โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เหตุใด "บัวโนสไอเรส" เมืองหลวงอาร์เจนตินา จึงได้สมญานามว่า "ปารีสแห่งอเมริกาใต้"

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 พ.ย. 2567 เวลา 03.46 น. • เผยแพร่ 23 พ.ย. 2567 เวลา 17.49 น.
ถนนสู่จตุรัส July 9 Avenue กรุงบัวโนสไอเรส (ภาพโดย Stella Giordano จาก Pixabay)

รู้หรือไม่ ?บัวโนสไอเรส (Buenos Aires) เมืองหลวงของ อาร์เจนตินา หรือสาธารณรัฐอาร์เจนตินา (Argentine Republic) นอกจากเป็นเมืองใหญ่ และมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของประเทศแล้ว กรุงบัวโนสไอเรสยังมีฉายา “The Paris of South America” หรือ ปารีสแห่งอเมริกาใต้ อีกด้วย

อย่างที่ทราบกันว่าประเทศต่าง ๆ ในทวีปอเมริกาใต้นั้น ส่วนใหญ่เคยเป็นอาณานิคมของสเปนมาก่อน ประเทศเหล่านี้รับวัฒนธรรมละตินอันเข้มข้นจากเจ้าอาณานิคมยุโรป รวมถึงการผสมผสานวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองทวีปอเมริกากับยุโรป หลังการต่อสู้เพื่อเอกราช และสงครามกลางเมืองอันยาวนาน ตั้งแต่ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงทศวรรษ 1860 อาร์เจนตินาสามารถปฏิรูปประเทศ และจัดระเบียบการปกครองเป็นสมาพันธรัฐ ทำให้ประเทศมีเสถียรภาพมากขึ้นตามลำดับ

พร้อมกันนั้นชาวยุโรปจำนวนมากโดยเฉพาะชาวอิตาลีที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการพัฒนาประเทศ และเปลี่ยนรูปแบบทางวัฒนธรรมและประชากรศาสตร์ของอาร์เจนตินา โดยจะเห็นว่า ประชากรกว่า 60% ของประเทศมีเชื้อสายอิตาลี เป็นเหตุให้วัฒนธรรมของอาร์เจนตินามีความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมอิตาลีอย่างเห็นได้ชัด โดยมีกรุงบัวโนสไอเรสเป็นเมืองที่เติบโตอย่างต่อเนื่องพร้อมกลิ่นอายของวัฒนธรรมยุโรปในแทบทุกระเบียดนิ้วของเมือง

บัวโนสไอเรส ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางใต้ของรีโอ เด ลาปลาตา (Río de la Plata) ทางตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ก่อตั้งช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 16 โดยเจ้าอาณานิคมสเปน หลังเป็นเอกราชและปฏิรูปประเทศ บัวโนสไอเรสถูกเปลี่ยนสถานะให้เป็นเมืองหลวงที่มีรูปแบบการปกครองแบบพิเศษโดยแยกออกจากรัฐบัวโนสไอเรสตามรัฐธรรมนูญฉบับ ค.ศ. 1994 พื้นที่เมืองของกรุงบัวโนสไอเรสเป็นเขตปกครองตนเองตามชื่อทางการว่า “นครปกครองตนเองบัวโนสไอเรส” (Autonomous City of Buenos Aires)

ฉายา “ปารีสแห่งอเมริกาใต้” ของกรุงบัวโนสไอเรสมาจากไหน ?

เพราะจากประวัติศาสตร์และข้อมูลทางประชากรศาสตร์ ฝรั่งเศสดูไม่น่าเกี่ยวข้องกับเมืองนี้ด้วยซ้ำ ปัจจัยหลักคือความเป็นเมืองของบัวโนสไอเรสทำให้เมืองแห่งนี้ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมของประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงภูมิภาคลาตินอเมริกาและทวีปอเมริกาใต้ด้วย ทั้งสถาปัตยกรรมแบบยุโรปที่สวยงาม โอ่อ่า โดดเด่น ถนนกว้าง บ้านเมืองสะอาด

