“ฝน ธนสุนทร” ควงแฟนสาวหล่อ “เอ” เคลียร์ข่าวเม้าท์ รักไม่หวานเหมือนเก่า ทะเลาะกันรายชั่วโมง จริงไหม?!
“ฝน ธนสุนทร” ควงแฟนสาวหล่อ “เอ” เคลียร์ข่าวเม้าท์ รักไม่หวานเหมือนเก่า ทะเลาะกันรายชั่วโมง จริงไหม?!
นักร้องเสียงดี เจ้าหญิงแห่งวงการลูกทุ่ง ฝน ธนสุนทร ที่วันนี้ควงแฟนสาวหล่อ คุณเอ มาเคลียร์ความสัมพันธ์จนเกือบปิดตำนานรัก 19 ปี แว่วๆ มาว่าช่วงนี้ความรักจากหวานกลายเป็นขมไปซะแล้ว ทะเลาะกันเป็นรายนาที ถึงขั้นสาวฝนเคยเอ่ยปากไล่คุณแฟนออกไปจากชีวิต ผ่านทาง รายการ คุยแซ่บshow ว่า
อ่านต่อ:“ฝน ธนสุนทร” นำทีมคนดังร่วมพิธีเททองหล่อองคุลีมาล ณ วัดไผ่
ความรักมันไม่หวานเหมือนเดิม ตั้งแต่รายการเราจับเขามาเปิดตัว?
ฝน : ใช่ๆ เปิดตัวที่นี่แหละค่ะ เดินไม่สะดวกเลยหลังจากวันนั้น
ไม่สะดวกคือยังไง?
ฝน : ไปเดินตลาด นี่แทบเดินไม่ได้เลย ล่าสุดไปเดินที่ดอนหวายมา
เอ : เดินไม่ได้เลย น้ำท่วม
ฝน : คนทักเขา บอกว่าจำได้ๆ นี่แฟนพี่ฝนๆ
ข่าวว่าแววรักล่มจริงไหม?
ฝน : จริงไหม
เอ : ก็กำลังคิดอยู่
มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมีข่าวแบบนี้ออกมาว่าความรัก 19 ปีจะล่ม?
ฝน : ไม่หรอกค่ะ พออายุเยอะขึ้น แล้วเหมือนอยู่กันจนชินมากกว่า เหมือนทะเลาะกัน กัดกันเบาๆ แล้วคนเห็นแล้วคนบอกว่าไม่เหมือนเดิมแล้วเหรอ
เอ : จะบอกว่าเขาเป็นวัยทอง
จริงเหรอ?
ฝน : ก็ใกล้ๆ ประมาณนั้น มันอาจจะมีสวิงเล็กน้อย เราจะแบบเห็นหน้าเขา ก็เหม็นหน้าเขาแล้ว ได้ยินเสียงแล้วแบบเกลียดเสียงนี้มากเลย มันหงุดหงิด แล้วมันไม่ชอบ บางทีเขาพูดอะไรชอบพูดหักมุม แล้วทำให้เรารู้สึกว่าเราตามเขาไม่ทันแล้วเราโมโห
เอ : แค่อ้าปากก็ผิดแล้ว ไม่ต้องพูด
ฝน : มันคือเราทำกับคนอื่นไม่ได้ไง เราทำได้กับเขานี่แหละ
ทำไมพี่ถึงยอม?
เอ : ก็เพราะรัก
ฝน : จริงๆ ก็รักกันนั้นแหละ แต่ก็อาจจะมี..คือมันอยู่กันเป็นเพื่อนแล้ว
เขาเรียกว่าทะเลาะกันรายชั่วโมง?
เอ : รายวินาทีดีกว่า
แสดงว่ามันไม่นิดหน่อยแล้วนะ?
เอ : ก็เยอะอยู่
ฝน : ไม่ๆ เราไม่ได้เยอะคนเดียว เขาก็เยอะด้วย
เอ : ไม่ใช่ เขาเป็นก่อน เราก็รู้สึกว่าเป็นบ้างดีกว่า
ฝน : พี่ฝนจะเกลียดคำว่า รู้แล้ว ของเขามากเลย บางทีขับรถเราจะช่วยเขามองทาง เพราะบางทีเขาจะคุยงานหลังพวงมาลัย เวลาอยู่หลังพวงมาลัย ชอบมีงานติดต่อเข้ามา เวลาไม่อยู่หลังพวงมาลัยไม่มีงาน พอขึ้นรถปุ๊บมีงาน แล้วเราจะแบบคอยดูทางให้ เป็นห่วง เราก็บอกพี่ เอ รถมา เขาก็บอกรู้แล้วน๊า เราก็แบบ อ่ะรู้แล้ว โอเค เราก็ปล่อย พอมีรถมาเราก็ไม่บอก เพราะเราคิดว่า เดี๋ยวเขาต้องใช้คำว่า รู้แล้วน๊า เราก็ไม่พูด แล้วก็เกือบชน แล้วเขาก็บอกนี่เห็นแล้วทำไมไม่บอกเขา แล้วเราจะรู้ไหมว่าเราควรบอกตอนไหน พอเราบอกก็รู้แล้ว พอเราไม่บอกก็ไม่รู้
หนิง : สรุปให้เลย ทั้งคู่เป็นวัยทอง
แม้แต่กินข้าวก็ตีกัน?
