โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดีเอสไอ เผยพบเส้นเงินโยงขบวนการฮั้ว จ่อออกหมายเรียก100 ผู้ต้องหา คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.41 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.31 น.

อธิบดีดีเอสไอ เผยพบเส้นเงินโยงขบวนการจัดฮั้ว จ่อออกหมายเรียกผู้ต้องหาคดีอั้งยี่-ฟอกเงินลอตแรก คาดจำนวน 100 ราย พฤติการณ์ชัด รับเงินก้อนใหญ่ในห้วงเลือกตั้ง โหวตตามโพยสั่ง พร้อมเจอเส้นเงินสะพัดกว่า 30 จังหวัด สำนวนคืบหน้า 60-70% สอบปากคำพยานไปแล้ว 90 ปาก แย้ม พบเส้นเงินกลุ่มคนใกล้ชิดกรรมการบริหารพรรคดัง โยงขบวนการจัดฮั้ว

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ก.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย นายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เชิญประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพื่อหารือกรอบการสอบสวน สรุปผลการดำเนินการว่าสอบสวนปากคำพยานได้ความอย่างไรบ้าง ความคืบหน้าทางคดี และแนวทางการสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม จะเรียกใครเพิ่มอีกหรือไม่ เนื่องด้วยพฤติการณ์ใด รวมถึงจะดำเนินการเร่งรัดการสอบสวนอย่างไรบ้าง

ซึ่งหากปรากฏพยานหลักฐานชัดเจนจึงจะได้ขยับขั้นตอนไปเป็นการออกหมายเรียกผู้ต้องหา เนื่องด้วยภายหลังจากที่พนักงานสอบสวนได้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลภายในขบวนการจัดฮั้ว กระทั่งมีการออกหมายเรียกพยานมากกว่า 12 ราย ทยอยเข้าให้ปากคำชี้แจงกับพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีการฟอกเงินทางอาญา เนื่องด้วยปรากฏเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับกระบวนการจัดฮั้ว สว. มีการโอนเงินในลักษณะเครือข่ายที่มีการจ้างผู้สมัครใน 3 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ลำพูน และหนองบัวลำภู รวมถึงยังพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวพันกับสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จำนวน 24 จังหวัด อย่างไรก็ตาม คำให้การของพยานส่วนใหญ่ยังคงปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับขบวนการจัดฮั้ว แม้เส้นทางการเงินจะประจักษ์ในช่วงวันเวลาก่อนการเลือก สว. ระหว่างการเลือก สว. และหลังเสร็จสิ้นการเลือก สว.ระดับประเทศ ก็ตาม

บรรยากาศภายในห้องประชุม มี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และนายสุริยน ประภาสะวัต อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 1 เป็นประธาน และมี พ.ต.ท.อนุรักษ์ โรจนนิรันดร์กิจ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายระวี อักษรศิริ ผอ.กองคดีการฟอกเงินทางอาญา เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ และพนักงานอัยการ ร่วมประชุม โดยการประชุมเพิ่งเริ่มต้น คาดอาจใช้เวลาราว 1 ชม. ในการหารือ ก่อนที่อธิบดีดีเอสไอ จะออกมาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในภายหลัง

ต่อมาเวลา 12.00 น. พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นการประชุมร่วมของคณะพนักงานสอบสวน และได้เชิญนายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. ในฐานะผู้แทนสำนักงาน ปปง. และประชุมร่วมกับพนักงานอัยการสำนักงานการสอบสวน โดยในที่ประชุมได้มีการติดตามความคืบหน้าเรื่องการสอบสวนพยาน รวมทั้งสอบถามในส่วนของข้อกฎหมายการฟอกเงิน ได้รับความมั่นใจจาก ปปง. ว่ากรณีดังกล่าว พฤติกรรมของการเตรียมเงินและจ่ายเงินให้กับหัวคะแนนหรือโหวตเตอร์ที่ไปสนับสนุนการกระทำความผิดในครั้งนี้ จะถือเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามนิยามของกฎหมาย ปปง. หรือไม่ ซึ่งเราก็ได้ความชัดเจนตรงนี้

