โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศุกร์ (สุข) ละวัด กราบ ‘หลวงพ่อบุษราคัม’ วัดกำแพงบางจาก

The Bangkok Insight

อัพเดต 07 ม.ค. 2565 เวลา 03.36 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2565 เวลา 03.35 น. • The Bangkok Insight

วัดกำแพง (คลองบางจาก) เป็นวัดโบราณมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ตั้งอยู่ริมคลองบางกอกใหญ่ในเขตธนบุรี เป็นวัดขนาดเล็กที่มีการวางผังได้อย่างลงตัว แต่ยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมของโบราณสถานไว้ได้เกือบครบถ้วนทั้งสถาปัตยกรรมและจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถแม้จะทรุดโทรมไปตามกาลเวลา ศิลปะสถาปัตยกรรมที่ปรากฏอยู่ส่วนใหญ่จะเป็นผลงานที่สร้างหรือบูรณะขึ้นในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น หากแต่เป็นความโชคดีที่วัดกำแพงแห่งนี้ตั้งอยู่ค่อนข้างลึกจากเส้นทางคมนาคมประกอบกับเป็นวัดขนาดเล็กจึงไม่ค่อยได้รับความสนใจทำให้ยังคงสามารถรักษาสภาพดั้งเดิมไว้ได้

สภาพทั่วไป วัดกำแพง ตั้งอยู่เลขที่299 ซอยเพชรเกษม 20 ถนนเพชรเกษม แขวงบางจาก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ริมคลองบางหลวงหรือเรียกว่าคลองบางกอกใหญ่ตอนใน ช่วงที่เรียกกันว่าคลองชักพระ ประวัติความเป็นมา ไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด ฟังจากเรื่องเล่าโดย หลวงพี่อ้วน(พระพินิจ อสุนี ณ อยุธยา) สันนิษฐานว่าคงมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตามคำบอกเล่าสืบทอดกันมา และคงได้รับ หรือ "จีนสือ" ขุนนางเชื้อสายจีนในกรมท่าซ้าย ซึ่งคาดว่าเป็นผู้ออกทุนทรัพย์ในการบูรณะวัด การปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่หลายครั้ง โดยเฉพาะในสมัยรัชกาลที่ 3 และรัชกาลที่ 5 ปรากฏนามของ “พระพิศาลผลพานิช”

วัดกำแพงบางจาก เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย ตั้งอยู่ในแขวงปากคลองภาษีเจริญ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร อุโบสถเป็นศิลปะสมัยอยุธยาตอนปลาย ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนังที่เกี่ยวข้องกับสัณฐานของโลกตามคติไตรภูมิ มีภาพทศชาติชาดกตามคติโบราณ สิ่งน่าสนใจคือ ภาพเสาธงสัญญาณของประเทศเดนมาร์ก บริเวณป้อมป้องปัจจามิตร  แสดงให้เห็นถึงการค้าขายกับต่างชาติในอดีต ภายในอุโบสถประดิษฐานพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย นามหลวงพ่อบุษราคัม ได้รับการบูรณะซ่อมแซมพระพุทธรูปนี้ในสมัยรัชกาลที่ 3 นอกจากนี้ ภายในพระวิหารยังมีหมู่พระพุทธรูปที่เป็นพระยืนและพระพุทธรูปปางห้ามญาติ ห่มจีวรลวดลายวิจิตรงดงาม พระพักตร์แบบหน้าหุ่น ไม่มีพระถัน เป็นพระพุทธรูปใน

สมัยรัชกาลที่ 3 ลานหน้าพระอุโบสถ ด้านซ้ายและด้านขวามีพระวิหารหลังเล็กอยู่ข้างละหลัง หลังหนึ่งเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อบ้านแหลมจำลอง ส่วนวิหารอีกฝั่ง ถูกปิดตายมากว่า 80 ปี ภายในวิหารปิดตายมีพระพุทธรูปโบราณจำนวนมากทั้งทำจากสัมฤทธิ์และไม้ ส่วนใหญ่เป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามสมุทร พระพุทธรูปปางมารวิชัย บางส่วนเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยรัตนโกสินทร์ ในวัดมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง 7 องค์ ประกอบด้วยเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองขนาดใหญ่ มี 2 องค์ องค์แรกอยู่ด้านทิศใต้ของพระอุโบสถ ฐานเจดีย์ด้านนอกตั้งอยู่เสมอกับแนวกำแพงกั้นเขตพุทธาวาส องค์ที่สองอยู่ในเขตรั้วชาวบ้านบริเวณปากคลองบางจากฝั่งตะวันตก (บ้านศิลปิน) เจดีย์ทั้งสองมีความสูงประมาณ 10 เมตร ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรม

ไฮไลต์ของวัดแห่งนี้อยู่ที่"ภาพจิตรกรรมฝาผนัง" ที่มีทั้งความเกี่ยวข้องกับสัณฐานของโลกตามคติไตรภูมิ บ้างก็เป็นภาพทศชาติชาดกตามคติโบราณ และที่สำคัญมีที่น่าสนใจนั่นก็คือ ภาพเสาธงสัญญาณของประเทศเดนมาร์ก บริเวณป้อมป้องปัจจามิตร ธงนี้เป็นเครื่องหมายที่ทำให้ต่างชาติสามารถเข้ามาค้าขายในสยามได้ และเป็นหลักฐานที่ชี้ชัดให้เห็นว่าสยามในสมัยนั้นได้มีการค้าขายกับต่างชาติ

ภายในพระอุโบสถมีพระประธานนามว่า ‘หลวงพ่อบุษราคัม’ เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3 เห็นได้จากหลักฐานที่ปรากฏอยู่ตามลักษณะอาคารและพระพุทธรูปที่มักเป็นไปตามคตินิยมของพระองค์ เช่น พระพุทธรูปจะมีไรผมหรือเส้นผมที่เกาะหน้าผากชัดเจน และเดิมทีนั้นพระพุทธรูปในสมัยอยุธยาจะมีพระถันหรือหน้าอกนูนออกมา แต่พอมีการซ่อมแซมในสมัยรัชกาลที่ 3 หน้าอกของพระพุทธรูปจึงไม่ได้นูนเหมือนแต่ก่อน

นอกจากนี้ ภายในพระวิหารยังมีหมู่พระพุทธรูป ที่เป็นพระยืนและพระพุทธรูปที่ยกพระหัตถ์ขวาขึ้นมา เรียกว่า ปางห้ามญาติ ห่มจีวรลวดลายวิจิตรงดงาม พระพักตร์แบบหน้าหุ่น ไม่มีพระถัน ถือเป็นเอกลักษณ์ของพระพุทธรูปในสมัยรัชกาลที่ 3 เช่นกัน

This slideshow requires JavaScript.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...