โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

PSL แจงตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยันไม่มีหน่วยงานใดคัดค้าน ก่อนถูกโจมตีที่ฮอร์มุซ

Khaosod

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 15.52 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 15.52 น.

PSL แจงตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยันไม่มีหน่วยงานใดคัดค้าน ห้ามเดินเรือผ่านพื้นที่ ก่อนถูกโจมตีที่ฮอร์มุซ เตรียมพาลูกเรือ 20 คนกลับบ้าน เร่งค้นหาที่สูญหายอีก 3 คน

วันที่ 12 มี.ค.69 ภายหลังเกิดเหตุการณ์เรือมยุรีนารี ถูกโจมตีที่ช่องแคบฮอร์มุซ โดยลูกเรือ 20 คน ถูกช่วยเหลือขึ้นฝั่งประเทศโอมานได้อย่างปลอดภัย แต่ยังมีลูกเรืออีก 3 คนยังสูญหาย

ล่าสุด บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) ออกแถลงการณ์ระบุว่า PSL รายงานสถานการณ์ล่าสุดลูกเรือมยุรีนารี ถึงฝั่งโอมานโดยปลอดภัย เนื้อหาแถลงการณ์ระบุว่า

บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) เจ้าของเรือ มยุรี นารี (M.V. Mayuree Naree) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2026 อัปเดตสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเรือสินค้ามยุรี นารี โดยระบุว่า ทางบริษัทรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างสูง และเร่งดำเนินการโดยไม่นิ่งนอนใจเพื่อช่วยเหลือลูกเรือทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ลูกเรือชาวไทยจำนวน 20 คนได้รับการช่วยเหลือขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย โดยบริษัทได้จัดหาที่พักอาศัยชั่วคราวที่โรงแรมในเมืองคาซับ ประเทศโอมาน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมาน เพื่อนำลูกเรือทั้ง 20 คนเดินทางกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยในเร็ววันนี้

ขณะเดียวกัน มีลูกเรืออีกทั้งสิ้น 3 คนที่ยังคงอยู่ระหว่างการค้นหาและช่วยเหลือ โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทัพเรือไทยและกระทรวงการต่างประเทศไทย ประสานงานไปถึงหน่วยงานของรัฐบาลโอมาน กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า รวมถึงศูนย์ประสานงานความมั่นคงทางทะเลของสหราชอาณาจักร (UKMTO) และหน่วยงานระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องในปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือต่อไป โดยทีมช่วยเหลือจากกองทัพเรือโอมานกำลังดำเนินการอย่างไม่ย่อท้อที่จะค้นหาลูกเรือผู้สูญหายอีก 3 คน

PSL ยังได้ชี้แจงอีกว่า ก่อนและระหว่างการเดินเรือ เรือมยุรี นารีได้ดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด อีกทั้งยังปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยทางทะเลและข้อกำหนดการรายงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ขณะเดียวกัน ตลอดช่วงเวลาการเดินเรือ เรือมยุรี นารีได้ติดต่อสื่อสารกับ UKMTO กองทัพเรือไทย และศูนย์ประสานงานด้านความปลอดภัยทางทะเลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ชี้แจงถึงการตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซว่า ก่อนที่เรือจะเดินทางออกจากอ่าวเปอร์เซีย บริษัทได้ประเมินการเดินเรืออย่างรอบด้าน พร้อมกับได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางทะเล บริษัทประกันภัย และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนอย่างครบถ้วน โดยผลจากการหารือและปรึกษากับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ได้มีการประเมินว่า เรือสามารถดำเนินการเดินเรือผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ โดยเพิ่มมาตรการป้องกันที่เหมาะสม โดยลูกเรือทราบถึงสถานการณ์ด้านความปลอดภัยในภูมิภาค

ทั้งนี้ ทุกการเดินทางของเรือมยุรี นารี ทางบริษัทได้ทำประกันภัยและกรมธรรม์คุ้มครองการเดินทางอย่างเหมาะสมตลอดมา และมีการแจ้งหน่วยงานต่างๆ โดยตลอด ไม่มีหน่วยงานใดคัดค้านการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และในขณะนั้น ไม่มีคำเตือนที่ระบุเป็นการเฉพาะว่าไม่ควรเดินเรือผ่านพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น PSL จึงเห็นว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซโดยยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นพิเศษถือเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อสถานการณ์ขณะนั้น

ทั้งนี้ บริษัทขอขอบคุณหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุน และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง และบริษัทยืนยันว่าจะให้ความสำคัญสูงสุดกับการค้นหาและช่วยเหลือลูกเรือที่ยังสูญหายทั้ง 3 คน รวมถึงจะดูแลสวัสดิภาพของลูกเรือ 20 คนที่ได้รับการช่วยเหลือและให้เดินทางกลับไทยโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทขอแสดงความห่วงใยและให้กำลังใจลูกเรือและครอบครัวให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปพร้อมกัน

Screenshot

Screenshot

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : PSL แจงตัดสินใจเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ยันไม่มีหน่วยงานใดคัดค้าน ก่อนถูกโจมตีที่ฮอร์มุซ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...