ชาวบ้านสุดทนโวยหนุ่มนะยะอ้างเป็นร่างทรงเปิดบทสวดและเพลงเสียงดังลั่นหมู่บ้านเช้ายันค่ำ
สุดจะทน! ชาวบ้านที่ ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี โวยหนุ่มเพื่อนบ้าน เปิดบทสวดมนต์ต่อด้วยเพลงลูกทุ่งหมอลำ ผ่านลำโพงที่วางไว้หน้าบ้าน หันหน้าออกมาทางหน้าบ้าน ตั้งแต่เช้ามืดยันค่ำ เดือดร้อนรำคาญมานานกว่า 3 ปี พูดคุยเจรจาถูกด่ากลับ แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แจ้งตำรวจหลายครั้งแต่ก็ยังไม่เป็นผล วอนหน่อยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขให้เด็ดขาด
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ช่วงเย็นของวันที่ 13 มกราคม 2566 นายพงษ์เทพ สิทธิพรหม ผญบ.บ้านเชียง ม.2 ต.บ้านเชียง อ.หนองหาน จ.อุดรธานี นำชาวบ้านให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าว และพาไปตรวจสอบที่บ้านปูนชั้นเดียวหลังหนึ่ง ภายในซอยพ่อคำพันธุ์ 1 ที่อยู่ภายในหมู่บ้าน ห่างจากพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติบ้านเชียง ประมาณ 2 กม. โดยพบว่าที่บ้านปิดเงียบเหลือเพียงหลานชายคนเดียวเฝ้าบ้าน และมีสุนัขอีกประมาณ 3 ตัว อยู่ในรั้วบ้าน ส่วนนายมีชัย ประทิพเลิศ หรืออ๊อด อายุ 49 ปี ผู้เป็นลุง ออกจากบ้านไปแล้ว ทราบว่าจะเข้ามาพักอยู่ในตัวเมืองอุดรธานี และไม่สามารถติดต่อได้
ชาวบ้านร่วมกันให้ข้อมูลว่า นายอ๊อดมีนิสัยตุ้งติ้ง มีบ้านอยู่ริมอ่างเก็บน้ำบ้านเชียง เมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน เคยเข้ามาทำงานบาร์เกย์อยู่ในตัวเมืองอุดรธานี หลังจากนั้นกลับมาเปิดร้านคาราโอเกะที่บ้านตัวเอง ทำได้ไม่นานก็ปิดตัวลง เนื่องจากบ้านหลุดจำนองถูกยึดไป ก่อนมาอาศัยบ้านหลังนี้ที่เป็นบ้านของน้องสาว ปี 2540 เริ่มอ้างตัวเป็นร่างทรงของปู่ขุนเชียงสวัสดิ์ ซึ่งชาวบ้านก็ไม่เห็นด้วย เพราะเป็นสิ่งศักสิทธิ์ที่ชาวบ้านบ้านเชียงเคารพนับถืออย่างมาก แต่ก็เริ่มมีคนหลงเชื่อมาเป็นลูกศิษย์ จนถึงปี 2543 ก็เริ่มมีลูกศิษย์ลดลง
นายอ๊อดจะทำพิธีทุกวันพุธ เริ่มมีปัญหาเปิดเพลงเสียงดังเมื่อปี 2562 ช่วงที่โควิด-19 ระบาดรอบแรก ตอนนั้นยังเป็นลำโพงที่เล็กกว่านี้ ก็ยังพอทนได้ แต่มาเดือดร้อนอย่างหนักเมื่อ 3 เดือนที่แล้ว เมื่อนายอ๊อดเปลี่ยนเป็นลำโพงขนาดใหญ่ขึ้นและมีเสียงดังมาก จนมีเรื่องกันชาวบ้านบางส่วนทนไม่ไหวถึงกับต้องปาอุจจาระใส่บ้าน ก่อนที่จะมีเรื่องทะเลาะกันถึงขั้นขว้างขวดใส่กัน และนายอ๊อดเคยถือดาบไปบุกรุกบ้านคนอื่น ข่มขู่ที่จะทำร้ายจนถึงชีวิต ชาวบ้านรอบข้างต้องเดือดร้อนจากการเปิดเพลงเสียงดัง บางวันหลังจากทำพิธีร่างทรงเสร็จก็จะกินเหล้า สังสรรค์ กับกลุ่มเพื่อน ชาวบ้าน เด็กเล็ก เด็กนักเรียน ถึงขนาดทำการบ้านไม่ได้ รวมถึงบ้านที่อยู่ติดกันด้านหน้า มีหญิงชรานอนป่วยติดเตียง ต้องทนฟังมานาน ถึงกับร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้นตันใจ
