โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CRCทุ่มงบลงทุน1.8หมื่นล. พุ่งเป้าเจาะไทย-เวียดนาม

ทันหุ้น

อัพเดต 13 มี.ค. เวลา 01.07 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#CRC #ทันหุ้น – CRC เตรียมแผนรับมือราคาพลังงานขึ้น แจงหากเกิดวิกฤติจริงคาดกำไรเพียง 1% เผยคู่ค้าคงส่งมอบสินค้าปกติยังไม่ปรับราคา-ยังไม่ขาดแคลน ตั้งเป้า EBITDA ปีนี้ โต 5–7% รุกขยายธุรกิจไทย-เวียดนาม เหตุมีศักยภาพการเติบโต พร้อมวางงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท

นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของบริษัทโดยตรง เนื่องจากภาครัฐยังคงมีมาตรการดูแลทั้งค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมัน เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ

@เตรียมแผนรับมือ

โดยบริษัทมองว่าการอุดหนุนราคาพลังงาน อาจไม่สามารถดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว จึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการพลังงานไว้ล่วงหน้า อาทิ การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า การติดตั้งโซลาร์รูฟในห้างสรรพสินค้าและคลังสินค้า โดยหากเกิดวิกฤติพลังงานจริง คาดว่าจะกระทบกำไรโดยรวมเพียงราว 1%

ด้านการจัดหาสินค้าบริษัทยืนยันซัพพลายยังเป็นปกติ คู่ค้ายังส่งมอบสินค้าได้ตามแผน และยังไม่พบสัญญาณขาดแคลนหรือการปรับขึ้นราคา โดยสินค้าที่มีอัตราหมุนเวียนสูง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน มีสต็อกรองรับราว 30 วัน ขณะที่สินค้าที่เก็บได้นานมีการสำรองสูงสุดประมาณ 6 เดือน อีกทั้งยังไม่ได้รับสัญญาณจากคู่ค้าว่าจะจำกัดการส่งสินค้าหรือปรับขึ้นราคา ขณะที่สินค้าในกลุ่มน้ำมันพืชมีความต้องการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทยังมีสต็อกรองรับเพียงพอ

พร้อมกันนี้ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศเริ่มมีเสถียรภาพจากฐานเสียงของรัฐบาลที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง คาดว่าจะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง

@มุ่งขยายไทย-เวียดนาม

สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 4–5% จากปีก่อน 2.53 แสนล้านบาท ขณะที่ EBITDA คาดขยายตัว 5–7% สะท้อนการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาค โดย CRC จะเน้นขยายการลงทุนในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยและเวียดนาม หลังมองว่าตลาดฝั่งตะวันตกเริ่มอิ่มตัวและมีอัตราการเติบโตชะลอลง ปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจของบริษัทอยู่ในประเทศไทยประมาณ 80% และเวียดนาม 20%

ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 16,000–18,000 ล้านบาท เพื่อใช้รีโนเวตและขยายสาขาในทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่ยังมีศักยภาพการเติบโตสูง จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องและจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน ทำให้ยังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากกว่า 100 แห่งในอนาคต

ในส่วนของประเทศไทย บริษัทเตรียมเปิดสาขาใหม่ 13–17 แห่ง ประกอบด้วย Tops 8–10 แห่ง, GO Wholesale 2 แห่ง และ Thai Watsadu 3–5 แห่ง พร้อมรีโนเวต Central Department Store 2 แห่ง, Tops 2 แห่ง, ไทวัสดุ 2 แห่ง และ Robinson Lifestyle 1 แห่ง

@นำ AI อัพองค์กร ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมขยายธุรกิจในเวียดนาม ผ่านการเปิดศูนย์การค้า GO! 2 แห่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 แห่ง และ Mini GO! อีก 6 แห่ง เพื่อเสริมการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ด้านธุรกิจใหม่อย่าง Auto1 ซึ่งมีผลการดำเนินงานโดดเด่น เตรียมขยายสาขาเพิ่มอีกประมาณ 50 แห่ง จากปัจจุบัน 53 แห่ง เพื่อขยายเครือข่ายบริการทั่วประเทศ โดยคาดว่ารายได้ในอนาคตมีโอกาสแตะระดับพันล้านบาท พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...