จากข้อมูลต่าง ๆ ของเว็บไซต์ด้านการท่องเที่ยวและรายละเอียดทางวัฒนธรรมของตัวเมือง สามารถยกเหตุผลมาประกอบได้ 4 ข้อหลัก ๆ ดังนี้

ร้านอาหารและคาเฟ่

กรุงปารีสมีถนนที่เต็มไปผู้คนพลุกพล่านและร้านกาแฟสวนเด่นสะดุดตาเรียงรายอยู่เต็มไปหมด ผู้มาเยือนจะพบบรรยากาศแบบเดียวกันนี้ที่บัวโนสไอเรส คนท้องถิ่นจะเรียกคาเฟ่ว่า Bodegones เป็นสถานที่ยอดนิยมของพวกเขาในการพบปะผู้คน คาเฟ่ในบัวโนสไอเรสคือสถานที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากลิ้มลองอาหารอาร์เจนตินาแท้ ๆ ตั้งแต่ไอศกรีม, เอมปานาดา (Empanadas) และคุกกี้ที่เรียกว่า “เอนฟาจอร์” (Alfajores) ไปจนถึงสเต็ก, พิซซ่า และเนื้อชุบเกร็ดขนมปังที่เรียกว่า Milanesas

วัฒนธรรมร้านอาหารและคาเฟ่เป็นผลผลิตจากวิถีชีวิตที่ไม่เร่งรีบของชาวบัวโนสไอเรส พวกเขาให้เวลาในการกินและดื่มแต่ละมื้อ การรวมกลุ่มดื่มกาแฟ สังสรรค์กับเพื่อนฝูง หรือนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อย่างผ่อนคลายวันหลาย ๆ ชั่วโมง ซึ่งเป็นเรื่องปกติและพบเห็นได้ทั่วบัวโนสไอเรส

งานศิลปะและพิพิธภัณฑ์

เช่นเดียวกับกรุงปารีส บัวโนสไอเรสคือศูนย์กลางการจัดแสดงงานศิลปะที่รวบรวมผลงานของศิลปินชั้นนำจากทั่วทวีปอเมริกาใต้และที่อื่น ๆ มาจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์หลายแห่งภายในเมือง ผู้คนสามารถร่วมชื่นชมผลงานของศิลปินลาตินอเมริกาที่รังสรรค์ไว้ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 20 จนถึงสมัยปัจจุบันที่ MALBA หรือพิพิธภัณฑ์ศิลปะลาตินอเมริกาแห่งบัวโนสไอเรส หรือเลือกชมผลงานของศิลปินอิมเพรสชนนิสต์ชาวยุโรปและอีกมากมายที่พิพิธภัณฑ์วิจิตรศิลป์แห่งชาติ (The National Museum of Fine Art) แม้เทียบได้กับความรู้สึกตอนได้ชมภาพโมนาลิซาในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ในกรุงปารีส แต่พิพิธภัณฑ์ในบัวโนสไอเรสก็มีผลงานงานศิลปะเลื่องชื่อจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว

สวนสาธารณะ

กรุงบัวโนสไอเรสเต็มไปด้วยสวนสาธารณะที่กว้างขวางและสวยงาม เป็นแดนสวรรค์ของผู้ที่ชื่นชอบการพักผ่อนตามพื้นที่กลางแจ้ง ซึ่งชวนให้นึกถึงสถานที่ปิกนิกและสถานที่ท่องท่องอันไม่ควรพลาดพลาดสำหรับนักท่องเที่ยวอย่าง “El Rosedal” ในกรุงปารีส ซึ่งเป็นสวนพฤกษศาสตร์และเขตอนุรักษ์ระบบนิเวศ ชาวเมืองมักใช้เวลาไปกับการพักผ่อนหย่อนใจ เดินชมดอกไม้ นั่งปิกนิกและรับประทานอาหารกลางวันอย่างเพลิดเพลิน

เอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม/สถาปัตยกรรม

ชาวอาร์เจนตินาในกรุงบัวโนสไอเรสภาคภูมิใจในตัวตนของพวกเขาอย่างมาก มักจะเรียกแทนตนเองว่า “คนบัวโนสไอเรส” หรือ Portenos ที่แปลว่า “ชาวเมืองท่า” ก่อนจะบอกว่าเป็นคนอาร์เจนไตน์ ซึ่งความนิยมดังกล่าวเหมือนผู้คนในกรุงปารีสที่มักจะเรียกขานตัวเองว่าเป็น “ชาวปารีส” ก่อนเป็น “ชาวฝรั่งเศส”

