โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครบรอบวันเกิด 147 ปี อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ราชาคำคมแห่งเมืองไทย ผู้ไม่ได้สร้างระเบิดนิวเคลียร์ และไม่เคยได้รางวัลโนเบลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

“การอยู่คนเดียว ทำให้เรารู้ว่า เราไม่อยู่สองคน” - อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (ไม่ได้กล่าว)

Ripley's Believe It or Not! ในช่วงที่ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ ในปี 1934 มีอยู่หนึ่งคอลัมน์กล่าวว่า อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ (Albert Einstein) นักฟิสิกส์และนักคณิตศาสตร์ระดับอัจฉริยะสอบตกวิชาคณิตศาสตร์สมัยเรียน ทว่าเพื่อนร่วมงานของเขาที่เป็นรับไบ (rabbi) สมัยอยู่ที่พรินซ์ตัน ได้เอาข้อมูลจากหน้านิตยสารนั้นไปให้ไอน์สไตน์ดู เขาถึงกับต้องหัวเราะออกมา

“ผมไม่เคยเรียนตกวิชาคณิตศาสตร์เลย ก่อนที่ผมจะอายุ 15 ปี ผมชำนาญเรื่องแคลคูลัสเชิงอนุพันธ์และแคลคูลัสเชิงปริพันธ์แล้ว”

ความเข้าใจผิดที่ว่า ไอน์สไตน์ สอบตกคณิตศาสตร์นั้นเผยแพร่ในวงกว้าง เพราะเป็นขวัญกำลังใจให้กับเหล่านักเรียนทั้งหลายที่มีผลการเรียนไม่ดีว่าอย่างน้อยอัจฉริยะอย่างไอน์สไตน์ก็สอบตกนะ ถ้าเราสอบตกจะเป็นอะไรไป แต่ความเป็นมาของความเข้าใจผิดหรือ myth นี้ ไม่ได้เกิดขึ้นมาดื้อๆ เพราะอยากใช้คนฉลาดมาเป็นข้ออ้างในการสอบตก ไอน์สไตน์เคยสอบตกจริง แต่ไม่ใช่กับวิชาคณิตศาสตร์

เรื่องนี้เริ่มจากสมัยตอนที่เขาเพิ่งเข้าเรียนชั้นมัธยมต้นที่มิวนิก ไอน์สไตน์กำลังศึกษาอยู่ที่ ลูอิตโปลด์ กุมนาซีอุม (Luitpold Gymnasium) ซึ่งมีระบบการสอนค่อนข้างเข้มงวดและเคร่งครัดราวกับโรงเรียนทหาร สำหรับคนที่ชอบถาม ชอบคิดอะไรมากกว่ากรอบการสอนอย่างไอน์สไตน์ เขาเกลียดโรงเรียนนี้เอามากๆ และมีบ่อยครั้งที่มีปากเสียงกับคุณครูในโรงเรียน ตอนนั้นเองที่ทำให้เกิดประโยคดังจากครูว่าเขา “ไม่สามารถเป็นอะไรได้หรอก” ไอน์สไตน์ในวัย 15 ปียอมลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปอยู่กับครอบครัวของเขาที่อิตาลีในตอนนั้น

การสอบตกของไอน์สไตน์เริ่มจริงๆ ตอนอายุ 16 ปี เขาได้ย้ายไปเรียนอยู่ที่เมืองซูริค ในสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิส (Swiss Federal Polytechnic School) โดยที่เขามีอายุน้อยกว่ามาตรฐานนักเรียนทั่วไปถึง 2 ปี เหมือนกันกับเด็กสายศิลป์ในวิชาคณิตศาสตร์ แต่กลับกัน ตอนสอบไอน์สไตน์ได้มั่วข้อสอบวิชาที่ไม่เกี่ยวกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ไม่ใช่เพราะเขาไม่รู้ แต่เขาไม่ได้เตรียมตัวมา) อย่างไรก็ตามผู้อำนวยการของสถาบันให้เขาศึกษาต่อไปเพราะคะแนนคณิตศาสตร์ของเขาสูงอย่างน่าเหลือเชื่อ น่าสนใจว่าพอเป็นเรื่องภาษาที่ใช้สื่อสารกัน ไอน์สไตน์มักมีปัญหาที่สุด ไม่ว่าจะเรียนที่ไหนดูเหมือนว่าคะแนนฝรั่งเศสเขาจะอยู่ในระดับต่ำอยู่ตลอดเวลา

คะแนนในส่วนที่ไม่ใช่คณิตศาสตร์ของไอน์สไตน์ทำให้เข้าใจว่าจริงๆ เขาก็คือ ‘คนธรรมดา’ คนหนึ่งที่ไม่ได้สมบูรณ์พร้อมไปทุกอย่าง แต่ก็ยังมีหลายคนเข้าใจว่าเขาพิเศษยิ่งกว่าใคร จนลงมือทำเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างขโมยสมองและดวงตาของเขาไปวิจัยโดยปราศจากการยินยอมของครอบครัวเมื่อปี 1955

อย่างไรก็ตาม เพราะการเข้าใจกันว่าเขาฉลาดนี้แหละ ทำให้เขาแสดงถึงความน่าเชื่อถือ (authority) ต่อเรื่องอะไรต่อมิอะไร โดยเฉพาะการโควตข้อความ หรือคำคม ที่มีการแชร์ซ้ำไปมาโดยโดยไม่รู้ว่าเขาพูดจริงหรือไม่ ยิ่งตัวไอน์สไตน์เองเป็นคนเยอรมัน การสืบหาที่มาจึงยากลำบากโดยเฉพาะโควตคำคมที่ถูกแปลเป็นภาษาไทย ไอน์สไตน์จึงกลายเป็นราชาแห่งคำคม ถูกนำมาอ้างอิงแล้วอ้างอิงเล่าเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา หนังสือ หรือการพูดเพื่อยกระดับตัวเองให้ดูฉลาดมากขึ้น

ตลอดระยะเวลาที่เขาเกิดมาร่วม 147 ปี ไอน์สไตน์ยังคงเป็นภาพแทนของความฉลาดหลักแหลมที่ไม่มีใครเหมือน ขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในบุคคลที่มีคนเข้าใจผิดเกี่ยวกับตัวเขามากที่สุดเช่นกัน มีการผลิตความเชื่อต่างๆ ที่เกี่ยวโยงกับเขาตลอดเวลาทั้งการที่เขาถนัดซ้ายทั้งที่เขาถนัดขวา (เพราะการถนัดซ้ายแลดูพิเศษและแปลกกว่า) หรือคนชอบคิดไปเองว่าเขามีพัวพันและมีส่วนร่วมกับ The Manhattan Project ที่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งๆ ที่ไอน์สไตน์เป็นผู้รักสันติ และเห็นอกเห็นใจผู้อื่นจน FBI คิดว่าเขาเป็นพวกคอมมิวนิสต์ แถมยังมีการเข้าใจผิดอีกเรื่องว่าทฤษฎีสัมพัทธภาพทำให้่เขาได้รางวัลโนเบล ทั้งๆ ที่เขาได้จากการอธิบายเรื่องปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กทริก (Photoelectric Effect)

ทุกคนล้วนทำให้เขาพิเศษ แต่ถึงกระนั้น ไอน์สไตน์ก็ไม่เคยยอมรับว่าตัวเอง ‘พิเศษ’ กว่าใคร ไม่ได้มีพรสวรรค์อย่างที่หลายคนคิด ไอน์สไตน์กล่าวเสมอว่า เขาแค่อยู่กับปัญหานานกว่าคนอื่น และขี้สงสัยมากเป็นพิเศษเท่านั้นเอง

บทความต้นฉบับได้ที่ : ครบรอบวันเกิด 147 ปี อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ราชาคำคมแห่งเมืองไทย ผู้ไม่ได้สร้างระเบิดนิวเคลียร์ และไม่เคยได้รางวัลโนเบลจากทฤษฎีสัมพัทธภาพ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...