CRCทุ่มงบลงทุน1.8หมื่นล. พุ่งเป้าเจาะไทย-เวียดนาม
#CRC #ทันหุ้น – CRC เตรียมแผนรับมือราคาพลังงานขึ้น แจงหากเกิดวิกฤติจริงคาดกำไรเพียง 1% เผยคู่ค้าคงส่งมอบสินค้าปกติยังไม่ปรับราคา-ยังไม่ขาดแคลน ตั้งเป้า EBITDA ปีนี้ โต 5–7% รุกขยายธุรกิจไทย-เวียดนาม เหตุมีศักยภาพการเติบโต พร้อมวางงบลงทุน 16,000–18,000 ล้านบาท
นายสุทธิสาร จิราธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC เปิดเผยว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและสถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ยังไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของบริษัทโดยตรง เนื่องจากภาครัฐยังคงมีมาตรการดูแลทั้งค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมัน เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของประชาชนและลดภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ
@เตรียมแผนรับมือ
โดยบริษัทมองว่าการอุดหนุนราคาพลังงาน อาจไม่สามารถดำเนินต่อเนื่องในระยะยาว จึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการพลังงานไว้ล่วงหน้า อาทิ การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกพลังงานไฟฟ้า การติดตั้งโซลาร์รูฟในห้างสรรพสินค้าและคลังสินค้า โดยหากเกิดวิกฤติพลังงานจริง คาดว่าจะกระทบกำไรโดยรวมเพียงราว 1%
ด้านการจัดหาสินค้าบริษัทยืนยันซัพพลายยังเป็นปกติ คู่ค้ายังส่งมอบสินค้าได้ตามแผน และยังไม่พบสัญญาณขาดแคลนหรือการปรับขึ้นราคา โดยสินค้าที่มีอัตราหมุนเวียนสูง เช่น สินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน มีสต็อกรองรับราว 30 วัน ขณะที่สินค้าที่เก็บได้นานมีการสำรองสูงสุดประมาณ 6 เดือน อีกทั้งยังไม่ได้รับสัญญาณจากคู่ค้าว่าจะจำกัดการส่งสินค้าหรือปรับขึ้นราคา ขณะที่สินค้าในกลุ่มน้ำมันพืชมีความต้องการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทยังมีสต็อกรองรับเพียงพอ
พร้อมกันนี้ สถานการณ์การเมืองภายในประเทศเริ่มมีเสถียรภาพจากฐานเสียงของรัฐบาลที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง คาดว่าจะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศได้อย่างต่อเนื่อง
@มุ่งขยายไทย-เวียดนาม
สำหรับแผนธุรกิจปี 2569 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 4–5% จากปีก่อน 2.53 แสนล้านบาท ขณะที่ EBITDA คาดขยายตัว 5–7% สะท้อนการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจค้าปลีกในภูมิภาค โดย CRC จะเน้นขยายการลงทุนในตลาดเอเชีย โดยเฉพาะประเทศไทยและเวียดนาม หลังมองว่าตลาดฝั่งตะวันตกเริ่มอิ่มตัวและมีอัตราการเติบโตชะลอลง ปัจจุบันสัดส่วนธุรกิจของบริษัทอยู่ในประเทศไทยประมาณ 80% และเวียดนาม 20%
ทั้งนี้ บริษัทวางงบลงทุนปี 2569 ไว้ที่ 16,000–18,000 ล้านบาท เพื่อใช้รีโนเวตและขยายสาขาในทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งถือเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ โดยเฉพาะเวียดนามที่ยังมีศักยภาพการเติบโตสูง จากเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่องและจำนวนประชากรกว่า 100 ล้านคน ทำให้ยังมีโอกาสขยายสาขาได้อีกมากกว่า 100 แห่งในอนาคต
ในส่วนของประเทศไทย บริษัทเตรียมเปิดสาขาใหม่ 13–17 แห่ง ประกอบด้วย Tops 8–10 แห่ง, GO Wholesale 2 แห่ง และ Thai Watsadu 3–5 แห่ง พร้อมรีโนเวต Central Department Store 2 แห่ง, Tops 2 แห่ง, ไทวัสดุ 2 แห่ง และ Robinson Lifestyle 1 แห่ง
@นำ AI อัพองค์กร ขณะเดียวกัน บริษัทเตรียมขยายธุรกิจในเวียดนาม ผ่านการเปิดศูนย์การค้า GO! 2 แห่ง ไฮเปอร์มาร์เก็ต GO! 1 แห่ง และ Mini GO! อีก 6 แห่ง เพื่อเสริมการเติบโตในตลาดต่างประเทศ ด้านธุรกิจใหม่อย่าง Auto1 ซึ่งมีผลการดำเนินงานโดดเด่น เตรียมขยายสาขาเพิ่มอีกประมาณ 50 แห่ง จากปัจจุบัน 53 แห่ง เพื่อขยายเครือข่ายบริการทั่วประเทศ โดยคาดว่ารายได้ในอนาคตมีโอกาสแตะระดับพันล้านบาท พร้อมนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการดำ