โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 02 มี.ค. เวลา 01.18 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -2 มี.ค. 69 8:18: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 67.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.81 ดอลลาร์ หรือ 2.78%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 72.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.73 ดอลลาร์ หรือ 2.45%

ราคาน้ำมันโลกปรับตัวขึ้นประมาณ 2% เมื่อวันศุกร์ โดยนักลงทุนกังวลว่าจะเกิดการหยุดชะงักด้านอุปทาน ขณะที่การเจรจานิวเคลียร์ระหว่าง สหรัฐฯ กับอิหร่านยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการหยุดส่งออกพลังงาน

ขณะที่ล่าสุด ราคาน้ำมันในตลาดโลกทะยานขึ้นมากกว่า 8% ในวันจันทร์ (2 มี.ค.) แตะระดับสูงสุดในรอบหลายเดือน หลังอิหร่านและอิสราเอลยกระดับการโจมตีในตะวันออกกลาง ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันได้รับความเสียหาย และกระทบการขนส่งน้ำมันในภูมิภาค

*** ดัชนีราคาผู้ผลิตทั่วไป (Headline PPI) เพิ่มขึ้น 2.9% เมื่อเทียบรายปี ในเดือนม.ค. ขณะที่ดัชนีราคาผู้ผลิตพื้นฐาน (Core PPI) เร่งตัวขึ้น 3.6% ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อย่างชัดเจน สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ

เมื่อเทียบรายเดือน ดัชนี Headline PPI เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนม.ค. สูงกว่าคาดที่ 0.3% และมากกว่าเดือนก่อนอยู่ 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนี Core PPI เพิ่มขึ้น 0.8% สูงกว่าระดับ 0.6% ในเดือนธ.ค. 2025 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์ในผลสำรวจของ Dow Jones คาดการณ์ไว้ที่ 0.3%

*** ที่ประชุมกลุ่ม OPEC+ เห็นพ้องในหลักการให้เพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันในเดือนเม.ย. ท่ามกลางความตึงเครียดจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น

แหล่งข่าวซึ่งเป็นผู้แทนจากกลุ่มฯ เปิดเผยหลังการประชุมวันนี้ว่า สมาชิกหลักนำโดยซาอุดีอาระเบียและรัสเซียเห็นชอบให้เพิ่มกำลังการผลิตอีก 206,000 บาร์เรลต่อวันในเดือนเม.ย. ซึ่งก่อนหน้านี้ ที่ประชุมมีมติให้ชะลอการเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาสแรกออกไป

*** เรือบรรทุกก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีกำหนดเข้ารับสินค้าที่กาตาร์หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ มีแนวโน้มชะลอหรือยกเลิกแผนการเดินเรือชั่วคราว หลังผู้ประกอบการเรือและผู้ค้าส่วนใหญ่หลีกเลี่ยงการผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรง

ข้อมูลติดตามการเดินเรือที่รวบรวมโดยบลูมเบิร์กระบุว่า มีเรือบรรทุก LNG อย่างน้อย 13 ลำซึ่งอยู่ฝั่งตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซเปลี่ยนเส้นทางออกจากพื้นที่ ขณะที่เรือ LNG และเรือพาณิชย์ประเภทอื่น ๆ หยุดล่องผ่านเส้นทางดังกล่าวในช่วงสุดสัปดาห์ ภายหลังการโจมตีอิหร่านครั้งแรกโดยสหรัฐและอิสราเอล

*** Goldman Sachs เตือนว่า หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต้องหยุดลงนาน 1 เดือน ราคาก๊าซธรรมชาติในยุโรปอาจพุ่งขึ้นมากกว่าสองเท่า โดยปัจจุบันราคาก๊าซในยุโรปและเอเชียยังแทบไม่ได้สะท้อนความเสี่ยงจากสถานการณ์อิหร่านอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ประมาณ 20% ของปริมาณการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะจากกาตาร์ ต้องขนส่งผ่านช่องแคบดังกล่าว หากเส้นทางถูกปิด ราคาก๊าซยุโรปและ LNG ในตลาดเอเชียอาจทะยานขึ้นราว 130% ไปแตะระดับ 25 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู

*** นักวิเคราะห์เตือนว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก เนื่องจากมากกว่า 20 % ของน้ำมันดิบที่ค้าทางทะเลลำเลียงผ่านช่องแคบนี้ หากการจราจรทางทะเลหยุดชะงักหรือถูกปิด ราคาน้ำมันดิบทั้งเบรนท์และเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต อาจพุ่งแตะระดับ ใกล้หรือเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากแรงกดดันด้านอุปทานและความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มปรับตัวลงในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต และส่งผลให้สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงมากขึ้น

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะล้างแค้นต่อการเสียชีวิตของทหารอเมริกัน 3 นาย พร้อมยืนยันว่าปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านซึ่งเริ่มต้นเมื่อวันเสาร์จะเดินหน้าต่อไป โดยทรัมป์กล่าวผ่านคลิปที่บันทึกไว้ล่วงหน้าและเผยแพร่ทาง Truth Social เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ของ CNBC ว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน คืบหน้าเร็วกว่ากำหนด

*** เหตุโจมตีในอิหร่านและหลายพื้นที่ในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว การปิดน่านฟ้าทำให้ผู้โดยสารมีทางเลือกจำกัด อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะมีการจัดเที่ยวบินอพยพหรือรับพลเมืองกลับประเทศ หลังเปิดน่านฟ้าอีกครั้งและสายการบินประเมินสถานการณ์ด้านความปลอดภัยแล้ว

*** เกิดเหตุโจมตีจากอิหร่านใกล้ท่าเรือ Mina Salman Port ในกรุงมานามา ประเทศบาห์เรน ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บริเวณสถานที่ด้านการเดินเรือใกล้ท่าเรือดังกล่าว โดยกระทรวงมหาดไทยบาห์เรนระบุว่าเป็นการรุกรานของอิหร่าน และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งควบคุมสถานการณ์

ด้าน Al Jazeera รายงานว่า ภาพวิดีโอที่ได้รับการตรวจสอบแล้วเผยให้เห็นเจ้าหน้าที่ดับเพลิงพยายามฉีดน้ำสกัดเปลวไฟ ขณะที่กลุ่มควันขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นจากจุดเกิดเหตุ

*** การสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ส่งผลให้ประเทศเข้าสู่วิกฤตที่อันตรายที่สุดนับตั้งแต่การปฏิวัติปี 1979 โดยประเทศต้องเผชิญทั้งสงครามบนแผ่นดินตนเอง กระบวนการสืบทอดตำแหน่งที่ยังไม่ชัดเจน และแรงกดดันภายในที่ทวีความรุนแรง

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่และนักวิเคราะห์ในภูมิภาค 5 ราย มองว่ายังไม่ควรด่วนสรุปว่าอิหร่านจะล่มสลายอย่างรวดเร็ว โดยชี้ว่าระบบการเมืองของอิหร่านถูกออกแบบมาอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้พึ่งพาบุคคลใดเพียงคนเดียว อำนาจถูกกระจายไปยังสถาบันศาสนา กลไกความมั่นคง และเครือข่ายอำนาจต่าง ๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบอบ แม้ในยามวิกฤต

*** อิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ใส่กรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ ขณะที่อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม เพียงหนึ่งวันหลังการสังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งยิ่งสร้างความไม่แน่นอนในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลก ขณะเดียวกัน กองทัพอิสราเอลระบุว่าสามารถสกัดกั้นวัตถุยิงจากเลบานอนได้ในช่วงเช้าวันจันทร์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณแรกของการที่กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ พันธมิตรสำคัญของอิหร่านเข้าร่วมในความขัดแย้งครั้งนี้

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ควบคุมโครงการขีปนาวุธ และขจัดภัยคุกคามต่อสหรัฐและพันธมิตร โดยกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการ สหรัฐได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านแล้วมากกว่า 1,000 แห่ง สะท้อนการยกระดับความขัดแย้งที่อาจส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจโลก

*** บาห์เรน, จอร์แดน, คูเวต, กาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออกแถลงการณ์ร่วมกับสหรัฐฯ ประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านว่าเป็นการกระทำที่ไร้การเลือกเป้าหมายและขาดความยับยั้งชั่งใจ

แถลงการณ์ระบุว่า การโจมตีดังกล่าวพุ่งเป้าไปยังดินแดนอธิปไตยของประเทศอื่น ทำให้พลเรือนตกอยู่ในความเสี่ยงและสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน พร้อมชี้ว่า การมุ่งเป้าประชาชนและประเทศที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในความขัดแย้ง เป็นพฤติกรรมที่ประมาทและบั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาค

*** ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ ระบุว่า ชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 4 เห็นชอบต่อการโจมตีของสหรัฐฯ ที่ส่งผลให้ผู้นำอิหร่านเสียชีวิต ขณะที่ราวครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถาม รวมถึง 1 ใน 4 ของผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกัน มองว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีแนวโน้มใช้กำลังทหารมากเกินไป

ตัวเลขผลสำรวจชี้ว่า 27% เห็นด้วยกับปฏิบัติการดังกล่าว ขณะที่ 43% ไม่เห็นด้วย และอีก 29% ยังไม่แน่ใจ ทั้งนี้ ประมาณ 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าได้รับรู้ข่าวการโจมตี ซึ่งเริ่มขึ้นในช่วงเช้าวันเสาร์ อย่างน้อยในระดับหนึ่ง

*** ราคาทองคำพุ่งขึ้นสูงสุด 2% ในวันจันทร์ หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ทวีความรุนแรงได้ซ้ำเติมความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก โดยราคาทองคำสปอตปรับขึ้น 1.72% แตะ 5,368.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 7.10 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 4 สัปดาห์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2.58% สู่ระดับ 5,382.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังอิสราเอลเปิดฉากโจมตีระลอกใหม่ต่อกรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธเพิ่มเติม เพียงหนึ่งวันหลังการสังหารผู้นำสูงสุด ซึ่งยิ่งผลักดันสถานการณ์ในตะวันออกกลางและเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเปราะบางมากขึ้น นักลงทุนจึงแห่เข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้น

*** การจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ มีแนวโน้มชะลอลงในเดือนก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้นมากที่สุดในรอบหนึ่งปีในเดือนม.ค. สะท้อนว่า ตลาดแรงงานกำลังกลับเข้าสู่จังหวะการจ้างงานในระดับปานกลางและยั่งยืนมากขึ้น โดยนักเศรษฐศาสตร์คาดว่า การจ้างงานเดือนก.พ. จะเพิ่มขึ้นราว 60,000 ตำแหน่ง ลดลงกว่าครึ่งเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ตามผลสำรวจของบลูมเบิร์ก ก่อนการเปิดเผยรายงานในวันศุกร์นี้ ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวที่ระดับ 4.3%

*** การประชุมสองสภา (Two Sessions) ประจำปีนี้ของจีน เตรียมกำหนดเป้าหมายการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 2026 พร้อมวางลำดับความสำคัญที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับใหม่ระยะ 5 ปี โดยนักลงทุนจับตาความชัดเจนเกี่ยวกับยุทธศาสตร์เทคโนโลยี และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการบริโภคภายในประเทศ

ตลาดยังรอรายละเอียดว่า ปักกิ่งจะสนับสนุนนวัตกรรมอย่างไร รวมถึงแนวทางกระตุ้นความเชื่อมั่นในตลาดหุ้นจีน และมาตรการเชิงรูปธรรมเพื่อกระตุ้นอุปสงค์ในประเทศ การประชุมครั้งนี้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยี การบริโภค การแก้ปัญหา Anti-involution ภาคอสังหาริมทรัพย์ ตลาดพันธบัตร และการผลักดันเงินหยวนสู่เวทีสากล โดยนักลงทุนจะประเมินท่าทีของผู้กำหนดนโยบายต่อการลดกำลังการผลิตส่วนเกิน ควบคู่กับการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตทางเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านการจ้างงาน

*** เกร็ก อาเบล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ของ Berkshire Hathaway ส่งจดหมายถึงผู้ถือหุ้นฉบับแรก โดยยืนยันว่าจะสานต่อแนวทางบริหารแบบเดิมภายใต้ยุคของวอร์เรน บัฟเฟตต์ พร้อมระบุว่าวัฒนธรรมองค์กร วินัยด้านการลงทุน และการจัดสรรเงินทุนอย่างรอบคอบจะ ไม่เปลี่ยนแปลงและดำรงต่อไป แม้เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านผู้นำ อาเบลยกย่องบัฟเฟตต์ว่าเป็นนักลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล และยอมรับว่าการก้าวตามรอยถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง

ด้านผู้ถือหุ้นและนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ให้คะแนนบวกแก่อาเบลสำหรับจดหมายประจำปีฉบับแรกในฐานะซีอีโอ โดยชื่นชมความชัดเจนในการยืนยันว่าจะรักษาค่านิยมและปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่สั่งสมมายาวนานของบริษัทเอาไว้

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...