PTG ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายกาแฟพันธุ์ไทยพุ่ง 1 หมื่นลบ. รับขยายสาขาใหม่แตะ 3 พันสาขา พร้อมยันน้ำมันเพียงพอให้บริการ-ไม่มีการกักตุน
PTG ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายกาแฟพันธุ์ไทยพุ่ง 1 หมื่นลบ. รับขยายสาขาใหม่แตะ 3 พันสาขา พร้อมยันน้ำมันเพียงพอให้บริการ-ไม่มีการกักตุน
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -12 มี.ค. 69 13:59 น.
PTG ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายกาแฟพันธุ์ไทยปีนี้พุ่ง 1 หมื่นลบ. รับขยายสาขาใหม่ครบ 3,000 สาขา คาดปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโต 3-5% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจ Non-Oil เติบโตมากกว่า 50% ขึ้นไปพร้อมยันน้ำมันสถานีบริการมีเพียงพอ ย้ำไม่มีการกักตุน
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่, นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว PTG Business Outlook 2026 : Powering Thai Lives : Everywhere.Everyday.Everyone" โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้
แนวโน้มธุรกิจปี 69
- ตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันปีนี้เติบโต 3-5% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจ Non-Oil คาดเติบโตมากกว่า 50% ขึ้นไป โดยเฉพาะยอดขายกาแฟพันธุ์ไทยคาดจะเห็นแตะระดับ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 6,000-7,000 ล้านบาท
- ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil ปีนี้ที่ประมาณ 45% และแตะระดับ 50% ภายในปี 70 ซึ่งเร็วกว่ากำหนดที่คาดไว้ภายในปี 72 เนื่องจากธุรกิจ Non-Oil ไม่ได้ถูกควบคุมเรื่องราคามากนัก ส่วนโครงสร้างรายได้ส่วนใหญ่ยังมาจากธุรกิจน้ำมันมากกว่า 90% และธุรกิจ Non-Oil ราว 10%
- เตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 4,000-4,500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินลงทุนในธุรกิจใหม่ประมาณ 1,000 ล้านบาท และที่เหลือใช้ขยายการลงทุนในธุรกิจเดิมที่มีอยู่ ซึ่งเน้นการขยายสาขาของธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทย ส่วนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันคาดใช้เงินปีนี้ไม่ถึง 1,000 ล้านบาท เพราะเน้นใช้ปรับปรุงสาขาเดิมที่มีอยู่ให้ทันสมัยมากขึ้น
- ตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน
- ตั้งเป้าหมายขยายสาขาใหม่ปีนี้ แบ่งเป็นสถานีบริการน้ำมันแตะ 2,300 แห่ง จากปีก่อนที่ 2,269 แห่ง, ร้านกาแฟพันธุ์ไทยขยายสู่ 3,000 สาขา จากปีก่อน 2,151 สาขา,ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่น ๆอีกกว่า 200 แห่ง จากปีก่อน 124 แห่ง และธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง จากปีก่อน 698 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่นๆอีกกว่า 950 จุดบริการ จากปีก่อน 884 จุดบริการ
- กำลังพิจารณาแบรนด์ใหม่ๆในธุรกิจ Non-Oil เข้ามาเพิ่มเติม หลังจากมีแบรนด์ก๋วยเตี๋ยวเรือพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นลักษณะแบรนด์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและเหมาะกับชีวิตประจำวันของคน
กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ
- ขับเคลื่อนกลยุทธ์ผ่านแนวคิด 3 ด้าน ได้แก่ 1.Everyday Recharge , 2.Everyday Rewards และ 3.Everyday Return โดย Everyday Recharge คือการทำให้บริการของ PTG เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรประจำวันของผู้คน จากเดิมที่สถานีบริการ PT อาจเป็นเพียงจุดที่ผู้บริโภคแวะเข้ามาเติมน้ำมันสัปดาห์ละครั้ง สู่การเป็นจุดหมายที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้บริการได้ในทุกวันและตลอดวัน