นอกจากนี้ ในการสอบถามเรื่องการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีการจ่ายเงินในหลายพื้นที่ และการสอบสวนเท่าที่ได้รับฟังก็พบความชัดเจนมากขึ้น รับฟังได้ว่ามีมูลในการกระทำความผิดตามที่มีการกล่าวหาเกิดขึ้น ทั้งอั้งยี่และการฟอกเงิน รวมถึงที่ประชุมมีการกำหนดสอบพยานอีกส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะพิจารณาเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหาในโอกาสต่อไป ทั้งนี้ การสอบสวนในตอนนี้มีความคืบหน้าแล้ว 60-70%

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า สำหรับการสอบปากคำพยานในคดีอั้งยี่-ฟอกเงินที่ผ่านมา รวมแล้ว 90 ปาก โดย 90 ปากนี้มีทั้งกลุ่มที่เข้าไปรู้เห็นการวางแผน การทำหน้าที่ต่าง ๆ โดยเป็นการรู้เห็นด้วยตนเอง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเงินด้วย อย่างไรก็ดี ผลการให้ปากคำในส่วนของผู้ที่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้อง มีประมาณ 7-8 ราย แต่เราดูหลักฐานการเดินบัญชี (Statement) เป็นหลัก ว่าการโอนและรับโอนเงินนั้น ส่วนใหญ่พยานจะอ้างว่าเป็นการโอนเงินตามมูลหนี้ แต่เราก็ต้องมาชั่งน้ำหนักอีกทีว่ารับฟังได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น สำหรับพยานในลอตถัดไป จะมีพฤติการณ์ไม่เหมือนกับ 90 รายแรกที่สอบสวนไป โดยมีพฤติกรรมจากเส้นทางการเงิน ซึ่งเราจะพิสูจน์ว่าบรรดาผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาประจำตัว สว. ที่มีการแต่งตั้งมีที่มาอย่างไร เพราะทราบว่ามีเงินบางส่วนได้ถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่ม ก็ต้องติดตามตรวจสอบต่อไป
เมื่อถามว่ามีรายชื่อ สส.ที่จะต้องเข้าให้ปากคำในฐานะพยานบ้างหรือไม่นั้น

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ยอมรับว่ามีทุกกลุ่มแน่นอน ซึ่งหมายเรียกพยานนั้น เมื่อหมดลอตถัดไป (กลุ่มที่ปรึกษาของ สว.) ก็จะพิจารณาเรื่องหมายเรียกผู้ต้องหา ประมาณ 1 เดือน จะเห็นความคืบหน้าที่ชัดเจนมากขึ้น หรืออาจเป็นขั้นตอนเรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเลยก็ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการได้มาของพยานหลักฐาน โดยการฟอกเงิน พฤติกรรมคือการรับโอนเงินและทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ส่วนอั้งยี่ คือ การเป็นคณะบุคคลหรือจัดตั้งเป็นคณะบุคคล ปกปิดวิธีดำเนินการ เพื่อไปกระทำการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตอนนี้มันก็ชัดแล้วว่ามีการจัดตั้งคณะขึ้นมาและแบ่งหน้าที่กันทำ การฮั้วนั้น พฤติกรรมแวดล้อมมันจะบ่งบอก อย่างช่วงเลือกตั้งบางทีไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมีการรับโอนเงินเงินก้อนใหญ่ หรือเงินกระจายไปยังบุคคลอื่นหลาย 10 เส้น และบุคคลเหล่านั้นก็ไปสมัครสมาชิกวุฒิสภาในช่วงนั้น แล้วก็มีการเลือกคนที่อยู่ในโพย ซึ่งมันก็มีความโยงใยกัน จึงยืนยันว่าเราไม่ได้ดูแค่พยานหลักฐานเรื่องเส้นทางการเงินเพียงอย่างเดียว และตอนนี้ทราบว่าเส้นทางการเงินกระจายมากกว่า 30 จังหวัด

พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยอีกว่า สำหรับคดีฮั้ว สว.ที่รับผิดชอบโดยคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน กับคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน ที่รับผิดชอบโดยดีเอสไอนั้น โดยหลักการแล้วจะไม่ยึดโยงกัน แต่ว่าสนับสนุนเอื้อซึ่งกันและกัน ฉะนั้น ไม่ได้หมายความว่าหากบุคคลใดโดนดำเนินคดีในส่วนของ กกต. แล้วจะต้องถูกดำเนินคดีอั้งยี่-ฟอกเงินด้วย ไม่จำเป็น มันขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน โดยดีเอสไอเองอาจจะขอพยานหลักฐานหรือความเห็นในส่วนของ กกต. มาประกอบสำนวนด้วยได้ โดยตนจะไม่ขอตอบในส่วนของการดำเนินการของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน เพราะมันเป็นส่วนของ กกต. แม้ดีเอสไอส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมก็ตาม แต่ก็เป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่น ซึ่งมาตราฐานความผิดใด ก็ต้องเป็นอำนาจของคณะอนุกรรมการ

เมื่อถามจำนวนเป้าหมายผู้ที่เข้าข่ายกระทำความผิด พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า รวม ๆ แล้วของดีเอสไอ และ กกต. อาจมีอย่างน้อยประมาณหลักร้อยคน แต่ก็ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เนื่องจากการสอบสวนเอาผิดใคร มันไม่สามารถระบุเจาะจงจำนวนได้ แต่ดูตามพยานหลักฐานว่าเชื่อมโยงถึงใครที่เกี่ยวข้องบ้าง จึงจะมีการพิจารณาว่าบุคคลใดร่วมกันกระทำความผิดความ เป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน แต่ถ้ามองคร่าว ๆ ตอบได้ว่ามีหลักร้อยคน

เมื่อถามว่าจากการดูเรื่องเส้นทางการเงิน พบว่ามีความเชื่อมโยงไปยังนักการเมืองท้องถิ่นกับขบวนการจัดฮั้วบ้างหรือไม่ พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ยอมรับว่ามี แต่ขอสงวนเรื่องรายละเอียดไว้ก่อน ส่วนเชื่อมโยงถึงระดับกรรมการบริหารพรรคการเมืองหรือไม่นั้นยืนยันว่าเงินตอนนี้ยังไม่ถึงขนาดนั้น แต่พบว่าเชื่อมโยงถึงกลุ่มคนใกล้ชิดของกรรมการบริหารพรรค

เมื่อถามถึงกรณีที่ กกต. ยกคำร้อง 206 ผู้สมัคร สว. ระดับอำเภอ จ.อำนาจเจริญ เนื่องจากไม่พบเส้นเงินจ้างลงสมัคร ขณะที่ทางนางสุขสมรวย วันทนียกุล ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทย บอกว่า มีการบ่งชี้แล้วว่าไม่มีการจัดฮั้ว

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ในส่วนของ กกต. ตนไม่อยากพูด เพราะไม่ได้ไปรู้เห็นในเรื่องดังกล่าว แต่ถามว่ามันจะเกี่ยวกันหรือไม่ มันไม่เกี่ยวกัน เป็นคนละเหตุการณ์คนละส่วน และพยานหลักฐานก็คนละชุดกัน เหตุการณ์ก็คนละเหตุการณ์ แม้ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะเป็นคนเดียวกันก็ตาม แต่มันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ส่วนจะดำเนินการสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน อย่างเร็วที่สุด ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่าจะทำสำนวนตีคู่ขนานไปกับคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน (7 อรหันต์)

