รัฐบาลญี่ปุ่นออกกฎ คุมการตั้งชื่อเด็กเกิดใหม่ หลังเจ้าหน้าที่รัฐ เผชิญความยากลำบากจากการอ่านชื่อที่ ‘หวือหวา’ ของเด็กรุ่นใหม่
การตั้งชื่อของคนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ๆ กำลังเป็นประเด็นในระดับชาติ
ช่วงหลังๆ มานี้ เราอาจจะได้ยินชื่อคนแบบใหม่ๆ มากขึ้น เช่น ไนกี้, พุดดิ้ง หรือแม้กระทั่ง ปิกาจู ที่ชื่อเหล่านี้เริ่มถูกคนญี่ปุ่นตั้งให้กับลูกๆ ของตัวเองกันมากขึ้น พูดอีกแบบคือ คนญี่ปุ่นพยายามหาตัวคันจิมาใส่ให้กับชื่อเหล่านั้น
เรื่องมันเกิดจากพ่อ-แม่สมัยใหม่ในญี่ปุ่น เริ่มไม่สนใจชื่อเก่าๆ ที่นิยมตั้งกันในสมัยก่อนและหันมาตั้งชื่อลูกแบบแปลกๆ กันมากขึ้นจนทำให้เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ เพราะในบางครั้ง ‘ชื่อ’ ก็สร้างความสับสนในโรงพยาบาล, โรงเรียน และหน่วยงานต่างๆ ที่ไม่รู้ว่าจะออกเสียงเรียกชื่อเหล่านี้อย่างไร
ล่าสุด รัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกกฎใหม่ เพื่อควบคุมการตั้งชื่อลูกในแบบที่ถูกเรียกว่า ‘คิระคิระ’ (KiraKira – ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่าเปร่งประกายระยิบระยับ) ซึ่งในที่นี้หมายถึงชื่อที่มีความหวือหวา ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันจันทร์ (26 พฤษภาคม) ที่ผ่านมา
ซึ่งแน่นอนว่ามีทั้งกระแสตอบรับที่ดีและไม่ดี บางคนบอกว่า ชื่อแบบนี้ก็ดูไม่เป็นอันตรายอะไรนี่ รัฐไม่ควรมาควบคุมหรือเปล่า ขณะที่บางคนมองว่าด้วยชื่อแปลกๆ นี้นี่แหละที่จะทำให้เด็กๆ ถูกคุกคาม หรืออย่างน้อยๆ ก็ยุ่งยากเวลาต้องทำธุระกับราชการ
#ชื่อแบบนี้ไม่ดีตรงไหน?
อธิบายคร่าวๆ ก่อนว่าญี่ปุ่นใช้ระบบการเขียนสามระบบ ได้แก่ คันจิ (อักษรจีน), อักษรฮิรางานะและอักษรคาตากานะ ซึ่งชื่อคนมักจะถูกเขียนด้วยคันจิ ซึ่งตัวอักษรคันจิบางตัว สามารถออกเสียงได้หลายแบบ ซึ่งตามปกติแล้ว คนญี่ปุ่นก็จะเดาการออกเสียงจากบริบท วลี และรูปประโยค
สำหรับชื่อแบบคิระคิระนั้น ได้รับความนิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 1980 โดยผู้ปกครองมักจะเลือกชื่อตามสัทศาสตร์ (phonetics) เช่น อยากได้ชื่อลูกที่ฟังเหมือนปิกาจู ก็จะใช้อักษรคันจิที่ออกเสียงคล้ายๆ กัน แต่ปัญหาคือ ทำให้ครู พยาบาลหรือหมอ ไม่สามารถเดาเสียงชื่อเด็กได้อย่างถูกต้องเท่าไหร่
แต่ถ้าเปรียบเทียบในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีแต่ญี่ปุ่นที่ทำเช่นนี้ สมัยก่อนพ่อแม่ชาวอเมริกันก็มักจะตั้งชื่อลูกที่เขียนด้วยตัวสะกดแปลกๆ มากขึ้นเหมือนกัน อย่างเช่นชื่อ แอชลีย์ ที่ควรจะเป็น Ashley แต่กลายเป็น Ashleigh แทน
ซึ่งกฎใหม่ของรัฐบาลญี่ปุ่นมีจุดมุ่งหมายเพื่อจำกัดความยุ่งยากนี้ออกไป และอนุญาตให้ใช้เสียงตัวอักษรคันจิที่ทั่วไปยอมรับเท่านั้น โดยผู้ปกครองจะต้องระบุการอ่านออกเสียงชื่อลูกในทะเบียน และหากเจ้าหน้าที่พบว่าเสียงของชื่อไม่ตรงกับการออกเสียงตัวอักษรตามปกติ ก็อาจถูกปฏิเสธชื่อนั้นหรือเรียกขอเอกสารเพิ่มเติมได้
อ้างอิงจาก