- Everyday Rewards มุ่งสร้างคุณค่าให้กับทุกการใช้บริการ ผ่านระบบสมาชิก PT Max Card, PT Max Card Plus และ PT Max Card EV และแพลตฟอร์มดิจิทัลที่เชื่อมโยงบริการระหว่างธุรกิจ ต่าง ๆ ภายในเครือ หรือ Cross-BU Integration ทำให้ลูกค้าสามารถสะสมและใช้ Max Points จากการใช้ บริการในธุรกิจต่าง ๆ ภายใน Ecosystem ได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเติมน้ำมัน การดื่มกาแฟ การ รับประทานอาหาร หรือการซื้อสินค้าในร้านค้าภายในเครือ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์และใช้ บริการข้ามธุรกิจได้อย่างไร้รอยต่อ
- Everyday Return เป็นการนำข้อมูลและเทคโนโลยีมาพัฒนาประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าแต่ละคน ผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้บริการของสมาชิก โดยมี MaxMe Application เป็นแพลตฟอร์ม สำคัญในการเชื่อมโยงข้อมูลและน าเสนอข้อเสนอหรือสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่ม ควบคู่ กับการยกระดับมาตรฐานการบริการ (Service Excellence) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่ลูกค้ากลับเข้า มาใช้บริการแนวทางดังกล่าวช่วยสร้างประสบการณ์แบบ Personalized ในแต่ละการใช้บริการ ส่งเสริมให้ ลูกค้ากลับมาใช้บริการภายใน Ecosystem ของ PTG อย่างต่อเนื่องในทุกๆวัน
- ปัจจุบัน PTG มีMax World Touchpoints มากกว่า 6,126 จุดบริการทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อเชื่อมต่อเข้ากับฐานสมาชิก PT Max Card กว่า 25 ล้านสมาชิก ภายใน Max World Ecosystem ทำให้ PTG มองเห็น ศักยภาพในการเชื่อมโยงบริการกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้มากกว่า 153,150 ล้านโอกาส ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ในแต่ละวันเต็มไปด้วยช่วงเวลาที่ผู้บริโภคต้องใช้บริการไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การรับประทานอาหาร การดื่มกาแฟ หรือการซื้อสินค้า ซึ่งล้วนเป็นโอกาสที่ PTG สามารถเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตของผู้คนได้ ผ่านการทำงานร่วมกันของธุรกิจทั้งหมด ภายใต้แนวคิด One PTG ที่ทำให้บริการของ PTG เข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างแท้จริง
ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
- มองสถานการณ์น้ำมันในสถานีบริการหมด คาดว่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากนี้ โดยยันปริมาณน้ำมันในปัจจุบันยังมีเพียงพอให้บริการ แต่อาจต้องใช้เวลาในการขนส่งน้ำมันมาเติมในบางสาขา ส่วนกรณีการปรับราคาน้ำมันขึ้นหลังครบกำหนดการตรึงราคาจากภาครัฐ 15 วันนั้น คาดว่าภาครัฐน่าจะมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ปรับขึ้นครั้งเดียว
- ยืนยันไม่มีการกักตุนน้ำมันในสถานีบริการ เพราะผิดกฏหมายและรัฐบาลสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ รวมถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้มีการปรับราคาขายขึ้น จึงไม่มีเหตุที่ต้องกักตุนน้ำมันไว้
- กรณีภาครัฐให้ผู้ค้าน้ำมันสต็อกน้ำมันเพิ่มเป็น 3% จากเดิมที่ 1% จะส่งผลกระทบให้บริษัทต้องมีภาระในการจ่ายเงินค่าซื้อน้ำมันที่สำรองมากขึ้นราว 20 ล้านลิตร (2%) หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 200-300 ล้านบาท
เรียบเรียง โดย ปริวัฒน์ หินพลอย
ดูข่าวต้นฉบับ