เอ : ไม่ใช่ เอเป็นคนตื่นไว เขาตื่นทีหลัง เอตื่นมาหิวก็กินก่อน พอเขาตื่นมาเขาก็กินของเขา พอทีนี้พอต้องออกนอกบ้านปุ๊บ เอบอกหิว เขาก็บอกฉันไม่หิว แต่ฉันหิว แล้วยังไงอ่ะ ฉันจะรอเธอ หรือเธอจะกินพร้อมฉัน ก็ไปกินสิ เดี๋ยวฉันนั่งเป็นเพื่อน แล้วเราจะกินกับใคร ออกนอกบ้านก็ต้องกินด้วยกัน
ฝน : แล้วก็บ่นว่าเราอ้วน แล้วพาเราไปกิน
เอ : ไม่ใช่ มื้อกลางวันกินได้ แต่มื้อเย็นอย่ากินสิ แต่มื้อเย็นก็กินๆ
ฝน : ก็พี่เอพาไปกินมื้อเย็นตลอด จริงๆ พี่เอนั่นแหละมีปัญหา เขารู้ว่าเราอารมณ์สวิง ขึ้นๆ ลงๆ ประมาณนี้ เขาก็ควรจะพูดกับเราดีๆ แต่เขาชอบมีนัยยะเหมือนเราแบบฉันบอกเธอแล้ว นี่โง่เหรอ มันเป็นนัยยะแต่ไม่ได้พูดนะ อย่างเช่น พี่เอ พรุ่งนี้เราต้องไปที่ไหนนะ พรุ่งนี้เราต้องไปคุยแซ่บshow ไง เสร็จแล้วประมาณ 1 ชั่วโมงผ่านไป พอดีพี่ฝนทำนู้น ทำนี่หลายอย่าง เอ๊ะ เอ พรุ่งนี้เราไปไหนนะ
เอ : ก็บอกแล้วไงว่าไป คุยแซ่บshow ทำไมไม่รู้จักจำเลยเนี่ย
ฝน : อะไรอย่างนี้ คือเขาชอบใช้คำที่มีนัยยะให้เรารู้สึกแย่ เราก็บอกไม่เป็นไร ต่อไปนี้เราจะจดจำเอง พี่เอไม่ต้องมาช่วยก็ได้ มันให้ความรู้สึกนั้น
เอ : ใช่ค่ะ จำเอง ให้ซื้อสมุดมา 1 เล่ม แล้วให้จดเลย เขาบอกเขาจดเองด้วย วันนี้ไปงานนี้ วันนี้ไปงานนี้ จดเสร็จแล้วค่ะ แล้วเขาก็ถามว่าสมุดเล่มนั้นอยู่ที่ไหน แล้วเขาก็เปลี่ยนให้จดไว้ในโน๊ตครอบครัวมีอยู่ 2 คน แล้วเขาก็ถามว่าไว้ตรงไหน แล้วมันอยู่ตรงไหน เราก็บอกมันอยู่ที่โน๊ตไง เขาก็ถามว่ามันเข้ายังไง มันเข้าไม่เป็น ก็กลัวเขาเป็นอัลไซเมอร์ เป็นห่วง
ฝน : เขาต้องเข้าใจเราด้วย เราไม่อยากให้เขาใช้คำที่แบบเป็นนัยยะที่มันไม่ค่อยดีทำให้เรารู้สึกแย่ บางทีเราก็แอบไปร้องไห้ แต่ไม่ร้องไห้ให้เขาเห็น แอบไปร้องไห้ว่าทำไมเราต้องมาเจอคนแบบนี้ด้วย เมื่อไหร่เราจะหลุดพ้นจากคนคนนี้
กาลเวลาเปลี่ยนไป ทำไมพี่ถึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้?
เอ : ไม่เคยเปลี่ยนค่ะ เป็นอย่างนี้ตั้งแต่ไหน แต่ไรแล้ว
ฝน : ไม่จริง เมื่อก่อนเขาจะน่ารักกว่านี้ พูดจาอบอุ่นกว่านี้