แต่ขอย้ำว่าการดูเรื่องเส้นทางการเงิน ก็ต้องดูว่ามีความสมบูรณ์หรือไม่ และพยานหลักฐานในส่วนขององค์ประกอบอั้งยี่ จะต้องมีการสอบสวนปากคำใครเพิ่มเติม หรือต้องไปดูเอกสารใดบ้าง อีกทั้งในส่วนของความผิดฐานฟอกเงิน เราจะตัดกรอบแค่ไหน เพราะการโอนเงินมันกระจายเป็นกลุ่มจังหวัด เราจะพิจารณาอย่างไร อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ที่ดีเอสไอจะกันพยานไว้ หากพยานคนนั้นอยู่ในเงื่อนไขที่ไม่ใช่บุคคลสำคัญ และยังให้การเป็นประโยชน์ และมั่นใจได้ว่าพยานรายนั้นจะสามารถเบิกความเป็นประโยชน์ต่อคดี จนเอาผิดถึงตัวการสำคัญได้ ส่วนหลังจากนี้เราจะโฟกัสเรื่องพยานหลักฐาน โดยเราจะเน้นการสอบสวนให้เห็นว่าการกระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเกิดขึ้นแล้ว แต่ใครที่จะต้องรับผิดในส่วนใดบ้างก็ต้องพิจารณาเป็นรายไป

เมื่อถามถึงฐานความผิดต่าง ๆ ใน พ.ร.ป.สว.61 และมาตรา 113 ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่มีการดำเนินคดีนั้น กกต. จะมีการแยกสำนวนอย่างไร เพราะ พ.ร.ป.สว.61 ตามหลักการต้องส่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขณะที่มาตรา 113 แห่ง รธน.60 จะต้องให้ กกต. ส่งศาลรัฐธรรมนูญนั้น พ.ต.ท.อนุรักษ์ กล่าวว่า มาตราความผิดใดเกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้งก็เป็นอำนาจของ กกต. ที่จะพิจารณา แต่ในทางปฏิบัติ ทาง กกต. อาจต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีกชุดเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ ทราบว่าสำนวนการไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน คณะที่ 26 จะดำเนินการเสร็จภายในวันนี้ ส่วนจำนวนผู้ถูกดำเนินคดียังไม่เรียบร้อยเท่าไร รอทางประธานคณะกรรมการ กกต. อาจจะมีการแถลง

ด้าน นายวิทยา กล่าวว่า วันนี้ทางดีเอสไอ เชิญ ปปง. มาให้ความเห็นทางคดีเกี่ยวกับความผิดมูลฐานฟอกเงิน และเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน แบ่งเป็น 1.ทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด 2.ทรัพย์สินที่ช่วยสนับสนุนการกระทำความผิด และ 3.บุคคลที่เกี่ยวข้องกับตัวทรัพย์สิน เป็นเรื่องของคดีอาญาฟอกเงิน ฉะนั้น เมื่อถึงวันที่ดีเอสไอ ต้องดำเนินคดีฐาน “อั้งยี่-ฟอกเงิน” กับบุคคลใด ปปง. จะเข้ามาตรวจสอบเรื่องการสืบทรัพย์สินเพื่อออกคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์ชั่วคราวนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องหารือกัน เพราะ ปปง. เข้ามาดูจะต้องมีความชัดเจน และประชาชนก็ให้ความสำคัญ ส่วนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดในขณะนี้ ยังให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สามารถเข้ามาชี้แจงได้ สำหรับเส้นทางการเงินเชื่อมโยงบุคคลจำนวนมากที่เกี่ยวข้อง แต่มูลค่ายังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องมีความชัดเจนตามพยานหลักฐาน เพราะต้องส่งสำนวนชั้นอัยการและศาลในขั้นตอนกฎหมาย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดีเอสไอ เผยพบเส้นเงินโยงขบวนการฮั้ว จ่อออกหมายเรียก100 ผู้ต้องหา คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...