โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

BAM ขายที่ดิน 1.45 พันล้านบาท โบรกฯ คาดบุ๊กกำไร 348 ล้านบาท มีลุ้นปิดดีลก้อนใหญ่อีกกว่าพันล้าน

Share2Trade

อัพเดต 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2568 เวลา 06.13 น. • Share2Trade

BAM ประกาศข่าวดี ขายที่ดินแปลงใหญ่ได้ถึง 1,450ล้านบาทในจังหวัดเชียงใหม่ โบรกฯ คาดมีกำไรจากการขาย 348 ล้านบาท หนุนผลงานไตรมาส 2/68 โตเด่น แถมยังมีลุ้นปิดดีลเพิ่มอีก 1 พันล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” ชูหุ้นมูลค่าถูก

BAM ขายที่ดิน_S2T (เว็บ)_0.jpg

ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM กล่าวว่า BAM สามารถสร้างยอดขายจากการจำหน่ายทรัพย์แปลงใหญ่ได้ถึง 1,450ล้านบาท โดยทรัพย์ดังกล่าวเป็นที่ดินเปล่าจำนวน 50แปลง ตั้งอยู่ที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่รวม 26-3-37.40ไร่

ทั้งนี้ทิศทางในการขายทรัพย์ของ BAM มีแนวโน้มที่ดี โดยเห็นได้จากการไปร่วมออกบูธในงาน Money EXPO ที่สามารถกวาดยอดเสนอซื้อทรัพย์ได้สูงถึง 278ล้านบาท จากเป้าหมาย 200ล้านบาท ซึ่งภาพรวมทรัพย์มือสองยังเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งผู้บริโภครายย่อยและนักลงทุน

โดยจากข้อมูลที่น่าสนใจนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ยอดขายทรัพย์มือสองสูงกว่าทรัพย์มือหนึ่ง ด้วยเหตุผลราคาที่ดิน รวมถึงค่าวัสดุก่อสร้าง และค่าแรงงานของทรัพย์มือหนึ่ง มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 3-5%

ขณะที่หลายคนมองว่าแม้การลงทุนในทองคำหรือหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ผลตอบแทนสูงถึง 6-7%แต่ยังเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่การลงทุนในทรัพย์ NPA ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดินเปล่า คอนโดมิเนียม ฯลฯ ถือเป็นการลงทุนที่ปลอดภัย (safe investment) และให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าถึง 3ต่อ คือมีส่วนลดจากราคาประเมิน 10-16%มี Capital Appreciation 3-5%และมี Rental Yield 7-8%ทำให้ได้รับผลตอบแทนโดยรวม 20-29%

ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการเร่งสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง BAM ได้มีการกำหนดกลยุทธ์โดยมุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายพันธมิตร ในรูปแบบของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ (Strategic Partner) เพื่อเป็นการขยายขอบเขตการดำเนินงานซึ่งจะนำไปสู่การต่อยอดทางธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กร

โดยการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรกลุ่มบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในการพิจารณาคัดเลือกทรัพย์สินรอการขายของ BAM ประเภททรัพย์เพื่อการลงทุน หรือทรัพย์ประเภทโครงการเพื่อให้กลุ่มบริษัทที่เป็นพันธมิตรของ BAM นำไปพัฒนา หรือพิจารณาซื้อทรัพย์ประเภทที่ดินเปล่าเพื่อนำไปสร้างที่อยู่อาศัยในรูปแบบกิจการร่วมทำ เป็นต้น

อย่างไรก็ดีปัจจุบันสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการพิจารณาการปล่อยสินเชื่อ BAM จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรสถาบันการเงินหลายแห่ง อาทิ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารยูโอบี ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เพื่อที่จะได้นำเสนอสินเชื่อเงื่อนไขพิเศษให้กับลูกค้าของ BAM รวมทั้ง BAM ยังมีโปรโมชั่นผ่อนชำระโดยมีโปรผ่อนสบาย ดอกเบี้ย 0% 2ปีแรก เพื่อเป็นทางเลือกในการช่วยให้ลูกค้าสามารถซื้อทรัพย์ของ BAM ง่ายยิ่งขึ้น และจากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวจะช่วยให้ BAM สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องและสร้างการเติบโตทางธุรกิจให้กับ BAM ได้อย่างยั่งยืน

ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) มองว่า ประเด็น BAM รายงานขายที่ดิน จำนวน 50 แปลงที่เชียงใหม่ มูลค่า 1.45 พันล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นราว 50% โดยจะรับรู้รายได้ในไตรมาส 2/68 และคาดช่วยหนุนกำไรไตรมาส 2/68 ให้แข็งแกร่ง

นอกจากนี้ BAM คาดว่าจะมีการขายสินทรัพย์รอการขาย (NPA) มูลค่า 1 พันล้านบาทที่ล่าช้าจากไตรมาส 1/2568 ในเดือนหน้าและจะทยอยปิดดีลกับลูกหนี้ NPL รายใหญ่ในช่วงไตรมาส 2–3/2568 ซึ่งจะช่วยหนุนการเก็บหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็น 8-10 พันล้านบาทในช่วงครึ่งปีหลัง ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ” BAM พื้นฐาน 7 บาท จาก valuation “ถูก” PBV เพียง 0.45 เท่า และให้อัตราปันผลสูงระดับ 6%

ส่วนความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองบวกต่อประเด็นดังกล่าว เพราะจะช่วยให้กาไรสุทธิในไตรมาส 2/2568 ที่ส่วนใหญ่จะเป็น Low Season ของธุรกิจ กลับมาเร่งตัวขึ้นทั้งช่วงเดียวกันของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน

ทั้งนี้ประเมินกำไรจากการขาย NPA ดังกล่าวหลังหักภาษีภายใต้สมมุติฐานอัตรากำไรที่ 30% จะอยู่ที่ 348 ล้านบาท เพิ่มเติมจากฐานกำไรปกติของบริษัทที่ราว 200 ล้านบาท ทำให้เบื้องต้นคาดกำไรสุทธิของ BAM ในไตรมาส 2/2568 จะอยู่ที่ 550 ล้านบาท ขึ้นไป (มี Upside หากอัตรากำไรสูงกว่าคาด หรือบริษัทมีการขาย NPL และ NPA ได้เพิ่มขึ้น)

สำหรับภาพรวมของปี 2568 มีโอกาสทบทวนปรับประมาณการกำไรสุทธิขึ้นจากเดิมที่ 1,625 ล้านบาท หลังบริษัทสามารถปิดการขายที่ดินแปลงใหญ่ได้ อีกทั้งแนวโน้มครึ่งหลังปี 2568 ปกติจะโตจากครึ่งปีแรกตามปัจจัยฤดูกาล จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานเดิมปี 2568 ที่ 8 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...