นายพงษ์เทพ สิทธิพรหม ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยว่า ในตอนนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนเนื่องจาก นายอ๊อด ได้เปิดเพลงเสียงดัง เอาแต่ความสุขของตนเองไม่สนใจคนอื่นว่าเขาเป็นเช่นไรบ้าง ซึ่งได้ร้องเรียนมาหลายครั้ง แต่ไม่สามารถเข้าไปแก้ปัญหาได้ โดยจะหันลำโพงออกมาหน้าบ้าน ส่วนนายอ๊อดจะไปอยู่หลังบ้าน หากเป็นการเปิดเพลงเพื่อความสนุกของตนเอง ควรเปิดเพลงเบากว่านี้ หรือเปิดอยู่ข้างในบ้าน ที่ผ่านมาหลายครั้งได้ลงพื้นที่เข้าไปดู พร้อมขอร้องนายอ๊อด หลายครั้งว่า ให้เปิดเพลงเบากว่านี้ด้วย แต่นายอ๊อ อ้างว่าตนแองรู้กฎหมาย มันเป็นความสุขของตนเอง ถึงเวลาจะปิดเอง เพราะการเปิดเพลงมันไม่ได้ผิดกฎหมายอะไรเลย แต่เขาจะเปิดตั้งแต่ตี 5 ถึง 3 ทุ่ม
“เคยประสานไปยังตำรวจ แต่ทำได้เพียงว่ากล่าวตักเตือน แต่เขาก็ยังทำเหมือนเดิม แม้แต่ปลัดอำเภอ ลงพื้นที่มาดู แต่นายอ๊อด ก็หนีออกจากบ้าน สักพักก็กลับมาบ้าน ยังทำเหมือนเดิม ทำการเปิดเพลงเสียงดัง เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมาได้ 2-3 ปี แล้ว หนักสุดก็คือทุกวันพุธ นายอ๊อด จะทำพิธีว่าตนเองเป็นร่างทรง จนชาวบ้านทนไม่ไหว ถึงขั้นมีการโยนขวดใส่บ้านกัน ระหว่างบ้านนายอ๊อดกับเพื่อนบ้าน”
ผู้ใหญ่บ้าน เปิดเผยอีกว่า เมื่อวานนี้นายอำเภอหนองหาน ได้มาให้การช่วยเหลือบ้านของลูกบ้านที่เกิดเพลิงไหม้ ได้รับข้อมูลจากชาวบ้านว่าได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากนายอ๊อด เปิดเพลงเสียงดัง จึงได้เดินไปเพื่อสอบถาม แต่นายอ๊อดได้เดินออกมาในมือถือจอบ มาร้องตะโกนต่อว่า นายอำเภอ แต่เขาไม่รู้ว่า เป็นนายอำเภอหนองหาน ซึ่งนายอำเภอหนองหาน จะหาวิธีทางในการแก้ปัญหาออมชอมกันในเรื่องนี้ ล่าสุดเมื่อเช้าตนกับกำนันเข้าไปคุยกับนายอ๊อด ก็ไม่เป็นผล ซึ่งช่วงเย็น นายอ๊อด ให้หลานชายขี่รถจักรยานยนต์ ไปส่งขึ้นรถโดยสาร เพื่อเดินทางเข้ามาตัวเมืองอุดรธานี
นายสุพัฒน์ บัวฮมบุรา อายุ 55 ปี เพื่อนบ้าน เล่าว่า ตนเองได้รับผลกระทบ ที่นายอ๊อดเปิดแพลงเสียงดัง ซึ่งบ้านอยู่ติดกัน เพราะที่บ้านมีคนป่วยติดเตียง ไม่ได้พักผ่อน ต้องทนเป็นแบบนี้ อยู่ประมาณ 2 ปี แล้ว เคยไปพูดคุยขอร้องนายอ๊อด แต่เขาบอกว่า เปิดเพลงอยู่บ้านของตนเอง ค่าไฟฟ้าก็จ่ายเอง แถมยังด่าต่อว่าตนเองด้วย เคยแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้มาช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ไม่เป็นผล ใครจะเดือดร้อนก็ไม่สน หากจะย้ายบ้านหนีก็ทำไม่ได้ เนื่องจากพวกตนอยู่ที่นี่ตั้งแต่เกิด ตั้งแต่สมัยพ่อแม่ และตั้งแต่ตัวเขาเองยังไม่เกิดด้วยซ้ำ
“บ้านที่นายอ๊อดอยู่เป็นของน้องสาว ให้ลูกชายอยู่ แต่หลานก็ทนอยู่กับนายอ๊อดไม่ได้ เพราะเปิดเพลงเสียงดัง ต้องไปอยู่บ้านเพื่อน หากวันไหนนายอ๊อดไม่อยู่บ้าน จึงกลับมานอนบ้านตนเอง การที่นายอ๊อดทำเช่นนี้ เพื่อต้องการให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงได้รับความเดือดร้อน เขาเคยพูดว่า ต้องการให้พวกนี้เป็นบ้าเป็นประสาทตาย หากเป็นคนป่วยก็ให้ตายไปเลย หากวันไหนมีการดื่มเหล้า ยิ่งเสียงดังจนดึก ไม่ได้หลับนอนกันเลย ทำให้ชาวบ้านสุดที่จะทนแล้ว ยายไพร อายุ 75 ปี ญาติผู้ใหญ่ของตนเอง ที่ป่วยติดเตียงอยู่นั้น บางครั้งถึงกับร้องไห้ออกมาให้เห็น เพราะทรมานมากกับเสียงเพลงดังจนไม่ได้พักผ่อน”
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoint