากเจ้าหน้าที่กองช่าง อบต.ขนงพระ ชี้แจงว่า จุดสิ้นสุดของเส้นทางสาธารณะดังกล่าว มีทางสาธารณะเชื่อมต่อเข้าไปในสนามกอล์ฟ แต่สภาพไม่ได้เป็นทาง โดยมีการปลูกเป็นสนามหญ้าใช้ประโยชน์ ในสนามกอล์ฟ คณะที่ร่วมตรวจสอบ จึงไม่ได้เข้าไปตรวจสอบในบริเวณสนามกอล์ฟดังกล่าว โดยจะตรวจสอบรายละเอียดในขั้นตอนต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยพันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากประชาชนพบเห็นการบุกรุกทำลายป่า สามารถแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวได้ที่กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือเว็บไซต์กรมสอบสวนคดีพิเศษ www.dsi.go.th หรือ สายด่วนกรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทรฟรีทั่วประเทศ)

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอ ตรวจรันเวย์ สนามบินขนงพระ ปมสร้างทับทางสาธารณประโยชน์ พบไม่ขออนุญาต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...