คนบัวโนสไอเรสรักษาอัตลักษณ์ความเป็นอาร์เจนตินาอย่างเหนียว ซึ่งอัตลักษณ์ดังกล่าวมีความเป็นยุโรปอย่างเด่นชัดจากการที่พวกเขาสืบทอดมรดกทั้งทางสายเลือดและประวัติศาสตร์จากผู้อพยพชาวสเปน อิตาลี และอีกหลายประเทศในยุโรป ผู้มาเยือนจึงสัมผัสถึงกลิ่นอายแบบยุโรปที่ผสมผสานอยู่ในวัฒนธรรมอาร์เจนตินาได้อย่างชัดเจน

ส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพเมืองลักษณะดังกล่าวเป็นเพราะอาร์เจนตินาเปิดรับผู้อพยพจากชาติอื่น ๆ ในยุโรป นอกจากชาวสเปนและอิตาลีแล้ว ยังมีนักพัฒนาเมืองชาวฝรั่งเศสและเบลเยียมด้วย สถาปนิกกับวิศวกรชาวยุโรปที่กลายเป็นพลเมืองอาร์เจนตินาเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์สร้างบัวโนสไอเรสให้กลายเป็นเมืองที่สง่างามเป็นอันดับต้น ๆ ของทวีปอเมริกาใต้

งานสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เช่น พระราชวังปาซ (Paz Palace) อดีตคฤหาสน์ที่แปรสภาพมาเป็นหน่วยบัญชาการทางทหาร พระราชวังเอสตรูกามู (Estrugamou Palace) แม้แต่สวนสาธารณะ สวนหย่อม สวนป่า ล้วนเป็นผลงานของนักผังเมืองชาวฝรั่งเศสช่วงเข้าสู่คริสต์ศตวรรษที่ 19 ทั้งสิ้น

อีกหนึ่งความคล้ายคลึงระหว่างชาวปารีสกับชาวบัวโนสไอเรสคือพวกเขาต่างหลงไหลในไวน์ชั้นเลิศ แม้ไวน์ฝรั่งเศสมักได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลก แต่ไวน์อาร์เจนตินาก็ได้รับการยกย่องไม่น้อยเช่นกัน ไวน์ส่วนใหญ่ของอาร์เจนตินาเป็นผลผลิตจากจังหวัดเมนโดซา (Mendoza) ซึ่งมีภูมิอากาศแบบกึ่งแห้งแล้งแต่มีอุณหภูมิไม่สูงเกินไป เป็นภูมิอากาศที่เหมาะสมสำหรับปลูกองุ่น

เหล่านี้จึงเป็นเหตุผลที่ บัวโนสไอเรส แห่ง อาร์เจนตินา อดีตอาณานิคมของสเปน ได้รับฉายาว่า “ปารีสแห่งอเมริกาใต้” ต้องยกความชอบให้เหล่าผู้อพยพ เหล่าวิศวกร สถาปนิก นักผังเมืองจากยุโรปโดยเฉพาะฝรั่งเศสและอิตาลีที่มีส่วนเนรมิตเมืองซึ่งอุดมไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมลูกผสมละหว่างฝรั่งเศสกับละตินอเมริกาอันมีชีวิตชีวา

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

David J. Keeling, Encyclopaedia Britannica : Buenos Aires, national capital, Argentina (Online)

Jamie Gallerani, goaheadtours.ca (Oct 26, 2017) : What makes Buenos Aires “The Paris of South America”. (Online)

Lauren Paley, Frenchly (March 25, 2019) : Why Buenos Aires Is The Paris Of South America. (Online)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 16 ธันวาคม 2565

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เหตุใด “บัวโนสไอเรส” เมืองหลวงอาร์เจนตินา จึงได้สมญานามว่า “ปารีสแห่งอเมริกาใต้”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...